เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
กสิกรไทย เร่งใช้ดาต้า-ฟินเทค ต่อยอดปล่อยสินค้ารายย่อย
Finance กสิกรไทย เร่งใช้ดาต้า-ฟินเทค ต่อยอดปล่อยสินค้ารายย่อย
“ชัชชาติ” เร่งฟื้นฟู “เคหะธานี 4“ เก็บขยะชิ้นใหญ่ ปรับบึง 80 ไร่ เป็นแก้มลิงแก้ท่วมระยะยาว
Real Estate “ชัชชาติ” เร่งฟื้นฟู “เคหะธานี 4“ เก็บขยะชิ้นใหญ่ ปรับบึง 80 ไร่ เป็นแก้มลิงแก้ท่วมระยะยาว
คิม ธีระศักดิ์ พา “ตู้กับข้าว” พารากอน เผยหลายแบรนด์ใหญ่รุมจีบขยายร้าน
Biz Movement คิม ธีระศักดิ์ พา “ตู้กับข้าว” พารากอน เผยหลายแบรนด์ใหญ่รุมจีบขยายร้าน
ธปท. ยันดอกเบี้ย 1% ยังเหมาะสม เงินเฟ้ออยู่ในกรอบ
Finance ธปท. ยันดอกเบี้ย 1% ยังเหมาะสม เงินเฟ้ออยู่ในกรอบ
เอกนิติ มั่นใจเศรษฐกิจไทยโตกว่า 2.1% สรุป 2 เวทีใหญ่ ชูไทยเป็นสะพานเชื่อมโลกแตกขั้ว
Finance เอกนิติ มั่นใจเศรษฐกิจไทยโตกว่า 2.1% สรุป 2 เวทีใหญ่ ชูไทยเป็นสะพานเชื่อมโลกแตกขั้ว
ในหลวง พระราชินี ทรงวางพวงมาลา พระบรมราชานุสาวรีย์ ร.9
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทรงวางพวงมาลา พระบรมราชานุสาวรีย์ ร.9
หยุดสังเวยคนกองถ่าย! สมาคมผู้กำกับฯ ดันกฎ ‘พัก 10 ชม.’ชี้งานสร้างสรรค์ต้องไม่แลกด้วยชีวิต
News หยุดสังเวยคนกองถ่าย! สมาคมผู้กำกับฯ ดันกฎ ‘พัก 10 ชม.’ชี้งานสร้างสรรค์ต้องไม่แลกด้วยชีวิต
เปิดเส้นทางเวนคืน 5 จังหวัด 16,208 ไร่ บ้าน 2,600 หลัง สร้าง ‘เจ้าพระยา 2’
Economic เปิดเส้นทางเวนคืน 5 จังหวัด 16,208 ไร่ บ้าน 2,600 หลัง สร้าง ‘เจ้าพระยา 2’
4 โค้ช ‘ก้อง-คิ้ม-โอ๊ต-จ๋าย’ ร่วม The Voice 2026 พร้อมชิงลูกทีม
Biz Movement 4 โค้ช ‘ก้อง-คิ้ม-โอ๊ต-จ๋าย’ ร่วม The Voice 2026 พร้อมชิงลูกทีม
“เอากฎหมายข้อไหนมาใช้?” สส.พรรคส้ม กาง พ.ร.บ. โต้ สปส. เล็งตัดสิทธิบอร์ดการเมือง
Politics “เอากฎหมายข้อไหนมาใช้?” สส.พรรคส้ม กาง พ.ร.บ. โต้ สปส. เล็งตัดสิทธิบอร์ดการเมือง
ดูทั้งหมด

โละสต๊อกอสังหา 1.2 ล้านล้าน ปลดล็อก LTV ปลุกตลาดฟื้นเชื่อมั่น

23 ต.ค. 2564 | 13:40น.
โละสต๊อกอสังหา 1.2 ล้านล้าน ปลดล็อก LTV ปลุกตลาดฟื้นเชื่อมั่น

อสังหาฯขานรับแบงก์ชาติปลดล็อก LTV 100% ศูนย์ข้อมูลฯเปิดสถิติบ้าน-คอนโดฯเหลือขายทั่วประเทศ ณ ครึ่งปีแรก 2564 รวม 1.25 ล้านล้านบาท เปิดโพยท็อป 10 บิ๊กแบรนด์มีสต๊อกเหลือขายคามือ 7.4 หมื่นหน่วย มูลค่ารวม 3.38 แสนล้าน “พฤกษาฯ” ฟันธงภาพรวมกระตุ้นยอด 2 เดือนสุดท้าย 20% จี้รัฐต่ออายุลดค่าโอน-จำนอง ตั้งหน่วยค้ำประกันสินเชื่อแก้ปัญหากู้ไม่ผ่าน อุ้มดีมานด์ตลาดแมสราคาต่ำ 3 ล้าน/หลัง

ปลดล็อก LTV กู้ 100%

นางรุ่ง มัลลิกะมาส ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ธปท.ได้ผ่อนคลายมาตรการ LTV-loan to value ชั่วคราว จากเดิมมีเกณฑ์ LTV หรือเกณฑ์ปล่อยกู้ได้ 70-95% จากราคาซื้อขายในสัญญา ผ่อนปรนเกณฑ์ LTV 100% มีผลบัดนี้-31 ธันวาคม 2565 เพื่อกระตุ้นกิจกรรมทางเศรษฐกิจและพยุงการจ้างงานในเซ็กเตอร์อสังหาริมทรัพย์ 2.8 ล้านคน มีสัดส่วน 10% จีดีพี คาดว่าจะช่วยสร้างเม็ดเงินจากการปล่อยสินเชื่อใหม่ของธนาคารพาณิชย์ 5 หมื่นล้านบาท และหนุนการเติบโตภาคอสังหาฯ 7% จากปีนี้ที่คาดว่าจะมียอดซื้อขาย 8 แสนล้านบาท โดยจะเห็นภาคอสังหาฯกลับมาฟื้นตัวได้เร็วขึ้น จากเดิมประเมินว่าจะฟื้นตัวปี 2568

“เราผ่อนคลาย LTV โดยให้แบงก์ปล่อยสินเชื่อได้ 100% จากเดิมที่เคยให้เฉลี่ย 70-90% โดยผ่อนคลายทุกราคาบ้าน และอาจไม่ต้องวางเงินดาวน์เลย แต่ขึ้นอยู่กับแบงก์พิจารณา เราต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจในส่วน K ขาบนให้ตัดสินใจซื้อเร็วขึ้นช่วย K ขาล่าง โดยผ่อนคลายชั่วคราวถึงสิ้นปีหน้าสอดคล้องกับมาตรการภาครัฐที่จะทำ โดยเราจะติดตามสัญญาณเก็งกำไร ราคาบ้าน และหนี้เสียอย่างใกล้ชิด”
ttb มองกระตุ้น “บ้านแพง”

นายนริศ สถาผลเดชา หัวหน้าศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจทีทีบี (ttb analytics) กล่าวว่า มาตรการผ่อนปรน LTV ชั่วคราวถึงสิ้นปี 2565 ส่งสัญญาณกระตุ้นกำลังซื้อบ้านราคาสูงมากกว่า ปัจจุบันสินเชื่อที่อยู่อาศัยมีลูกหนี้พักชำระหนี้ 10% จากทั้งระบบ แม้ผ่อนคลาย LTV แต่เชื่อว่าระบบแบงก์คงระมัดระวังการปล่อยสินเชื่อ ลูกค้าทุกรายคงไม่ได้ LTV ที่ 100% หมดทุกราย ยกเว้นลูกค้าที่มีความเสี่ยงต่ำ

“มาตรการผ่อนคลายรอบนี้จะช่วยคนรายได้ไม่สูงมีบ้านไหม ก็ไม่เชิง เพราะเดิมบ้านหลังแรกราคาต่ำกว่า 10 ล้านบาท LTV ได้ 100% อยู่แล้ว ครั้งนี้เรื่องใหม่ปรับ LTV บ้านราคาเกิน 10 ล้านบาท กับสัญญาที่ 2 ที่ 3 ขึ้นมาเป็น 100% ส่วนบ้านราคาต่ำ 10 ล้านบาทถือว่าไม่ได้ผ่อนคลายขึ้นในทางปฏิบัติ”

และปีนี้ LTV ที่ผ่อนคลายคงไม่ได้เปลี่ยนเกมตลาดอสังหาริมทรัพย์มากนัก เนื่องจากเหลือ 2 เดือนสุดท้าย ปัจจัยบวกจะส่งผลให้เห็นในปี 2565 คาดว่าช่วยให้ตลาดฟื้นตัวดีขึ้น แต่จุดโฟกัสยังเน้นที่บ้านราคาแพง และเจาะกลุ่มลูกค้าความเสี่ยงต่ำเป็นหลัก

ปลดล็อกกู้ต่อเติม-ซื้อเฟอร์ฯ

ส่วนการเก็งกำไรจะกลับมาเพิ่มขึ้นหรือไม่มองว่าสถานการณ์โควิดถ้าจะกู้แบงก์มาซื้อที่อยู่อาศัยเพื่อเก็งกำไรคงมีน้อย เพราะปกติเก็งกำไรจะอยู่ที่ตลาดคอนโดมิเนียม แต่การปล่อยเช่าคอนโดฯปัจจุบันมีผลตอบแทนลงทุนต่ำเมื่อเทียบกับดอกเบี้ยเงินฝาก ผู้เช่าต่างชาติลดลงมาก จึงไม่น่าจูงใจให้เก็งกำไรนัก

ทั้งช่วงที่ผ่านมาตลาดที่อยู่อาศัยเปลี่ยนจากการเปิดขายคอนโดฯ ในสัดส่วนสูงมาเปิดขายบ้านแนวราบในสัดส่วนที่มากขึ้น โดยระยะเวลาก่อสร้างคอนโดฯนาน 2-3 ปี เทียบกับบ้านแนวราบสร้างไปขายไปได้ ก่อสร้างและโอนให้จบในปีเดียวกันได้

“การผ่อนปรน LTV ครั้งนี้กระตุ้นบ้านแนวราบมากกว่า ทำเลก็ไม่จำเป็นต้องอยู่ในเมือง โดยจะเห็นว่าแบงก์ชาติออกมาตรการรวมกรณีการรีไฟแนนซ์ด้วย ดังนั้นตลาดการต่อเติมปรับปรุงบ้านจะคึกคักขึ้น ทำให้การกระจายตัวของการจ้างงาน เม็ดเงินลงทุนกระจายไปได้ทั่วถึง ซึ่ง LTV เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายการเงินที่พยายามซัพพอร์ตการกระตุ้นเศรษฐกิจ มีการปลดล็อกพวกกู้ต่อเติม เติมสภาพคล่องด้วย ไม่ใช่กู้ซื้อบ้านใหม่ตรง ๆ อย่างเดียว” นายนริศกล่าว

2-5 ล้านสะสม 1.7 แสนหน่วย

ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ รักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ กล่าวว่า การผ่อนปรน LTV ทำให้คนที่จะกู้ซื้อบ้านไม่ต้องควักเงินออมออกมา กระตุ้นให้คนมาซื้อที่อยู่อาศัยได้มากขึ้น โดย LTV จะเป็นตัวเสริมมาตรการลดค่าโอน-จำนอง 2 เดือนสุดท้ายของปี 2564 เพราะคนที่เคยยื่นกู้ไว้แต่ติดเกณฑ์ LTV กู้ได้ไม่ถึง 100% ก่อนหน้านี้จะมีโอกาสกู้ได้เพราะมีวงเงินกู้เพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ตามยังมีปัจจัยกระทบสำหรับคนมีกำลังซื้ออ่อนแอ รายได้ที่นำมาคำนวณในการกำหนดวงเงินผ่อนชำระและวงเงินสินเชื่ออาจไม่ได้ 100% ก็ได้ บวกกับหนี้ครัวเรือนในอัตราสูงและผู้ประกอบอาชีพอิสระที่มีรายได้ไม่แน่นอน เกณฑ์ธนาคารที่ยังมีมาตรฐานสูงทำให้การปล่อยสินเชื่อมีข้อจำกัดจนถึงสิ้นปี 2564 นี้

“ผมตีความว่าเป้าหมายผ่อนปรน LTV เพื่อรองรับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในปี 2565 มากกว่า ปีนี้อาจทำให้ดีขึ้นบ้าง แต่จะดีกว่านี้รอดูการทบทวนมาตรการลดค่าโอน-จดจำนอง หรือเปิดทางให้กลุ่มบ้านมือสองเข้าร่วมด้วยหรือไม่ 2 เดือนสุดท้ายปีนี้เราไม่สามารถคาดการณ์ได้ชัดเจน เพราะกำลังซื้อคนยังอ่อนแอ”

สถิติครึ่งปีแรก 2564 มียอดขายที่อยู่อาศัยทั่วประเทศ 45,895 หน่วย มูลค่า 195,803 ล้านบาท สินค้าขายดีอยู่ในราคา 2-5 ล้านบาท มีจำนวน 32,300 หน่วย มีสต๊อกเหลือขายทั้งบ้านและคอนโดฯ 176,000 หน่วย เพราะเป็นกลุ่มกำลังซื้อของคนไทยส่วนใหญ่

นอกจากนี้แนวโน้มเป็นโอกาสในการระบายสต๊อก ผู้ประกอบการต้องแข่งขันจัดโปรโมชั่นชูจุดขายลดค่าโอน-จำนอง บวกกับกู้ได้ 100% แต่ก็มีผลเฉพาะราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท ซึ่งไม่สอดคล้องกับการผ่อนปรน LTV ให้กู้ได้ทุกราคา ดังนั้นรัฐบาลควรพิจารณาต่ออายุลดค่าโอน-จำนองโดยให้ได้รับสิทธิประโยชน์สำหรับการซื้อบ้านทุกราคา แต่ให้ได้ส่วนลดเพียง 3 ล้านบาทแรก

สต๊อกเหลือขาย 1.25 ล้านล้าน

สำหรับสถิติที่อยู่อาศัยในโครงการจัดสรรทั่วประเทศ ณ ครึ่งปีแรก 2564 มีซัพพลาย 1,446,276 ล้านบาท แบ่งเป็นบ้านจัดสรร 916,364 ล้านบาท เหลือขาย 792,145 ล้านบาท และคอนโดฯ 529,912 ล้านบาท เหลือขาย 458,328 ล้านบาท รวมเป็นซัพพลายเหลือขาย 1,250,473 ล้านบาท (ดูกราฟิกประกอบ)

ในจำนวนนี้ ศูนย์ข้อมูลอสังหาฯสำรวจพบว่าบิ๊กแบรนด์ในตลาดหลักทรัพย์ฯ 10 รายแรกที่มีซัพพลายเหลือขายมากสุด ได้แก่ พฤกษา เรียลเอสเตท, ศุภาลัย, เอพี (ไทยแลนด์), แสนสิริ, ลลิล พร็อพเพอร์ตี้, เพอร์เฟค, ออริจิ้นฯ, JSP, ควอลิตี้เฮ้าส์ และ LPN มีจำนวนหน่วยเหลือขายรวมกัน 74,480 ล้านบาท มูลค่าเหลือขายรวมกัน 338,981 ล้านบาท (ดูกราฟิกประกอบ)

จี้รัฐบาลขยายลดโอน-จำนอง

นายอธิป พีชานนท์ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมอาคารชุดไทยและสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร กล่าวว่า การผ่อนคลาย LTV ครั้งนี้ช่วยตลาดอสังหาริมทรัพย์อยู่แล้ว อย่างไรก็ตามธนาคารมีความเข้มงวดมากในการพิจารณาปล่อย
สินเชื่อซื้อบ้านและคอนโดฯ ฉะนั้นคงไม่กระตุ้นการซื้อได้ทันที

โดยมีข้อเสนอเพิ่มเติมเป็นแพ็กเกจให้รัฐบาลพิจารณาเกี่ยวกับมาตรการลดค่าโอน-จำนอง จาก 3% เหลือ 0.01% หรือค่าใช้จ่ายล้านละ 3 หมื่น เหลือล้านละ 300 บาท จะหมดอายุมาตรการปลายธันวาคม 2564 มีข้อจำกัดคือกำหนดเพดานราคาที่อยู่อาศัยไม่เกิน 3 ล้านบาท มีข้อเสนอคือ 1.ขอให้มีการขยายอายุมาตรการใช้อีก 1-2 ปี 2.ปรับสิทธิประโยชน์สำหรับโอน-จดจำนองไม่เกิน 3 ล้านบาทแรก หรือ 3.ขยายเพดานขึ้นมาเป็น 5 ล้านบาท เพื่อรองรับโอกาสการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในปี 2565

“หวังว่าการผ่อนคลาย LTV และลดค่าโอน-จดจำนองจะกระตุ้นการซื้อที่อยู่อาศัยในปีหน้า ปีนี้เหลืออยู่แค่ 2 เดือนกว่าคงช่วยได้ระดับหนึ่งแต่ไม่เยอะเพราะโควิดไม่ค่อยดี แบงก์เข้มงวดสินเชื่อ”

ส่วนผลตอบรับการผ่อนคลาย LTV จะทำให้ผู้ประกอบการลงทุนเปิดโครงการมากขึ้นหรือไม่ นายอธิปกล่าวว่า ปีนี้เหลือ 2 เดือน ผู้ประกอบการคงต้องดูดซับอินเวนทอรี่ก่อนโดยธรรมชาติ เพราะธนาคารที่จะปล่อยโปรเจ็กต์ไฟแนนซ์ใหม่ (เงินกู้พัฒนาโครงการ) ก็คงไม่ต้องการให้มีการเติมซัพพลายเพิ่มในขณะที่สินค้าในมือยังเหลือจำนวนมาก

“แบงก์ต้องดูโดยรวมว่า absorption rate อัตราการซื้อของลูกค้าเป็นอย่างไร เป็นไปไม่ได้ที่อยู่ดี ๆ จะเปิดโครงการใหม่ทั้ง ๆ ที่ของเก่ายังเหลือซึ่งยอดขายต่อเดือนก็ไม่ได้มาก คงไม่ถึงขนาดต้องรีบเปิดโครงการ แต่ในกรณีที่สินค้าหมดแล้ว หรือยอดขายในตลาดเริ่มดีขึ้นก็คงดูได้ในต้นปีหน้า”

นายกคอนโดฯชี้ให้ยาถูกเวลา

ดร.อาภา อรรถบูรณ์วงศ์ นายกสมาคมอาคารชุดไทย กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า การผ่อนปรน LTV กระตุ้นผู้ซื้อเป็นเรื่องที่ดีแน่นอนเพราะที่ผ่านมามีอุปสรรค 2 เรื่อง 1.ยุคก่อนโควิดก็มีการขายได้น้อยลงอยู่แล้ว 2.ยอดปฏิเสธสินเชื่อสูงมากช่วงปี 2562-2564 จากการควบคุมของแบงก์ชาติ และมาตรการพิจารณาสินเชื่อของแบงก์พาณิชย์ เป็น double guard ต่างคนต่างสร้างอุปสรรคขึ้นมาควบคุมหนี้

ดังนั้นเมื่อแบงก์ชาติผ่อนปรน LTV จึงเหลือเรื่องเดียวคือแบงก์พาณิชย์ยังคงตั้งการ์ดสูงอยู่หรือเปล่าในการพิจารณา credit scoring ในการขอสินเชื่อลูกค้ารายย่อย (โพสต์ไฟแนนซ์) และลูกค้าโครงการ (พรีไฟแนนซ์)

“ต้องขอบคุณแบงก์ชาติ เพราะถือเป็นการให้ยาถูกเวลา ถ้ารอให้ผู้ซื้อหายไปหมดก็ไม่มีประโยชน์ ทำให้เทรนด์อสังหาฯ ปี 2565 สดใสขึ้น บวกกับรัฐบาลกระตุ้นเศรษฐกิจเรื่องความเป็นอยู่ประชาชน ดูแลการทำธุรกิจของผู้ประกอบการรายเล็กรายกลาง รวมกันน่าจะเป็นกำลังซื้อที่ดีขึ้น ภาพรวมตลาดที่อยู่อาศัยก็จะสดใสขึ้น แต่คงตอบไม่ได้ว่าจะเพิ่มเท่าไหร่ เพราะยอดขายลดลง -10% ถึง -30%

นอกจากนี้ยังเป็นการช่วยระบายสต๊อก เพราะมีการผ่อนปรนการขอสินเชื่อซื้อบ้านหลังที่ 2 ทำให้คนที่ออกมาทำงานนอกบ้าน แล้วจำเป็นต้องมีบ้านหลังที่ 2 ใกล้ที่ทำงานมีโอกาสเข้าถึงสินเชื่อได้ หรืออาจซื้อให้ลูกหรือซื้อไว้เป็นทรัพย์สิน เพราะเงินฝากแบงก์ดอกเบี้ยต่ำมาก การรับประกันเงินฝากก็เหลือแค่ 1 ล้านบาทคนจึงมองหาและเปลี่ยนวิธีบริหารเงินออม

ส่วนการผ่อนปรน LTV จะทำให้ดีเวลอปเปอร์เร่งเปิดโครงการใหม่หรือไม่นั้น มองว่าคงไม่ได้เร่ง เพียงแต่โปรเจ็กต์ที่เคยชะลอไว้อาจกลับมาทบทวน ซึ่งก็เข้าใจว่าทุกคนมีข้อมูลพอสมควรในการตัดสินใจลงทุน คงไม่ได้ผลีผลาม เพราะอสังหาฯต้องใช้เงินเยอะ ไม่ใช่ธุรกิจที่มีมือเปล่าแล้วจะทำได้ และทุกคนก็มีสต๊อก รวมถึงมีโครงการที่ยังไม่ได้สร้างแล้วเตรียมที่จะสร้าง

ฟื้นตลาด “บ้านหลังที่ 2”

นายวสันต์ เคียงศิริ นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร กล่าวว่า การผ่อนปรน LTV แก้ปัญหาได้หลายจุดและตรงจุด คือ1.ผู้กู้ร่วม ซึ่งภายหลังซื้อบ้านของตัวเองแต่การขอสินเชื่อนับเป็นซื้อบ้านหลังที่ 2 ซึ่งได้ปลดล็อกชั่วคราว 2.การซื้อบ้านหลังที่ 2 กรณีซื้อให้ลูกหรือซื้อหลังใหม่แต่ยังขายหลังเก่าไม่ได้ ซึ่งขึ้นอยู่กับความสามารถของผู้กู้ด้วย เพราะธนาคารยังพิจารณาสินเชื่ออย่างละเอียดเหมือนเดิม

“พอทุกอย่างเริ่มเข้าที่ดีขึ้น การผ่อนคลายมาตรการต่าง ๆ เริ่มดีขึ้น ทุกคนก็เลยหวังกับไตรมาส 4/64 ว่าทุกอย่างจะดีขึ้น ยิ่งแบงก์ชาติผ่อนปรน LTV ยิ่งกระตุ้นคนที่กำลังลังเลหรือติดเงื่อนไขบางอย่าง ทำให้ซื้อบ้านได้ง่ายขึ้น คิดว่า 2 เดือนสุดท้ายตลาดจะคึกคักขึ้น ส่วนปี 2565 ถ้าไม่มีระบาดรอบต่อไปจนถึงล็อกดาวน์ เศรษฐกิจน่าจะดีขึ้น”

ส่วนผู้ประกอบการจะเร่งเปิดโครงการใหม่หรือไม่นั้น คิดว่าทุกคนมีแผนพัฒนาและชะลอแผนไว้ การเปิดโครงการใหม่ยังมีเวลา ถ้าบรรยากาศที่ดีเริ่มกลับมา คงเริ่มต้นทำโปรโมชั่นระบายสต๊อกที่มีอยู่ในมือก่อน ถ้าไปได้ดีโครงการใหม่ก็คงตามมา โดยเฉพาะบ้านแนวราบที่มี flexibility มากกว่าแนวสูงหรือคอนโดฯ

กระตุ้นยอดขาย Q4 20%

นายวิทการ จันทวิมล รองกรรมการผู้อำนวยการสายงานกลยุทธ์องค์กรและการสร้างสรรค์ บริษัท เอพี ไทยแลนด์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เอพีมองว่าเป็นสัญญาณบวกให้กับตลาด ทำให้ภาพรวมอสังหาฯฟื้นตัวเร็วขึ้นเพราะเพิ่มความสามารถในการซื้อให้ลูกค้าได้มากขึ้น ซึ่งภาคอสังหาฯมีสัดส่วน 9.8% ของจีดีพี จึงเป็นอีกคีย์ไดรฟ์สำคัญในการช่วยขับเคลื่อน GDP ประเทศ ทำให้เกิดการจ้างงานจะเป็นการนำมาสู่โอกาสที่ดีอีกมากตั้งแต่ไตรมาส 4/64 และปี 2565

นายปิยะ ประยงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ผล กระทบ LTV ทำให้ยอดขายอสังหาฯ ปี 2562-2563 หายไปเฉลี่ยปีละ 30% เมื่อมีการผ่อนปรน LTV ชั่วคราวไตรมาส 4/64 ช่วยกระตุ้นกำลังซื้อกลับมาได้ 20% โดยอาจมีกำลังซื้อต่างชาติด้วยบางส่วน

“จากการสกรีนลูกค้าพบว่าบางคนมีศักยภาพในการผ่อนแต่ไม่มีเงินสดมาวางดาวน์ 5-10% ซึ่งกลุ่มราคาต่ำกว่า 10 ล้านบาทเป็น portion ใหญ่เซ็กเมนต์ที่เวิร์กคือเรียลดีมานด์ 2-5 ล้านบาท ยอดขายพฤกษาฯ 60-70% เป็นกลุ่มนี้ โดยเฉพาะคอนโดฯ และทาวน์เฮาส์”

นายปิยะกล่าวด้วยว่า ในเชิงจิตวิทยานักลงทุนที่ไม่สะดวกใช้เงินสดอาจกลับมาบางส่วนเพื่อซื้อลงทุนปล่อยเช่ารับตลาดผู้เช่าชาวต่างชาติ การผ่อนปรน LTV จึงช่วยตรงจุด ส่วนเทรนด์ปี 2565 คาดว่าโต 10% ขึ้นไป จากปัจจัยบวก 3 เรื่อง คือ เศรษฐกิจเริ่มดีขึ้น ต่างชาติกลับเข้ามาได้มากขึ้น และการผ่อนปรน LTV ชั่วคราว

LPN ระบายสต๊อก 8,000 ล้าน

นายโอภาส ศรีพยัคฆ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท แอล.พี.เอ็น. ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ LPN เปิดเผยว่า การปลดล็อก LTV ทำให้ผู้ซื้อมีกำลังซื้อเพิ่มขึ้น แทนที่จะต้องมีเงินก้อนวางดาวน์ 10-30% ก็ไม่ต้อง โดยมีสินค้าพร้อมอยู่พร้อมโอน 750,000 ล้านบาทในตลาด เป็นคอนโดฯ 300,000 ล้านบาท แนวราบ 450,000 ล้านบาท ในส่วน LPN มีสินค้าพร้อมโอน 8,000 ล้านบาท น่าจะได้ประโยชน์จากมาตรการนี้

อย่างไรก็ตามควรมีมาตรการเพิ่มเติมเพื่อให้ลูกค้าเข้าถึงสินเชื่อ จากปัจจุบันมีอัตราการปฏิเสธสินเชื่อ 40-50% ภาครัฐควรพิจารณาสร้างเครื่องมือช่วยให้สถาบันการเงินปล่อยกู้ เช่น การค้ำประกันสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย โมเดลเหมือนบรรษัทประกันสินเชื่อเพื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.)ช่วยค้ำประกันสินเชื่อให้เอสเอ็มอี

“ถ้าภาครัฐมีหน่วยงานรูปแบบนี้มาค้ำประกันสินเชื่อให้ผู้ซื้อที่อยู่อาศัย ทำให้ผู้ซื้อที่อยู่อาศัยกู้เงินง่ายขึ้น ก็จะกระตุ้นกำลังซื้อภาคอสังหาฯให้เป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้ต่อไป”

หนุนยอดโอน 3 หมื่นล้าน

ด้านศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่า หากเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มฟื้นตัวดีขึ้นตามลำดับ สถานการณ์โควิดทุเลาลง ภาวะเงินเฟ้อในประเทศไม่รุนแรง การผ่อนปรนเกณฑ์มาตรการ LTV จะช่วยหนุนให้ตลาดที่อยู่อาศัยทยอยปรับตัวดีขึ้น โดยคาดว่ายอดโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยทั่วประเทศตลอดช่วงเวลาของมาตรการ จะเพิ่มขึ้นจากที่เคยคาดไว้คิดเป็นมูลค่าราว 18,000-30,000 ล้านบาท เมื่อเทียบกับกรณีที่ไม่มีมาตรการ

ขณะเดียวกันคาดว่า การผ่อนคลายมาตรการ LTV จะทำให้สินเชื่อบ้านปี 2565 มีโอกาสเติบโตเพิ่มเติมได้ประมาณ 0.3-0.7% ไปอยู่กรอบ 4.8-5.2% สูงขึ้นกว่ากรอบคาดการณ์ปี 2564 ที่ 4.2-4.5%

แท็กที่เกี่ยวข้อง

มาตรการ LTV