ประยุทธ์ กดปุ่มเปิด “รถไฟฟ้าสีเขียว-สีทอง” คูคต-ไอคอนสยาม ยังนั่งฟรี

“ประยุทธ์” กดปุ่มเปิดบริการรถไฟฟ้า 2 สาย เปิดให้ประชาชนนั่งพร้อมกัน 13.00 น. ฟรีถึง 15 ม.ค.64 “สีเขียว” วิ่งยาวไร้รอยต่อ 59 สถานี เชื่อม 3 จังหวัด 5 รถไฟฟ้า สายสีทองรถไฟฟ้าไร้คนขับสายแรกของประเทศไทย เชื่อมไอคอนสยาม-ท่องเที่ยวฝั่งธนบุรี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 16 ธ.ค. 2563 พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดให้บริการเดินรถโครงการรถไฟฟ้า 2 สาย ได้แก่ สายสีเขียวช่วงหมอชิต – สะพานใหม่ – คูคต จะเปิดเพิ่ม 7 สถานี และสายสีทองช่วงกรุงธนบุรี – คลองสาน โดยกรุงเทพมหานคร (กทม.) จะเปิดให้บริการประชาชนอย่างเป็นทางการพร้อมกันทั้ง 2 สาย ในเวลา 13.00 น.

พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวว่า นับตั้งแต่ปี 2542 ที่ กทม.ได้เปิดให้บริการรถไฟฟ้าสายแรกของประเทศไทย “รถไฟฟ้าเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบพระชนมพรรษา สาย 1 สายสุขุมวิท ช่วงหมอชิต – อ่อนนุช และได้พัฒนาโครงข่ายอย่างต่อเนื่องตลอด 20 ปีที่ผ่านมา รถไฟฟ้าสายสีเขียวได้ขยายเชื่อมโยงทุกพื้นที่สำคัญทั้งกรุงเทพฯ และฝั่งธนบุรี และขยายในแนวเหนือ-ใต้

นอกจากจะเป็นรถไฟฟ้าสายแรกแล้ว ในวันนี้ถือได้ว่าเป็นรถไฟฟ้าสายแรกในพื้นที่จังหวัดปทุมธานีด้วย นับเป็นระบบขนส่งมวลชนที่สำคัญยิ่งของประชาชนชาวกรุงเทพฯ และปริมณฑล สามารถเดินทางได้อย่างไร้รอยต่อ ด้วยระบบขนส่งมวลชนที่มีประสิทธิภาพ สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย

นอกจากนี้ยังเป็นรถไฟฟ้าแกนหลักที่สามารถกระจายประชาชนเดินทางไปได้ทุกพื้นที่ของกรุงเทพฯ เนื่องจากมีจุดเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าอีก 5 สาย คือ รถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์ที่สถานีพญาไท, รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินถึง 5 จุด ที่สถานีอโศก สถานีศาลาแดง สถานีหมอชิต สถานีห้าแยกลาดพร้าว และสถานีบางหว้า, รถไฟฟ้าสายสีทองที่สถานีกรุงธนบุรี และภายในปี 2565 จะเชื่อมรถไฟฟ้าที่กำลังก่อสร้างใหม่อีก 2 สายคือ สายสีชมพู แคราย-มีนบุรี ที่สถานีวัดพระศรีมหาธาตุ และสายสีเหลือง ลาดพร้าว-สำโรง ที่สถานีสำโรง

ทั้งนี้ ความสำเร็จในครั้งนี้เกิดขึ้นจากนโยบายของรัฐบาลที่ให้การสนับสนุนการพัฒนาโครงการรถไฟฟ้าของกรุงเทพฯ โดยคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก (คจร.) มีมติเห็นชอบในหลักการให้ กทม.เป็นผู้เดินรถส่วนต่อขยายทั้งช่วงแบริ่ง – สมุทรปราการ และช่วงหมอชิต – สะพานใหม่ – คูคต

“ทำให้ในวันนี้รถไฟฟ้าสายสีเขียวประสบความสำเร็จ เปิดให้บริการครบทุกสถานี ตลอดเส้นทาง ทั้ง 59 สถานี รวมระยะทางกว่า 68 กม. มีรถไฟฟ้าให้บริการมากที่สุด ถึง 98 ขบวน 392 ตู้ และมีการจัดรูปแบบการเดินรถให้มีประสิทธิภาพสูงสุด รองรับผู้โดยสารทั้งระบบได้มากกว่า 1,500,000 เที่ยวคนต่อวัน บรรเทาปัญหาการจราจรติดขัด ตลอดจนส่งเสริมการเดินทางท่องเที่ยวทั้งในกรุงเทพฯ และจังหวัดปริมณฑล และเกิดการพัฒนาทางเศรษฐกิจในพื้นที่ โดยรอบเส้นทางรถไฟฟ้า รองรับการพัฒนาเมืองอย่างต่อเนื่องและยั่งยืนในอนาคต“

สำหรับรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายที่จะเปิดให้บริการเพิ่มในครั้งนี้ เป็นส่วนสุดท้ายของโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว จำนวน 7 สถานี ประกอบด้วย สถานีพหลโยธิน 59 (N18) สถานีสายหยุด (N19) สถานีสะพานใหม่ (N20) สถานีโรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช (N21) สถานีพิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศ (N22) สถานีแยกคปอ. (N23) และสถานีคูคต (N24)

“คาดการณ์ปริมาณผู้โดยสารจะเพิ่มมากขึ้น จากปัจจุบันจำนวนผู้โดยสารในส่วนต่อขยายช่วงสถานีห้าแยกลาดพร้าว (N9) – สถานีวัดพระศรีมหาธาตุ (N17) เฉลี่ยในวันทำการที่ 132,200 เที่ยว/คนต่อวัน จะเพิ่มขึ้นเป็น 252,200 เที่ยว/คนต่อวัน หรือเพิ่มขึ้นอีกเกือบเท่าตัว“

เนื่องจากในเส้นทางนี้มีสถานศึกษา โรงพยาบาล สถานที่ราชการสำคัญตั้งอยู่จำนวนมาก อีกทั้งในพื้นที่กรุงเทพฯ ด้านเหนือต่อเนื่องกับจังหวัดปทุมธานี ทั้งด้านถนนพหลโยธินและถนนลำลูกกาเป็นย่านที่อยู่อาศัยหนาแน่น และประชาชนส่วนใหญ่ต้องเดินทางเข้ามาทำงาน หรือมาเรียนในพื้นที่กรุงเทพฯ ซึ่งจะได้รับประโยชน์จากรถไฟฟ้าสายนี้เป็นอย่างมาก

นอกจากนี้ ยังมีอาคารจอดแล้วจรเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ใช้บริการรถไฟฟ้า จำนวน 2 แห่ง ณ สถานีแยก คปอ. และสถานีปลายทางคูคต รองรับจำนวนรถได้รวม 1,755 คัน ซึ่งจะทำให้ประชาชนที่เดินทางได้รับความสะดวกมากยิ่งขึ้น โดยเปิดให้บริการฟรีถึง 15 ม.ค. 2564

นอกจากนี้ ยังมีอาคารจอดแล้วจรเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ใช้บริการรถไฟฟ้า จำนวน 2 แห่ง ณ สถานีแยก คปอ. และสถานีปลายทางคูคต รองรับจำนวนรถได้รวม 1,755 คัน ซึ่งจะทำให้ประชาชนที่เดินทางได้รับความสะดวกมากยิ่งขึ้น โดยเปิดให้บริการฟรีถึง 1 ม.ค.2564

ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวอีกว่า ในส่วนของสายสีทอง ระยะที่ 1 สถานีรถไฟฟ้ากรุงธนบุรี-สถานีคลองสาน จะให้บริการฟรี 1 เดือน ระหว่างวันที่ 16 ธ.ค. 2563 – 15 ม.ค. 2564 จะเริ่มเก็บค่าโดยสารคงที่ 15 บาทตลอดสาย ตั้งแต่วันที่ 16 ม.ค. 2564 เป็นต้นไป

รถไฟฟ้าสายนี้เป็นการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนทางรางเป็นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่มีความจำเป็นอย่างยิ่งในเมืองมหานครเพื่อให้การเดินทางของประชาชนได้รับความสะดวกและลดปัญหาต่าง ๆ อันเกิดจากการจราจรติดขัด ที่ผ่านมาได้ศึกษาความเหมาะสมโครงการถไฟฟ้าสายต่าง ๆ ให้ตอบสนองการต่อการพัฒนาเมืองอย่างต่อเนื่อง


ซึ่งพื้นที่ย่านเขตคลองสาน เขตธนบุรี มีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว ของพื้นที่การค้าการลงทุน เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีเอกลักษณ์และเป็นที่ตั้งของสถานที่ราชการมากมาย จึงได้ศึกษาความเหมาะสมโครงการรถไฟฟ้าสายสีทอง

โดยมีรูปแบบการลงทุนที่ไม่ใช้งบประมาณของทางราชการ โดยกรุงเทพธนาคมได้ให้สิทธิพื้นที่โฆษณาบนสถานีรถไฟฟ้าแก่เอกชน เป็นระยะเวลา 30 ปี และนำรายได้ดังกล่าวมาลงทุนก่อสร้าง โดยทรัพย์สินในโครงการทั้งหมดเป็นของ กทม.ตั้งแต่เริ่มให้บริการ ซึ่งถือเป็นความร่วมมือในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานร่วมกันระหว่างรัฐและเอกชน เพื่อประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน ลดปัญหาการจราจรแออัด เพิ่มทางเลือกในการเดินทางที่สะดวกสบาย สร้างแหล่งงาน แหล่งท่องเที่ยว และเสริมสร้างเศรษฐกิจในพื้นที่

สำหรับรถไฟฟ้าสายสีทองแม้จะมีระยะทางสั้นเพียง 1.8 กม. เป็นระบบรองที่มีประสิทธิภาพ เพราะเชื่อมโยงการเดินทางของประชาชนในทุกโหมด ครบทั้งล้อ ราง เรือ โดยเชื่อมรถไฟฟ้าบีทีเอสสายสีลมที่สถานีกรุงธนบุรีและในอนาคตจะเชื่อมกับรถไฟฟ้าสายสีม่วง (เตาปูน-ราษฎร์บูรณะ) ที่สถานีประชาธิปก และสายสีแดง (หัวลำโพง-มหาชัย) ที่สถานีคลองสาน และยังเชื่อมการเดินทางทางน้ำ สำหรับประชาชนที่จะใช้บริการเรือข้ามฟากและเรือด่วนเจ้าพระยาที่ท่าเรือคลองสาน และท่าเรือไอคอนสยาม

สำหรับรูปแบบรถไฟฟ้าสายสีทอง เป็นระบบนำทางอัตโนมัติ Automated  People Mover (APM) ซึ่งมีลักษณะพิเศษคือเป็นรถไฟฟ้าที่ใช้ล้อยาง มีขนาดเล็กแต่มีประสิทธิภาพในการขนส่งผู้โดยสารในพื้นที่เชื่อมต่อเข้าสู่ระบบหลัก โครงสร้างขนาดเล็กทำให้ก่อสร้างได้เร็วใช้เวลาประมาณ 2 ปี ไม่ต้องมีการเวนคืนที่ดิน มีช่วงรัศมีทางโค้งที่แคบที่สุดบริเวณแยกเป็บซี่ เพียง 32.70 เมตรเท่านั้น

แนวเส้นทางเริ่มต้นจากสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสกรุงธนบุรี ไปตามแนวถนนเจริญนครผ่านแยกคลองสาน ไปสิ้นสุดที่ถนนสมเด็จเจ้าพระยาที่บริเวณหน้าโรงพยาบาลตากสิน มี 3 สถานี ได้แก่ สถานีกรุงธนบุรี สถานีเจริญนคร และสถานีคลองสาน

ระบบให้บริการเป็นรถไฟฟ้ารุ่น Bombardier Innovia APM 300 จำนวน 3 ขบวน ขบวนละ 2 ตู้ ความจุผู้โดยสาร 138 คน/ตู้ มีที่จอดรถวีลแชร์ ตู้ละ1 คัน ตู้รถไฟฟ้ามีความกว้าง 2.89 เมตร ความยาว 12.75 เมตร ความสูงของรถ 3.5 เมตร สามารถวิ่งด้วยความเร็วสูงสุดที่ 80 กม./ชม. คาดการณ์ปริมาณผู้โดยสารอยู่ที่ประมาณ 42,000 เที่ยว-คนต่อวัน มีความถี่ในช่วงเวลาเร่งด่วน 5-6 นาที และเปิดให้บริการ 06.00-24.00 น.

ทั้งนี้ เนื่องจากเป็นรถไฟฟ้าที่ไม่มีคนขับประชาชนอาจจะยังไม่คุ้นชิน ช่วงแรกที่เปิดให้บริการ ผู้เดินรถจะจัดเจ้าหน้าที่ขึ้นประจำรถไปพร้อมกับผู้โดยสาร ซึ่งในช่วง 3-4 เดือนที่ผ่านมาได้มีการทดสอบระบบจนมีความมั่นใจในความปลอดภัย

พร้อมทั้งได้กำชับเรื่องการให้ความรู้แก่ผู้โดยสารเกี่ยวกับการปฏิบัติต่าง ๆ ภายในตัวรถเพื่อสร้างความคุ้นเคยกับระบบ ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่คอยตรวจสอบดูแลผ่านกล้องวงจรปิดและสื่อสารจากศูนย์ควบคุมได้ตลอดเวลาหากเกิดเหตุฉุกเฉิน

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ