บิวท์ ทู บิวด์ รุกเป้า 1,200 ล้าน ชูคุณภาพ ไม่ทำสงครามราคา

บิวท์ ทู บิวด์

กลุ่มบิวท์ ทู บิวด์ เผยภาพรวมตลาดรับสร้างบ้านปี’67 ยังเผชิญความไม่แน่นอนค่อนข้างสูง เดินหน้าจัดกิจกรรม “Site Seeing สร้างบ้าน ต้องเห็นบ้าน” ต่อเนื่อง ดันรายได้แตะ 1,200 ล้านบาท

วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2567 นายสุธี เกตุศิริ กรรมการผู้จัดการ กลุ่มบิวท์ ทู บิวด์ เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดรับสร้างบ้านปี 2567 มีความไม่แน่นอนสูง มีความท้าทายในเรื่องภูมิรัฐศาสตร์ อาทิ สงครามรัสเซีย-ยูเครน และ อิสราเอล-ปาเลสสไตล์ ในส่วนเศรษฐกิจคู่ค้ารายใหญ่ โดยเฉพาะจีน สหรัฐ ยุโรป จากผลกระทบจากสงครามการสู้รบ ทั้งเรื่องของอัตราเงินเฟ้อ และดอกเบี้ยที่ปรับขึ้นสูงในปี 2566-2567 ซึ่งจะส่งผลต่อเศรษฐกิจประเทศไทยค่อนข้างมาก

ปัญหาในประเทศมีเรื่องหนี้ครัวเรือนที่ยังสูง การเมืองซึ่งยังมีความไม่แน่นอนและมีเสถียรภาพ รวมไปถึงการใช้จ่ายต่าง ๆ ของภาครัฐที่งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2567 ยังไม่ได้มีการอนุมัติจากสภา ซึ่งคาดว่าจะมีการใช้จ่ายได้อย่างมากและรวดเร็วภายในเดือนพฤษภาคม 2567 เป็นต้นไป

ด้านปัจจัยบวกในปีนี้ การท่องเที่ยว ที่จะนำเม็ดเงินสดเข้ามาในประเทศอย่างรวดเร็ว จากปี 2566 ที่มีนักท่องเที่ยวเป็นไปตาม 28 ล้านคน ปี 2567 คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยว 35-38 ล้านคน จากปัจจัยการเปิดฟรีวีซ่าของไทยให้กับหลายประเทศ เช่น จีน อินเดีย รัสเซีย เป็นต้น

ปัจจัยการส่งออก คาดว่าตั้งแต่ครึ่งปีหลัง 2567 เป็นต้นไป จะเห็นการฟื้นตัวที่ชัดเจนขึ้น

แนวโน้มในต่างประเทศเชื่อว่าธนาคารกลางสหรัฐ หรือ FED จะมีการปรับดอกเบี้ยลงตั้งแต่กลางปี 2567 เป็นต้นไป และคาดการณ์ว่าจะปรับลดดอกเบี้ยลง 3-4 ครั้ง หรือ 1% ซึ่งจะส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยทั่วโลกรวมทั้งไทยปรับลดลงด้วย และจะส่งผลให้ภาคธุรกิจทั่วโลกและไทยฟื้นตัวขึ้น

ด้านการลงทุน ด้วยยุทธศาสตร์ประเทศจะทำให้มีการเคลื่อนย้ายเงินทุนจากต่างประเทศมายังไทยมากขึ้น จากการที่รัฐบาลออกแนะนำตัวตามเวทีโลกต่าง ๆ ทั้งโครงการแลนด์บริดจ์ (Landbridge) หรือสะพานเศรษฐกิจ โครงการเมกะโปรเจ็กต์ต่าง ๆ และการสนับสนุน ส่งเสริมให้ไทยเป็นศูนย์กลางของการผลิตรถ EV  การทำ FTA กับต่างประเทศโดยเฉพาะ EU เป็นต้น ซึ่งจะเห็นเป็นรูปธรรมมากขึ้นตั้งแต่กลางปี 2567

รวมทั้งการใช้เม็ดเงินในประเทศ กว่างบประมาณจะผ่านการอนุมัติจากรัฐสภา คงจะสามารถใช้และกระจายงบประมาณการเงินได้ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2567 เป็นต้นไป ซึ่งรัฐบาลคงต้องมีการเทงบประมาณใช้จ่ายออกมาอย่างมาก เพื่อฟื้นเศรษฐกิจในประเทศ ซึ่งจะทำให้สภาพคล่องไปได้ดี

โครงการสำคัญ ๆ และการดำเนินนโยบายต่าง ๆ เหล่านี้ จะผลักดันให้ GDP ไทยสามารถเติบโตได้ไม่น้อยกว่า 3-3.5 % เปรียบเทียบกับ GDP ในปี 2566 ซึ่งเติบโตบวกลบที่ 2% เท่านั้น ซึ่งในปี 2566 GDP ไทย ยังเติบโตได้น้อยกว่าปี 2565 ซึ่งโตประมาณ 2.6%

“สำหรับภาคธุรกิจอสังหาฯ และรับสร้างบ้าน ปีที่ผ่านมา เริ่มฟื้นตัวดีขึ้นหลังจากโควิด แต่เริ่มมาชะลอตัวอีกในช่วงไตรมาส 3-4/2566 จากปัจจัยลบดังกล่าวข้างต้น” นายสุธีกล่าว

ทั้งนี้ ปี 2566 ที่ผ่านมา ตั้งเป้ารายได้ 1,200 ล้านบาท แต่เนื่องจากในช่วงไตรมาส 3-4/2566 ภาพรวมเศรษฐกิจและตลาดชะลอตัวลง ลูกค้าบางราย กู้สินเชื่อได้ไม่ 100% ส่งผลให้ชะลอการตัดสินใจสร้างบ้านไป คิดเป็นสัดส่วน 10-15% ส่วนใหญ่เป็นบ้านราคา 2-8 ล้านบาท แต่ระดับ 2-5 ล้านบาทจะมากที่สุด ส่งผลให้รายได้ของบริษัทในปี 2566 อยู่ที่ 1,100 ล้านบาท

แผนธุรกิจปี 2567 ตั้งเป้ารายได้ 1,200 ล้านบาท จากปี 2566 ที่ทำได้ 1,100 ล้านบาท เท่ากับรายได้ของปี 2565 แบ่งเป็นรายได้จาก 1.บริษัท บิวท์ ทู บิวด์ จำกัด สร้างบ้านราคา 25 ล้านบาทขึ้นไป สัดส่วน 20% หรือ 250 ล้านบาท

2.บริษัท บางกอกเฮ้าส์บิวเดอร์ จำกัด สร้างบ้านราคา 10-25 ล้านบาท สัดส่วน 30% หรือ 350 ล้านบาท และ 3.บริษัท สมอลล์เฮ้าส์บิวเดอร์ จำกัด ซึ่งสร้างบ้านราคา 2-10 ล้านบาท สัดส่วน 50% หรือ 600 ล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นฐานลูกค้ากลุ่มใหญ่ที่สุด

โดยในปี 2566 ที่ผ่านมามีลูกค้าเซ็นสัญญา 172 หลัง ปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างการก่อสร้างบ้านให้ลูกค้า 250 หลัง ราคา 2-60 ล้านบาท รวมมูลค่า 1,375 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นลูกค้าในกรุงเทพฯและปริมณฑล

นายสุธีกล่าวเพิ่มเติมว่า ธุรกิจรับสร้างบ้านเป็นธุรกิจ “Product Oriented” ไม่ใช่ “Marketing Oriented” คุณภาพบ้านหรือตัวสินค้าจึงเป็นเรื่องสำคัญมากกว่าการตลาด และการโฆษณา ถึงแม้การตลาดและการโฆษณาจะมีความสำคัญมากก็ตาม

ถ้าทำเรื่องคุณภาพและมาตรฐานงานก่อสร้างได้สำเร็จ ธุรกิจจึงจะอยู่ได้อย่างมั่นคง กลุ่มบิวท์ ทู บิวด์ จึงให้ความสำคัญเรื่องแบรนด์และคุณภาพงานก่อสร้างอย่างมากมาตลอดกว่า 20 ปี ตั้งแต่ก่อตั้ง

ทั้งนี้ในส่วนการทำตลาด บริษัทยังคงเน้นและให้ความสำคัญกับการจัดกิจกรรม “Site Seeing” สร้างบ้าน ต้องเห็นบ้าน อย่างต่อเนื่อง โดยจะมีการจัดกิจกรรมไตรมาสละ 1 ครั้ง ซึ่งได้ดำเนินการมาแล้วกว่า 15 ปี และได้รับผลตอบรับดีมากจากลูกค้า


กิจกรรมนี้ทำให้ลูกค้าได้เห็นและสัมผัสกับไซต์งานก่อสร้าง คุณภาพ งานก่อสร้าง โรงงานผลิตชิ้นส่วนโครงสร้างบ้าน และทีมงานของบริษัท โดยการจัดกิจกรรมแต่ละครั้งสามารถรองรับลูกค้า 40 ครอบครัว หรือ 100 รายเท่านั้น (โดยไม่มีค่าใช้จ่ายสำหรับผู้เข้าร่วมกิจกรรม) โดยในไตรมาส 1/2567 จะจัดขึ้นในวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2567 นี้