“สมาคมสถาปนิกสยามฯ” เปิดงาน “สถาปนิก’66” ภายใต้แนวคิด “ตำถาด: Time of Togetherness” เปิดมหกรรมถ่ายทอดแนวความคิดและสถาปัตยกรรมรสนัว ระหว่าง 25-30 เมษายน 2566 ณ ชาแลนเจอร์ เมืองทองธานี แจ้งวัฒนะ
วันที่ 26 เมษายน 2566 นายชนะ สัมพลัง นายกสมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดเผยว่า สมาคมสถาปนิกสยามฯ เปิดงานสถาปนิก’66 (Architect’23) ภายใต้แนวคิด “ตำถาด: Time of Togetherness” งานแสดงเทคโนโลยีสถาปัตยกรรม และผลิตภัณฑ์ก่อสร้างใหญ่ที่สุดในอาเซียน ครั้งที่ 35 มีผู้ประกอบการไทยและต่างชาติเข้าร่วมมากกว่า 800 บริษัท

ไฮไลต์กิจกรรมต่างๆ ของการจัดงานในปีนี้ มีการรวมตัว 4 สมาคมวิชาชีพ (สมาคมมัณฑนากรแห่งประเทศไทย สมาคมภูมิสถาปนิกประเทศไทย สมาคมสถาปนิกผังเมืองไทย) และ 1 สภาสถาปนิก ณ ลานกิจกรรมกลาง Human Library ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี จัดขึ้นระหว่างวันที่ 25-30 เมษายน 2566
นางปุยฝ้าย คุณาวัฒน์ ประธานจัดงาน จากสมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 35 วัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอผลงานความก้าวหน้าทางสถาปัตยกรรม สร้างความตระหนักรู้ถึงบทบาทวิชาชีพสถาปนิกที่มีต่อสังคม ผ่านนิทรรศการและกิจกรรมมากมาย

โดยความพิเศษของงานสถาปนิก’66 คือมีการรวมตัวกันของ 5 องค์กรวิชาชีพ โดยสมาคมสถาปนิกฯ คือ ‘Human Library’ หรือห้องสมุดมนุษย์ ที่เรารับรู้เรื่องราวในหนังสือผ่านการฟังและพูดคุยกับนักเขียนตัวจริง พบกับเหล่า “หนังสือมนุษย์” หลากหลายหมวดหมู่ ที่จะมาถ่ายทอดเรื่องราวจากชีวิตจริง ประสบการณ์จริง อาทิ อมตะ หลูไพบูลย์, บูม ธริศร, จูน เซคิโน, ป๋าเต็ด – ยุทธนา บุญอ้อม
นอกจากนี้ยังมีกิจกรรม ‘All Member : Design Showcase’ นิทรรศการที่จัดแสดงผลงานการออกแบบของสถาปนิกและนักออกแบบทั้ง 4 สมาคมวิชาชีพทางด้านสถาปัตยกรรม ประกอบด้วย สมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ สมาคมมัณฑนากรแห่งประเทศไทย สมาคมภูมิสถาปนิกประเทศไทย และสมาคมสถาปนิกผังเมืองไทย
นางธีรานุช กรรณสูต วงศ์ไวศยวรรณ ประธานร่วมจากสมาคมมัณฑนากรแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ในส่วนของ TIDA กิจกรรมไฮไลท์ก็คือ จัดแสดง ‘TIDA Salone’ หรือ Design Showcase ระหว่าง ดีไซเนอร์กับซัพพลายเออร์วัสดุหนึ่งชนิด และผู้รับเหมาอีกหนึ่งราย ทำห้องต่างๆ ขึ้นมาให้ได้เดินชมกัน

ภายในงานนี้ยังมีการมอบรางวัล TIDA Thesis Awards ประกวดผลงานธีสิสของนิสิตนักศึกษา และ TIDA Awards สำหรับมืออาชีพ นอกจากนี้ TIDA ยังได้เตรียมกิจกรรม TIDA Talk ให้ผู้ที่สนใจได้ฟังเรื่องราวเกี่ยวกับผลงานการออกแบบภายใน เรื่องมุมมองหรือวิธีดำเนินการที่น่าสนใจ ในโซน TIDA SOCIETY
นายมังกร ชัยเจริญไมตรี ประธานร่วมจาก สมาคมภูมิสถาปนิกประเทศไทย กล่าวว่า ในงานสถาปนิก’66 นี้ TALA เป็นการโชว์เคสที่สำคัญทางด้านวิชาชีพสถาปัตยกรรมของเมืองไทยและภูมิภาค ซึ่งจะทำให้เห็นภาพและเข้าใจงานภูมิสถาปนิกมากยิ่งขึ้น โดยนำเสนอผ่านพื้นที่ “TALA CLASSROOM” ให้ทุกคนได้เข้ามานั่งคุย นั่งเล่น นั่งฟัง ในรูปแบบอารีน่าที่นำเสนอประเด็นเกี่ยวกับภูมิสถาปนิก ในบรรยากาศที่ผ่อนคลาย เป็นกันเองเหมือนเพื่อนๆ มานั่งแชร์ข้อมูลกัน
ผศ.คมกริช ธนะเพทย์ ประธานร่วมจากสมาคมสถาปนิกผังเมืองไทย กล่าวว่า พื้นที่การจัดแสดงของ TUDA ในงานสถาปนิก’66 มีโซน TUDA ZEB (แซบ) การจัดแสดงผลงานวิทยานิพนธ์และผลงานออกแบบและการศึกษาวิจัยจากสถาบันการศึกษา โซน TUDA X Muang (เมือง) การจัดแสดงผลงานการประกวดแบบเมืองพัทยา และเมืองอื่นๆ ที่ TUDA ร่วมเป็นเจ้าภาพในการจัดกิจกรรมการพัฒนาเมือง
โซน TUDA X Mhu (หมู่) หรือ TUDA and Friends การจัดแสดงงานของหน่วยงาน บริษัทที่มีผลงานโดดเด่น ด้านการออกแบบและพัฒนาเมือง โซน TUDA Khak (คัก) โชว์เคส โชว์คัก ผลงานการออกแบบเมือง ที่เป็นผลงานของสมาชิก TUDA และ โซน TUDA Muan (ม่วน) พื้นที่ให้สมาชิกได้พัก นั่งพูดคุย และจัดเสวนากัน
นางกรกช คุณาลังการ ประธานร่วมจากสภาสถาปนิก กล่าวว่า กิจกรรมที่สภาสถาปนิกเตรียมไว้คือ ASA ACT Forum’23 จุดประสงค์ต้องการให้สถาปนิกทุกสาขาและประชาชนทั่วไปเข้าใจถึงวิชาชีพมากขึ้นทั้ง 4 สาขา ในภาพใหญ่อยากให้สังคม ประชาชนทั่วไปเข้าใจกระบวนการทำงานทั้งสถาปัตยกรรมหลัก, สถาปัตยกรรมผังเมือง, ภูมิสถาปัตยกรรม, สถาปัตยกรรมภายในและมัณฑนศิลป์ ในการทำงานร่วมกันในลักษณะการ “Collaboration”
นายศุภแมน มรรคา รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ทีทีเอฟ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ออแกไนเซอร์จัดงาน เปิดเผยว่า งานสถาปนิก’66 ปีนี้จัดบนพื้นที่ 75,000 ตารางเมตร
มีนวัตกรรมผลิตภัณฑ์และบริการด้านการออกแบบและก่อสร้างจากภายในประเทศและต่างประเทศมากกว่า 800 บริษัท ได้รับความสนใจจากต่างชาติเข้าร่วมแสดงสินค้ามากขึ้น 7 เท่า หรือเพิ่มขึ้น 21.33% เมื่อเทียบกับปีก่อน จากออสเตรเลีย จีน ฟินแลนด์ ฮ่องกง อินเดีย อิตาลี ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ มาเลเซีย สิงคโปร์ เวียดนาม อินโดนีเซีย สหรัฐอเมริกา
นอกจากนี้ ผู้จัดแสดงสินค้าในประเทศไทยก็ได้เตรียมเปิดตัวนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ อาทิแบรนด์ SCG, TOA, VG, MAKITA, JORAKAY, TOSTEM, GREENLAM, DOS, ADVANCED MATERIAL และอื่นๆ อีกมากมาย คาดว่าจะมียอดผู้เข้าชมงานในปีนี้ 300,000 คน และคาดว่ามีเม็ดเงินสะพัดหลังจากจบงาน 2.2 หมื่นล้านบาท

รวมถึงกิจกรรมไฮไลต์ตลอด 6 วัน ไม่ว่าจะเป็น Thematic Pavilion – พื้นที่จัดแสดงรูปแบบพิเศษที่เกิดจากความร่วมมือระหว่างนักออกแบบและซัพพลายเออร์วัสดุก่อสร้าง เพื่อแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของผลิตภัณฑ์ที่สามารถทำได้มากกว่าที่คิด
โดยปีนี้มีทั้งหมด 4 พื้นที่ ได้แก่ 1. VG และ TOA ทำงานร่วมกับนักออกแบบจาก Hypothesis 2. WOODDEN ทำงานร่วมกับ PAVA architects 3. EMPOWER STEEL ทำงานร่วมกับ ACa Architects และ 4. THAIKOON STEEL และ THAI PREMIUM PIPE ทำงานร่วมกับ Context Studio ซึ่งทั้ง 4 บูธนี้จะยกระดับการจัดงานในมิติของการสร้างสรรค์และงานดีไซน์ให้ทัดเทียมกับงานในต่างประเทศ
BIMobject Live Thailand 2023 – งานสัมมนาอัพเดตเทรนด์ด้าน Digital Construction ที่จะนำวงการก่อสร้างมุ่งสู่ Net Zero ด้วยเครื่องมือสุดล้ำจาก BIM และ AI พร้อมร่วมเจาะลึกกระบวนการออกเเบบและก่อสร้าง “สินธร วิลเลจ” โครงการต้นแบบ Mixed Use ของประเทศไทยที่มีสถาปัตยกรรมล้ำสมัย ดำเนินโครงการภายใต้หลักเศรษฐกิจ สังคมเเละสิ่งเเวดล้อม จาก A49, Thai Obayashi และ Siam Sindhorn ในวันศุกร์ที่ 28 เมษายน เวลา 13.00-17.15 น. บริเวณเวทีกลาง INNO-CORNER
กิจกรรมร่วมแลกเปลี่ยนไอเดียกับนักออกแบบ อาทิ ARCH TALK จาก SCG, EXCLUSIVE TALK จากแบรนด์ JORAKAY, DOS, WILSONART เป็นต้น
สำหรับผู้เข้าชมงานสามารถใช้บริการรถตู้รับ-ส่งฟรี ได้ที่บริเวณลานจอดรถ สถานีรถไฟฟ้า (BTS) หมอชิต ทางออก 2 หรือ สถานีรถไฟฟ้า (BTS) วัดพระศรีมหาธาตุ ทางออก 4
TOA ชูแนวคิด ‘INSPIRE BETTER LIVING’ สุดยอดนวัตกรรมสีและวัสดุก่อสร้าง
บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ TOA จัดเต็ม ในงานสถาปนิก’65 นำเสนอแนวคิดใหม่ ‘INSPIRE BETTER LIVING’ พบกับสุดยอดไฮไลท์นวัตกรรมสินค้าแบบครบวงจร เพื่อตอบโจทย์ผู้อยู่อาศัยและใส่ใจสิ่งแวดล้อมที่ดียิ่งขึ้น ตอกย้ำเป็นการผู้นำตลาดเบอร์หนึ่งของไทย
พร้อมโชว์ THEMATIC PAVILION ร่วมกับพาร์ทเนอร์และสถาปนิกนักออกแบบรุ่นใหม่ โดยการนำผลิตภัณฑ์ TOA มาสร้างสรรค์ผลงาน บนพื้นที่ขนาดใหญ่กว่า 587 ตารางเมตร ขอเชิญมาร่วมสัมผัสประสบการณ์ ชม แชะ แวะเวียนเช็คอิน ถ่ายภาพ ทำคอนเทนต์ ได้ที่บูธหมายเลข S104-05 เข้าทางประตู 1 ชาเลนเจอร์ฮอลล์ 3 อิมแพ็คเมืองทองธานี
“จระเข้” โชว์นวัตกรรมซ่อม-ยาแนวท่วมบูท
“จระเข้” เปิดแนวทางการดำเนินธุรกิจ พร้อมบุกตลาด Infrastructure ด้วยสินค้านวัตกรรม ชี้เป็นตลาดมีศักยภาพและเติบโตสูงตามนโยบายภาครัฐ ตั้งเป้าปี’66 ทำยอดขายรวม 3,800 ล้านบาท และผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเคมีก่อสร้างเติบโตไม่น้อยกว่า 30% พร้อมออกบูธในงานสถาปนิก’66 โชว์ศักยภาพผ่าน 4 นวัตกรรมหลัก สะท้อนความเป็นผู้นำและความเชี่ยวชาญตอบโจทย์งานก่อสร้างยุคใหม่
นายศุภพงษ์ เพชรสุทธิ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท จระเข้ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายสินค้าตราจระเข้ นวัตกรรมเพื่องานก่อสร้าง ซ่อมแซม และตกแต่ง ครบวงจรตั้งแต่ฐานรากจนถึงหลังคามากว่า 30 ปี เปิดเผยว่า ปี 2566 นี้ บริษัทมุ่งเน้นการเติบโตในผลิตภัณฑ์กลุ่มเคมีก่อสร้าง โดยเฉพาะงานโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) ซึ่งเป็นตลาดที่มีศักยภาพและเติบโตสูง

ตั้งเป้าปี 2566 นี้จะสามารถทำยอดขายรวมทั้งบริษัท 3,800 ล้านบาท และผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเคมีก่อสร้างจะเติบโตไม่น้อยกว่า 30% สอดรับกับความสามารถในการทำตลาดเจาะกลุ่มโครงการต่าง ๆ ได้มากขึ้น
นายวิกิจ กันฉาย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานขายในประเทศ กล่าวว่า แนวทางการขายในประเทศจะเน้นคุณสมบัติ Speed & Sustainable ให้ความสำคัญกับการพัฒนานวัตกรรมเพื่องานระบบสาธารณูปโภคขนาดใหญ่
โดยเฉพาะงานก่อสร้างซ่อมแซมที่เกี่ยวข้องกับการคมนาคม เช่น ถนน สะพาน ทางด่วน ทางรถไฟฟ้า ท่าเรือ ซึ่งเป็นงานที่ต้องใช้ระยะเวลาการเซ็ทตัวที่เร็วขึ้นและมีความคงทนแข็งแรงเท่าเดิม หรือการซ่อมแซมแบบเร่งด่วน สามารถส่งมอบงานตรงเวลา
โดยในปี 2565 ที่ผ่านมาจระเข้เป็นหนึ่งในไม่กี่แบรนด์ที่ได้รับเลือกเป็นส่วนหนึ่งในโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงที่กำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง นอกจากนี้ยังมีโครงการท่าเรือและสะพาน
โดยกลุ่มผลิตภัณฑ์ Infrastructure ของจระเข้มีหลากหลาย เช่น ผลิตภัณฑ์งานโครงสร้าง ซีเมนต์กันซึมชนิดตกผลึก น้ำยาเคลือบและปกป้องพื้นผิวคอนกรีต
สำหรับจระเข้ซ่อมพื้นคอนกรีตบางเป็นมิตรกับธรรมชาติ นับเป็นนวัตกรรมใหม่และเป็นหนึ่งในไฮไลต์ที่จระเข้นำเสนอในงานสถาปนิก’66 ด้วยคุณสมบัติพิเศษในการซ่อมพื้นบางที่สุดเพียง 2 มม. เท่ากับช่วยลดการใช้ทรัพยากรและลดการเกิด CO2 ลงถึง 96% ท้าทายงานก่อสร้างที่ความบางมาพร้อมความแกร่ง ลดเวลาทำงานจาก 7 วันเหลือเพียง 2 วัน

บริษัท ฯ ตั้งเป้าขยายสัดส่วนสินค้าในกลุ่ม Infrastructure จากยอดขาย 5% ในปีที่ผ่านมา คาดว่าจะเติบโตเป็น 10% ของมูลค่ารวมทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์จระเข้ในปีนี้
นายวรพจน์ ตั้งมนัสวงศ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด กล่าวว่า แนวทางในการทำตลาดของจระเข้ การพัฒนา “นวัตกรรม” ยังคงเป็นหัวใจหลัก ที่ผ่านมาจระเข้เป็นผู้นำตลาดกาวซีเมนต์และกาวยาแนวปูกระเบื้องมายาวนาน
ในปีนี้ได้นำหลายผลิตภัณฑ์นวัตกรรมมาออกบูธในงานสถาปนิก’66 ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Expert Solutions, Expert Results” สะท้อนความเป็นผู้นำและความเชี่ยวชาญในงานก่อสร้างยุคใหม่ ผ่าน 5 โซนจัดแสดง ได้แก่
“WELL BEING FIRST: Living Green, Living Better ผลิตภัณฑ์ก่อสร้างเพื่อความยั่งยืน เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และผู้อยู่อาศัย ตอบ Trend การก่อสร้างยุคใหม่
“CHEMICAL EXPERTISE: Sustainable Infrastructure Solutions ใส่ใจทุกงานโครงสร้าง พัฒนานวัตกรรมสินค้าอย่างยั่งยืน ลดปัญหาการซ่อมแซม ยืดอายุการใช้งานให้ยาวนาน

“TILING EXPERTS: The Ultimate of BIG SLAB Solution นวัตกรรมการติดตั้งกระเบื้องใหญ่พิเศษครบวงจร พร้อมชมการติดตั้งโดยผู้เชี่ยวชาญ
“SEE JORAKAY: Sense of Specialized Colors สีสร้างลาย สร้างสไตล์ที่แตกต่างเฉพาะตัว พบกับการสร้างสรรค์ลวดลายโดยทีมช่างมืออาชีพที่พร้อมให้บริการสร้างผนังสวยระดับ Masterpiece ให้กับบ้านคุณ
“HOME CLINIC: Expert Consulting for Home Repairs จุดบริการให้คำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญจากจระเข้
คอตโต้ นำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ในรูปแบบงานศิลป์
นายนำพล มลิชัย กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอสซีจี เดคคอร์ จำกัด เปิดเผยว่า แบรนด์คอตโต้ได้ให้ความสำคัญกับการใช้วัสดุรูปแบบใหม่ ด้วยการผสานทิศทางของเทรนด์การใช้ชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปในปัจจุบันที่มีบริบทที่หลากหลาย ไม่ยึดติดกับมุมมองหรือรูปแบบเดิม ๆ อีกต่อไป
โดยการจัดแสดงผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ของคอตโต้ ในงานสถาปนิก 2023 ในปีนี้ จะนำเสนอภายใต้ธีม “MEFlection ตัวตน ผลงาน ภาพสะท้อนตัวตนของคุณ” ที่นอกจากจะแสดงผลงานออกแบบที่สะท้อนตัวตนของผู้สร้างงานแล้ว ยังแสดงออกในมุมของ ESG ด้วยมุมมอง build to last ที่ให้ความสำคัญกับทุกกระบวนการผลิตสินค้าตั้งแต่ขั้นตอนการดีไซน์ไปจนถึงขั้นตอนการทำลาย
ซึ่งแนวคิดนี้จะเป็นการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมออกแบบ-ก่อสร้างไทย สู่ระดับโลก ทั้งภาพของวัสดุและบริการที่เกี่ยวข้อง
ด้านนอกของบูธ ใช้วัสดุที่ให้ความมันเงาเพื่อสอดรับกับธีมของงานที่ต้องการให้เห็นความสะท้อนของตัวตน ภายในแบ่งออกเป็นโซนย่อยนำเสนอเรื่องราวผสานกับ Lifestyle Trends ที่แสดงให้เห็นถึงมุมมองการใช้ชีวิตของคนในยุค 2023-2024 ที่มีการเปลี่ยนแปลงไปโดยไม่ย้อนกลับมาเป็นเหมือนเดิมอีกต่อไป

ในแต่ละโซนจะจัดแสดงวัสดุปิดผิว ทั้งกระเบื้อง สุขภัณฑ์ และก๊อกน้ำ ที่ได้รับการคัดสรรและนำเสนอเพื่อเล่าเรื่องราวผ่านงาน Art Installation ใน Lifestyle Trends ที่จัดแยกเป็นโซนไว้ตามไลฟ์สไตล์หลัก ๆ 4 โซน ดังนี้
1.โซน Retro Future คือการมองย้อนไปในวันวานของเรื่องราวในอดีตอันหอมหวาน จัดแสดงสุขภัณฑ์ที่รูปแบบและโทนสีมีความคลาสสิกด้วยกลิ่นอายของอดีต
2.โซน Freedom Spectrum การก้าวทะยานสู่โลกอนาคตที่พร้อมจะสร้างโลกใหม่ได้อย่างไม่รู้จบ จัดเป็นโซนไฮไลท์ของการจัดแสดงในปีนี้ จัดแสดงงานโดยศิลปินรับเชิญกลุ่มเป็ด (DuckUnit) ที่จัดแสดง Conceptual ล้ำ ๆ ตื่นตาทั้งแสงสีเสียง รวมถึงกิจกรรมชวนให้คุณมาตามหา Your Spectrum
3.โซน Basic Organic การหยุดเวลาไว้กับธรรมชาติ เพราะธรรมชาติที่แท้จริงเท่านั้นที่จะช่วยเยียวยาทุกสิ่งที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว จัดแสดงสุขภัณฑ์ที่ช่วยประหยัดน้ำ และลดการสะสมของเชื้อโรคได้สูงถึง 99% รวมถึงกระเบื้องฟอกอากาศ และกระเบื้องยับยั้งแบคทีเรีย

4.โซน Youtopia พร้อมที่จะขับเคลื่อนตัวตนไปข้างหน้า โดยไม่สนใจขนบหรือกฎเกณฑ์เดิม ๆ หากพบว่ามีสิ่งอื่นที่ดีกว่า จัดแสดงเครื่องสุขภัณฑ์ ก๊อกน้ำ เฟอร์นิเจอร์สีสันใหม่ ที่ปรับเปลี่ยนได้ตามไลฟ์สไตล์ รวมถึงกระเบื้องที่เน้นการสร้างความโดดเด่น และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
นอกจากนี้ยังมีพื้นที่จัดแสดง Variety Ceramic ที่คัดสรรผลิตภัณฑ์มาจัดแสดงตาม mood and tone ของงาน โซน Sculpture Reflection Hall และโซน Sustain ที่นำเสนอมุมมองของธุรกิจด้าน Sustainability ผ่าน experience booth design นำเสนอความใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อมตั้งแต่กระบวนการผลิตจนถึงทำลาย จัดแสดงสินค้าเพื่อต่อยอดแนวคิดในการสร้างที่อยู่อาศัยเพื่อความยั่งยืน
สถาปนิก นักออกแบบ และผู้สนใจ สามารถร่วมสัมผัสความหลากหลายของผลิตภัณฑ์คอตโต้ได้ที่บูธคอตโต้ในงานสถาปนิก 2023 ระหว่างวันที่ 25-30 เมษายน 2566 นี้ ระหว่างเวลา 10.00-20.00 น. ที่ชาเลนเจอร์ฮอลล์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี รายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดตามได้ที่ www.cotto.com / Facebook YouTube Instagram Line official: cottoofficial