MQDC ผุดคอนโดมิกซ์ยูส “วิสซ์ดอม โคเอ็กซ์ ปิ่นเกล้า” MRT สถานีบางยี่ขัน

MQDC ผุดคอนโดมิกซ์ยูส “วิสซ์ดอม โคเอ็กซ์ ปิ่นเกล้า” ทำเล 0 ก้าว MRT สถานีบางยี่ขัน

วันที่ 13 กันยายน 2565 MQDC ประกาศเปิดตัวแบรนด์ Whizdom COEX (วิสซ์ดอม โคเอ็กซ์) ชูแนวคิดพื้นที่เจนใหม่ที่ตอบสนองทุกด้านของชีวิตให้อยู่ร่วมกันได้อย่างลงตัว เชื่อมต่อไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ที่ไม่หยุดนิ่ง และเอนจอยไปกับการใช้ชีวิตในแบบของตัวเองได้ในพื้นที่แห่งนี้

นายอัษฎา แก้วเขียว ประธานผู้อำนวยการ-วิสซ์ดอม โดย MQDC กล่าวว่า MQDC เตรียมเปิดตัวโครงการ “Whizdom COEX Pinklao” (วิสซ์ดอม โคเอ็กซ์ ปิ่นเกล้า) โครงการที่อยู่อาศัยแห่งแรกในรูปแบบคอนโดมิเนียมมิกซ์ยูส บนพื้นที่รวมกว่า 4 ไร่ ถนนจรัญสนิทวงศ์ มูลค่าโครงการ 8,000 ล้านบาท

รายละเอียด วิสซ์ดอม ปิ่นเกล้า ออกแบบเป็นอาคารชุดพักอาศัยสูง 19 ชั้น จำนวน 2 ทาวเวอร์ ตั้งอยู่ระหว่างสถานีรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน สถานีบางยี่ขัน ซึ่งมี “COEX Space” พื้นที่ไลฟ์สไตล์คอมมิวนิตี้ภายในโครงการ ห้องชุดพื้นที่ใช้สอยเริ่มต้น 28 ตารางเมตร ราคาเริ่มต้น 2.9-3 ล้านบาทขึ้นไป ตามแผนมีกำหนดเปิด Sales Gallery ให้เข้าชมและพร้อมเปิดให้จองเป็นทางการในวันเสาร์ 29 ตุลาคม 2565 นี้

“Whizdom COEX คือแนวคิดการออกแบบพื้นที่อยู่อาศัยที่สะท้อนดีเอ็นเอของแบรนด์ Whizdom ซึ่งมุ่งสร้างสรรค์และพัฒนาอีโคซิสเต็ม เพื่อเติมเต็มวิถีชีวิตคนรุ่นใหม่ (Next Generation Living) อย่างครบวงจร จากการศึกษาวิถีชีวิตและเทรนด์ความต้องการของผู้อยู่อาศัยเจนใหม่อย่างลึกซึ้ง ลูกค้ามองหาที่พักอาศัยที่สะดวกสบาย และพื้นที่ที่ส่งเสริมการใช้ชีวิตในทุก ๆ ด้านให้มีประสิทธิภาพสูงสุด สะท้อนไลฟ์สไตล์ที่เป็นตัวเองได้อย่างเต็มที่ ทั้งชีวิตด้านการทำงาน การเรียน กิจกรรมความบันเทิงและไลฟ์สไตล์อื่น ๆ โจทย์ความต้องการของคนเจนใหม่ได้ครบจบในที่เดียว”

คอนเซ็ปต์ดีไซน์โครงการมีจุดเริ่มต้นมาจากแนวคิด “Enjoyable Coexistence” การออกแบบพื้นที่ให้ผู้อยู่อาศัยสามารถสนุกไปกับการใช้ชีวิตในแบบของตัวเอง (Co-live) เต็มที่กับงานที่ทำ (Co-work) ไม่หยุดเรียนรู้ (Co-learn) และเอนจอยไปกับทุก ๆ กิจกรรมร่วมกันได้อย่างไร้ขีดจำกัด (Co-play) ผ่านนวัตกรรมการดีไซน์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของคนเจนใหม่ในทุกมิติ

ซึ่งคอนเซ็ปต์ดังกล่าวนี้จะถูกนำไปต่อยอดและประยุกต์ใช้ในการพัฒนาโครงการภายใต้แบรนด์ Whizdom COEX ต่อไปในอนาคต สะท้อนผ่านแนวคิดการออกแบบ 4 ด้าน ได้แก่

1.การผสานเทคโนโลยีดิจิทัล (Digitalization) ภายในโครงการ Whizdom COEX ได้นำเทคโนโลยี Smart Living เช่น Smart Locker รักษาความปลอดภัยให้ของชิ้นสำคัญ, Smart Storage พื้นที่สำหรับเก็บของเพิ่มเติมสำหรับสิ่งของที่ไม่ค่อยได้ใช้ เพื่อเพิ่มพื้นที่ใช้สอยภายในห้อง, ระบบ Home Automation ควบคุมการทำงานของอุปกรณ์ต่าง ๆ ผ่านแอปพลิเคชั่น

นอกจากนี้ อาคาร Whizdom COEX ยังออกแบบให้เป็น Smart Building ที่ติดตั้ง Central Utilities Plant (CUP) หรือนวัตกรรมระบบปรับอากาศที่ทำความเย็นผ่านท่อน้ำเย็น โดยไม่ต้องติดตั้งคอยล์ร้อนบนระเบียง ทั้งยังช่วยลดอุณหภูมิและลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์, ระบบจอดรถอัตโนมัติ (Automatic Parking) เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้อยู่อาศัยในโครงการ

2.การสร้างพื้นที่สีเขียว (Naturalization) โครงการให้ความสำคัญกับการเชื่อมต่อไลฟ์สไตล์เข้ากับพื้นที่สีเขียว ให้ผู้อยู่อาศัยได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติเพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีจากธรรมชาติบำบัด การสร้างพื้นที่สีเขียว Pocket Garden ที่กระจายตัวอยู่ทุกที่ ทั้งบริเวณที่พักอาศัย พื้นที่ส่วนกลาง และภายนอกอาคาร

Advertisement

และตอกย้ำ “มาตรฐานวิสซ์ดอม” ด้วยการออกแบบที่ใส่ใจต่อสุขภาพของผู้พักอาศัยตั้งแต่เดินเข้าโครงการ ไม่ว่าจะเป็น Sound Absorption ลดมลภาวะทางเสียง และ Air Filtration เพื่อลดมลภาวะทางอากาศโดยรอบโครงการ และการใช้อุปกรณ์ประหยัดพลังงานเพื่อลดการใช้พลังงานไฟฟ้า ลดปริมาณการใช้น้ำของทั้งโครงการ

3.การเชื่อมต่อประสบการณ์ทุกด้าน (Experience) ดีไซน์เอกลักษณ์ของ Whizdom COEX คือ “COEX Space” พื้นที่ส่วนกลางที่เปิดโอกาสให้ทั้งสมาชิกวิสซ์ดอมและผู้คนในชุมชนได้ทำกิจกรรมร่วมกัน ประกอบไปด้วยโซนต่าง ๆ ได้แก่

-CO-Café คาเฟ่และร้านอาหารที่เติมพลังด้วยอาหารเช้าพร้อมเสิร์ฟและเมนูที่หลากหลายไว้คอยต้อนรับสำหรับการนั่งทำงานตลอดทั้งวัน

-CO-Play & Creation Space หรือ Smart Co-working Space ปรับเปลี่ยนตามรูปแบบการใช้งานที่หลากหลายได้ ทั้งเวิร์กช็อป ประชุม ทำงานที่ต้องการความเป็นส่วนตัว การจัดอีเวนต์

-CO-Kitchen & Dining รวบรวมร้านอาหารต่าง ๆ สามารถใช้พบปะสังสรรค์กับกลุ่มเพื่อนในบรรยากาศที่เป็นกันเองและผ่อนคลายได้ น

-CO-Active & Digital Lifestyle พื้นที่สำหรับการออกกำลังกายพร้อมกิจกรรมและอุปกรณ์แบบอินเตอร์แอ็กทีฟ จะเล่นคนเดียวหรือสนุกกับกลุ่มเพื่อนก็สามารถทำได้ตลอด 24 ชั่วโมง

4.การออกแบบที่พร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลง (Adaptability) คำนึงถึงการดีไซน์ที่พร้อมรองรับความเปลี่ยนแปลงในอนาคต อาทิ การออกแบบโครงสร้างอาคารที่มาพร้อมโซลูชั่นป้องกันน้ำท่วม (Flood Prevention) ติดตั้งระบบฆ่าเชื้อโรคก่อนเข้าอาคารและจุดบริการแบบไร้สัมผัสเพื่อสร้างความอุ่นใจให้กับผู้อยู่อาศัย การออกแบบระบบท่อน้ำที่คำนึงการบำรุงรักษาที่สะดวก ไม่รบกวนผู้ที่พักอาศัยห้องอื่น ออกแบบพื้นที่ส่วนกลาง Universal Design เอื้อต่อการใช้งานของคนทุกกลุ่ม ทุกวัย เป็นต้น

“นอกจากการผสานนวัตกรรมการอยู่อาศัยสำหรับไลฟ์สไตล์ที่ไม่หยุดนิ่งแล้ว เราตั้งใจออกแบบให้ Whizdom COEX เป็นพื้นที่แห่งการสร้างแรงบันดาลใจและสนับสนุนให้ผู้อยู่อาศัยได้ปลดล็อกรูปแบบการใช้ชีวิตในทุก ๆ ด้าน ซึ่งเราหวังว่าโครงการ จะเป็นโซลูชั่นที่ตอบโจทย์และเติมเต็มทุกไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ได้อย่างเเท้จริง” นายอัษฎากล่าว