Skip to content

บ้านหรูขายดีสวนตลาด ชี้เหตุเศรษฐีซื้อไว้ปล่อยเช่า “เอสซี แอสเสท” แชมป์ส่วนแบ่งมากสุด

02 มี.ค. 2569 | 17:50น.
บ้านหรูขายดีสวนตลาด ชี้เหตุเศรษฐีซื้อไว้ปล่อยเช่า “เอสซี แอสเสท” แชมป์ส่วนแบ่งมากสุด

คอลลิเออร์ฯ เผยผลสำรวจตลาดบ้านหรูราคาเกิน 20 ล้านยังไปได้สวย สวนทางภาวะเศรษฐกิจผันผวน-แบงก์เข้มงวดปล่อยสินเชื่อ ชี้กลุ่มลูกค้าระดับบนกำลังซื้อยังแข็งแกร่ง แถมเป็นช่องทางลงทุนซื้อไว้ปล่อยเช่า สร้างรายได้ค่าเช่าสูงถึง 2 แสน-1 ล้านต่อเดือน  “เอสซี แอสเสท” ขึ้นแท่นแชมป์ส่วนแบ่งตลาดมากสุด คาดปี 69 ยังโตต่อเนื่อง แถมแข่งดุเดือดเข้มขึ้นอีก

แผนกวิจัยและการสื่อสาร บริษัท คอลลิเออร์ส ประเทศไทย เปิดเผยถึงผลการสำรวจตลาดบ้านหรู ระดับราคา 20 ล้านบาทขึ้นไปในเขตกรุงเทพมหานครว่า ยังคงมีการเติบโตและมีความต้องการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งในฝั่งของอุปสงค์และอุปทาน โดยเฉพาะกลุ่มกำลังซื้อคนไทยระดับบน นักลงทุนและความต้องการเช่าของชาวต่างชาติ ส่งผลให้ตลาดบ้านหรูเป็นตลาดที่มีการแข่งขันในกลุ่มผู้พัฒนารายใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์แทบทั้งสิ้น

บ้านหรูกำลังซื้อแกร่ง

จากข้อมูลของคอลลิเออร์ส ประเทศไทย พบว่า ณ สิ้นปี 2568 ที่ผ่านมา มีอุปทานบ้านหรูระดับราคา 20 ล้านบาทขึ้นไป ที่อยู่ระหว่างรอการขายทั้งหมดถึง 6,331 ยูนิต ด้วยมูลค่าลงทุน 310,219 ล้านบาท  ขายไปแล้ว 3,895 ยูนิต คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 61.52 ด้วยมูลค่าประมาณ 190,855 ล้านบาท และยังคงมีอุปทานรอการขายอีก 2,436 ยูนิต ด้วยมูลค่าประมาณ 119,364 ล้านบาท เป็นที่น่าสังเกตว่า  ณ สิ้นปี 2568 มูลค่าการโอนกรรมสิทธิ์ของบ้านระดับราคา 20 ล้านบาทขึ้นไป ในเขต กทม. มีมูลค่าสูงสุดที่ 46,734 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่าบ้านในระดับราคาอื่นอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของกำลังซื้อในกลุ่มระดับบนที่ยังคงมีศักยภาพ แม้ภาวะเศรษฐกิจจะมีความผันผวนและสถาบันการเงินเข้มงวดการปล่อยสินเชื่อ

จากตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า ตลาดบ้านระดับบนมีบทบาทสำคัญต่อโครงสร้างมูลค่าการโอนกรรมสิทธิ์โดยรวม อีกทั้งผู้ซื้อในระดับราคาดังกล่าวส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้ประกอบการ นักลงทุนและครอบครัวที่มีรายได้สูง ซึ่งมีความต้องการยกระดับคุณภาพการอยู่อาศัย ควบคู่กับการมองอสังหาริมทรัพย์เป็นสินทรัพย์เพื่อการลงทุนและการรักษามูลค่าในระยะยาว

ซื้อไว้ปล่อยเช่า-กำไรเดือนละล้าน

นอกจากนี้ ในส่วนของการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะบ้านหรูในช่วงราคานี้ พบว่า นักลงทุนมีความสนใจสูง โดยเฉพาะกลุ่มนักลงทุนที่มองเห็นโอกาสในการลงทุนบ้านหรูเพื่อปล่อยเช่า ซึ่งตอบสนองกับความต้องการของตลาดที่มีทั้งชาวต่างชาติและลูกค้าภายในประเทศที่มองหาที่อยู่อาศัยในระดับคุณภาพสูง ข้อมูลพบว่า นักลงทุนบางรายสามารถปล่อยเช่าบ้านหรูโดยได้รับผลตอบแทนในช่วงระหว่าง 200,000-1,000,000 บาทต่อเดือน ซึ่งถือว่าเป็นผลตอบแทนที่ค่อนข้างสูง ทำให้การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ประเภทบ้านจัดสรรระดับราคา 20  ล้านบาทขึ้นไป กลายเป็นตลาดที่มีความสนใจจากนักลงทุนอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม ความต้องการบ้านหรูในระดับราคานี้ไม่ได้มีเฉพาะจากนักลงทุนเท่านั้น แต่ยังรวมถึงผู้ซื้อที่มีกำลังซื้อสูง ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นผู้ที่มีความต้องการที่อยู่อาศัยในพื้นที่ที่มีความสะดวกสบายและมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน รวมถึงความเป็นส่วนตัวที่มาพร้อมกับการตกแต่งและการออกแบบที่มีเอกลักษณ์ นอกจากนี้ ยังพบว่า ในปัจจุบันบ้านระดับราคา 20 ล้านบาทขึ้นไป ยังได้รับความนิยมจากเศรษฐีคนรุ่นใหม่ และนักธุรกิจรุ่นใหม่ ซึ่งส่วนใหญ่อายุ 30 ปีขึ้นไป และประสบความสำเร็จในธุรกิจในช่วงระยะเวลาอันรวดเร็ว  โดยกลุ่มนี้มีความสามารถในการซื้อที่อยู่อาศัยในระดับสูง และมีความต้องการที่หลากหลาย โดยบางส่วนเลือกที่จะซื้อบ้านเพื่อใช้เป็นพื้นที่รองรับการทำคอนเทนต์หรือกิจกรรมต่างๆ เช่น การจัดงานปาร์ตี้ หรือการสร้างบ้านด้วยเงินสด รวมถึงการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เพื่อผลตอบแทนในระยะยาว

ทำเลต้องดีอยู่ใจกลางเมือง

ทั้งนี้  คอลลิเออร์ส ประเทศไทย มองว่า ตลาดบ้านเดี่ยวในช่วงระดับราคา 20 ล้านบาทขึ้นไป จะเป็นตลาดที่โดดเด่นและน่าจับตาเป็นอย่างมากในปีนี้ โดยส่วนใหญ่ผู้พัฒนาจะพัฒนาบนที่ดินในช่วงขนาด 60 – 300  ตารางวา และพื้นที่ใช้สอยประมาณ 300 – 1,365  ตารางเมตร ซึ่งสิ่งที่เป็นที่ดึงดูดใจลูกค้าเป็นสิ่งแรก คือ ทำเล  ต้องเป็นทำเลที่ดี โดยเฉพาะในพื้นที่ใจกลางเมือง หรือสามารถเชื่อมต่อการเดินทางเข้าสู่ใจกลางเมืองได้อย่างสะดวกสบาย  นอกจากนี้ ต้องมีการพัฒนาฟังก์ชั่นต่างๆ ที่สามารถตอบสนองกับ lifestyle ได้มากที่สุด

ส่วนทำเลที่ตั้งของบ้านหรูระดับราคาดังกล่าว พบว่าส่วนใหญ่จะได้รับการพัฒนาในพื้นที่สำคัญต่าง ๆ ได้แก่ ราชพฤกษ์, ปิ่นเกล้า, บรมราชชนนี, เพชรเกษม-กาญจนาภิเษก, บางนา, พระราม 9, รามอินทรา และ กรุงเทพกรีฑา เป็นต้น ซึ่งเป็นทำเลที่ได้รับความสนใจจากทั้งนักลงทุนภายในประเทศและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยพื้นที่ดังกล่าวถือเป็นทำเลที่มีการพัฒนาและขยายตัวของเมืองอย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งมีการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคที่ก้าวหน้า ซึ่งตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มลูกค้ากำลังซื้อสูง

“เอสซี แอสเสท” ส่วนแบ่งสูงสุด

จากข้อมูลพบว่า ณ สิ้นปี 2568 บริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่มีอุปทานบ้านหรูในช่วงระดับราคา 20 ล้านบาทขึ้นไป มากที่สุดในตลาดคือ บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)  โดยปัจจัยสำคัญที่ทำให้เอสซี แอสเสทฯ ครองส่วนแบ่งตลาดในระดับสูง ส่วนหนึ่งมาจากผลการตอบรับที่ดีของโครงการในช่วงที่ผ่านมา ทั้งด้านยอดขายที่แข็งแกร่ง การออกแบบบ้านที่มีความสวยงาม ทันสมัย และตอบโจทย์การใช้ชีวิตของกลุ่มลูกค้าระดับบนได้อย่างชัดเจน อีกทั้งบริษัทยังให้ความสำคัญกับคุณภาพการก่อสร้าง รวมถึงการให้บริการทั้งก่อนและหลังการขายอย่างต่อเนื่อง สร้างความเชื่อมั่นและความพึงพอใจให้กับลูกค้า ส่งผลให้เกิดการบอกต่อและการแนะนำในกลุ่มผู้มีกำลังซื้อสูง ซึ่งเป็นแรงสนับสนุนสำคัญที่ทำให้บริษัทสามารถรักษาความเป็นผู้นำในตลาดบ้านหรูได้อย่างต่อเนื่อง

ท็อปฟอร์มยอดโอนเฉียดหมื่นล.

ในปี 2568 ที่ผ่านมา ตลาดบ้านจัดสรรระดับลักชัวรีในประเทศไทยยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยเฉพาะในเซกเมนต์ระดับราคา 20 ล้านบาทขึ้นไป ซึ่งถือเป็นกลุ่มที่มีความต้องการซื้อจากผู้มีกำลังซื้อสูง (High-Net-Worth Individuals: HNWIs)  ซึ่งพบว่า บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) สร้างมูลค่าการโอนกรรมสิทธิ์บ้านจัดสรรในช่วงระดับราคา 20 ล้านบาทขึ้นไป ได้สูงเกือบ 10,000 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนประมาณร้อยละ 21.00 ของมูลค่าการโอนกรรมสิทธิ์รวมในตลาดระดับราคาดังกล่าว สะท้อนถึงความสามารถในการพัฒนาโครงการที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดลักชัวรีได้อย่างแม่นยำ ทั้งในด้านทำเล การออกแบบ ฟังก์ชันการใช้งาน บริการที่ยอดเยี่ยม และมาตรฐานคุณภาพการก่อสร้าง

ตัวเลขดังกล่าวไม่เพียงแสดงถึงความแข็งแกร่งของแบรนด์และศักยภาพด้านการพัฒนาโครงการเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงแนวโน้มเชิงโครงสร้างของตลาดบ้านระดับบน ที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิต พื้นที่ใช้สอยที่มากขึ้น ความเป็นส่วนตัว และความปลอดภัย ภายใต้สภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่มีความผันผวน กลุ่มผู้ซื้อระดับบนยังคงมีความเชื่อมั่นและกำลังซื้อที่มั่นคง ซึ่งคอลลิเออร์ส ประเทศไทย คาดการณ์ว่า ตลาดบ้านจัดสรรระดับราคา 20 ล้านบาทขึ้นไป จะยังคงเป็นหนึ่งในเซกเมนต์ที่มีศักยภาพการเติบโตต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการขยายตัวของกลุ่มผู้มีสินทรัพย์สุทธิสูง การส่งต่อความมั่งคั่งระหว่างรุ่น (wealth transfer) และการปรับตัวของผู้พัฒนาโครงการที่มุ่งเน้นการสร้างความแตกต่างและมูลค่าเพิ่มในระยะยาว

คาดปีนี้บ้านหรูโตต่อเนื่อง

ส่วนในปี 2569 คาดการณ์ว่า ตลาดบ้านจัดสรรระดับราคา 20 ล้านบาทขึ้นไป จะยังคงมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง  แม้จะเข้าสู่ช่วงการแข่งขันที่เข้มข้นและคัดเลือกมากขึ้น โดยแรงขับเคลื่อนหลักยังมาจากกลุ่มผู้มีกำลังซื้อสูง นักธุรกิจรุ่นใหม่ และนักลงทุนที่มองเห็นศักยภาพในการปล่อยเช่า ซึ่งยังให้ผลตอบแทนในระดับที่น่าสนใจ ขณะเดียวกันความต้องการจากชาวต่างชาติระดับผู้บริหารยังช่วยสนับสนุนตลาดในระยะต่อไป

ด้านอุปทาน ผู้พัฒนารายใหญ่ยังคงเปิดโครงการใหม่อย่างต่อเนื่อง แต่มีแนวโน้มบริหารความเสี่ยงมากขึ้น ผ่านการพัฒนาแบบทยอยเปิดขาย และมุ่งเน้นทำเลศักยภาพที่สามารถเชื่อมต่อเข้าเมืองได้สะดวก ตลาดในระดับราคานี้จึงยังเป็นสนามแข่งขันของผู้พัฒนาแบรนด์ใหญ่เป็นหลัก

สำหรับในด้านราคา คาดว่าจะปรับเพิ่มขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไปตามต้นทุนที่ดิน ค่าแรง และค่าก่อสร้างที่ยังอยู่ในทิศทางขาขึ้น อย่างไรก็ตาม ผู้ซื้อในปี 2569   จะให้ความสำคัญกับคุณภาพ การออกแบบ ฟังก์ชันที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ และความเป็นส่วนตัวมากขึ้น ส่งผลให้การแข่งขันเปลี่ยนจากด้านปริมาณไปสู่การแข่งขันด้านคุณค่าและความแตกต่างของโครงการ

ดังนั้น ตลาดบ้านจัดสรรในช่วงระดับราคานี้จึงยังคงได้รับความสนใจจากทั้งนักลงทุนและผู้ซื้อระดับบนอย่างต่อเนื่อง โดยผู้พัฒนารายใหญ่ยังคงเดินหน้าพัฒนาโครงการใหม่ๆ เพื่อรองรับความต้องการในอนาคต ซึ่งถือเป็นโอกาสในการเติบโตของตลาดอสังหาริมทรัพย์ในระดับราคานี้ที่ยังคงมีศักยภาพในการสร้างผลตอบแทนที่น่าสนใจทั้งในแง่ของการลงทุนและการอยู่อาศัย