บมจ.ผลิตภัณฑ์ตราเพชร เผยผลงานไตรมาส 3/68 ทำรายได้รวม 1,032.22 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 41.72 ล้านบาท ชะลอตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) จากภาพรวมเศรษฐกิจ คาดไตรมาส 4/68 ฟื้นตัวจากจุดต่ำสุด มุ่งขยายตลาดงานโครงการภาครัฐและส่งออกต่อเนื่อง ชูความพร้อมการผลิตสินค้าและความยืดหยุ่นในการผลิตอิฐมวลเบา รับโอกาสรัฐบาลเร่งเบิกจ่ายงบฯและออกมาตรการภาษีหนุนการปรับปรุงโรงแรม
นายสาธิต สุดบรรทัด ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ผลิตภัณฑ์ตราเพชร จำกัด (มหาชน) หรือ DRT ผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าระบบหลังคา ไม้สังเคราะห์และบอร์ดไฟเบอร์ซีเมนต์ บอร์ดตกแต่งผนัง อิฐมวลเบา บริการติดตั้งโครงหลังคาสำเร็จรูปและกระเบื้องหลังคา พื้น บันได และผนังพร้อมบริการติดตั้ง SPC Solutions ครบวงจร ภายใต้เครื่องหมายการค้า ‘ตราเพชร’ เปิดเผยว่า บริษัทฯ เร่งทำการตลาดเชิงรุกภายในประเทศทุกช่องทาง และมุ่งขยายตลาดส่งออกในอาเซียน เพื่อผลักดันยอดขาย
แต่เนื่องจากภาพรวมเศรษฐกิจและธุรกิจอสังหาฯยังชะลอตัว ตลาดวัสดุก่อสร้างเข้าสู่ช่วงโลว์ซีซัน และการปิดด่านชายแดนไทย – กัมพูชา ส่งผลให้ไตรมาส 3/68 บริษัทฯ มีรายได้รวม 1,032.22 ล้านบาท ชะลอตัว 7.55% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และกำไรสุทธิ 41.72 ล้านบาท ชะลอตัว 51.78% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 21.37%
ภาพรวม 9 เดือนแรกของปี 2568 มีรายได้รวม 3,617.42 ล้านบาท ชะลอตัว 8.97% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และกำไรสุทธิ 244.39 ล้านบาท ชะลอตัว 44.51% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ได้วางกลยุทธ์ขยายฐานลูกค้าโครงการภาครัฐ เช่น โรงเรียน, โรงพยาบาล และขยายตลาดในเมืองรอง พร้อมนำเสนอสินค้าพร้อมบริการในรูปแบบโซลูชันเพื่อรุกขยายตลาด ส่งผลให้มีอัตราการเดินเครื่องจักรเฉลี่ย 74%
สำหรับแนวโน้ม 4/68 คาดว่า ผ่านจุดต่ำสุดและเริ่มทยอยฟื้นตัว โดยบริษัทฯ ได้ร่วมกับร้านค้าตัวแทนจำหน่ายเร่งขยายตลาดและดูแลลูกค้าในพื้นที่อย่างใกล้ชิด ไปพร้อมกับขยายตลาดงานโครงการภาครัฐและส่งออกอย่างต่อเนื่อง
ล่าสุด บริษัทฯได้เดินเครื่องจักรโรงงาน AAC-2 จ.สระบุรี แสดงความพร้อมในการผลิตสินค้ากลุ่มหลังคา กลุ่มไม้สังเคราะห์ และกลุ่มอิฐมวลเบา ซึ่งช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการผลิตสินค้าสเป็กพิเศษและรุ่นมาตรฐาน พร้อมรองรับความต้องการใช้สินค้าจากโครงการอสังหาริมทรัพย์ทั้งแนวราบและแนวดิ่ง
นอกจากนี้ บริษัทฯคาดหวังให้นโยบายของรัฐบาลชุดใหม่ที่เร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานคมนาคม และการออกมาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการปรับปรุงโรงแรม โดยให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด สามารถหักรายจ่ายจากการต่อเติม เปลี่ยนแปลง ขยาย หรือทำให้ดีขึ้น (ไม่รวมถึงการซ่อมแซมเพื่อคงสภาพเดิม) ได้ 2 เท่า ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม 2568 – 31 มีนาคม 2569 จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและความต้องการใช้วัสดุก่อสร้างและตกแต่ง