Skip to content

เปิดราคาตลาด 29 ถนนหลัก EEC 15 ทำเลพัทยา-ระยอง ที่ดินวาละ 1-6 แสน

24 ก.ค. 2565 | 09:15น.
เปิดราคาตลาด 29 ถนนหลัก EEC 15 ทำเลพัทยา-ระยอง ที่ดินวาละ 1-6 แสน
รายงานพิเศษ

เขตระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก 3 จังหวัด “ชลบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา” ถูกสปอตไลต์การลงทุนเริ่มกลับมาฉายส่องอีกครั้งหลังยุคโควิด

อาจกล่าวได้ว่าถนนการลงทุนทุกสายเริ่มปรับเข็มทิศการทำธุรกิจเข้าสู่ EEC ระลอกใหม่อีกครั้ง โดยพบด้วยว่าแม้ผ่านสถานการณ์โควิด บวกกับสารพัดวิกฤตเศรษฐกิจรุมเร้า แต่ราคาที่ดินไม่เคยลดลงแต่อย่างใด

เลียบหาดพัทยาแชมป์ 6.1 แสน

ก่อนหน้านี้ “ประชาชาติธุรกิจ” นำเสนอ 30 ถนนหลักที่กรมธนารักษ์ปรับราคาประเมินและมีราคาสูงสุดใน 3 จังหวัด EEC โดยพบว่า ราคาประเมินของรัฐทำเลเดียวกันบนถนนเลียบหาดพัทยาอยู่ที่ 2.2 แสนบาท/ตารางวา ขณะที่มีราคาตลาดหรือราคาซื้อขายสูงกว่า 3 เท่า อยู่ที่ 6.1 แสนบาท/ตารางวา

ในด้านราคาที่ดินและตลาดที่อยู่อาศัยภาคตะวันอก “ดร.โสภณ พรโชคชัย” ประธานกรรมการ ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บริษัท เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส จำกัด หรือ AREA เปิดข้อมูลราคาที่ดิน 29 จุดสำคัญ

เปิดประเด็นด้วยทำเลราคาที่ดินแพงสุดตามราคาตลาดในภาคตะวันออก อยู่ถนนเลียบชายหาดพัทยา ราคา 610,000 บาท/ตารางวา โดยราคาที่ดินขึ้นยกแผงเฉลี่ย 7.6%

ส่วนที่อยู่อาศัยยังคึกคักในภาคตะวันออกโดยเฉพาะ “ชลบุรี” ที่มีหน่วยขายมากที่สุดในประเทศรองจาก กทม.-ปริมณฑล

ขณะที่จังหวัดที่ยังเติบโตช้าคือ “ฉะเชิงเทรา” แต่ก็ยังติดท็อป 10 จังหวัดที่มีการพัฒนาที่อยู่อาศัยสูงสุดของประเทศไทย

ทั้งนี้ ในจำนวน 29 จุดสำคัญในความเห็นของ AREA โดยสำรวจราคาตลาดพบว่า แปลงแพงสุดอยู่ที่ถนนเลียบชายหาด ด้านหน้าโรงแรมอิสตินี่ ตารางวาละ 610,000 บาท เพิ่มขึ้น 5.2% เมื่อเทียบกับปี 2564 (ดูตารางประกอบ)

ตาราง eec

ตลาดที่อยู่อาศัยรอขยับยกแผง

สำหรับสถิติที่อยู่อาศัยในภาคตะวันออก “ดร.โสภณ” ระบุว่า “ชลบุรี” มี 1,529 โครงการ รวม 259,939 หน่วย มูลค่าโครงการ 732,586 ล้านบาท ราคาเฉลี่ยหน่วยละ 2.818 ล้านบาท มีหน่วยเหลือขาย 34,172 หน่วย อัตราการขายได้แล้ว 86.9% เฉลี่ยแต่ละเดือนขายได้ 2.3% ของหน่วยขายทั้งหมด

กลุ่มหลักเป็นห้องชุด มีจำนวน 12,157 หน่วย รองลงมา คือ ทาวน์เฮาส์ 11,988 หน่วย

ถัดมา “ระยอง” มีหน่วยเหลือขายอยู่ 20,530 หน่วย ขายได้แล้ว 72.5% มีอัตราการขาย 2.3% ต่อเดือน ส่วนใหญ่เป็นทาวน์เฮาส์ 8,821 หน่วย รองลงมา บ้านเดี่ยว 5,946 หน่วย และห้องชุด 2,229 หน่วย

และ “ฉะเชิงเทรา” มีหน่วยขายรอขาย 6,840 หน่วย มีสัดส่วนการขายค่อนข้างต่ำ เฉลี่ยอัตราขายได้ 1.8% ต่อเดือน หน่วยขายกลุ่มใหญ่ที่สุดเป็นทาวน์เฮาส์ จำนวน 2,633 หน่วย จากหน่วยรอขายทั้งหมด 6,840 หน่วย

Q1 ที่อยู่อาศัย 6.3 หมื่นหน่วย

อีกสำนักจากศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ หรือ REIC โดย “ดร.วิชัย วิรัตกพันธุ์” รักษาการ ผอ. REIC อัพเดตสถานการณ์ตลาดที่อยู่อาศัยในพื้นที่ EEC 3 จังหวัด ไตรมาส 1/65

มีจำนวน 63,892 หน่วย มูลค่า 214,156 ล้านบาท แบ่งเป็น อาคารชุด 20,979 หน่วย บ้านจัดสรร 42,913 หน่วย

ทั้งนี้ ในด้านซัพพลายพบว่า ที่อยู่อาศัยเสนอขายลดลงทั้งหน่วยและมูลค่าเมื่อเทียบกับช่วงครึ่งปีหลัง 2564 เป็นผลมาจากไตรมาสแรกปี 2565 มีโครงการใหม่เข้าสู่ตลาดเพียง 2,956 หน่วย มูลค่า 10,077 ล้านบาท

สถานการณ์หน่วยเหลือขายในพื้นที่ EEC มีจำนวน 56,103 หน่วย มูลค่า 191,220 ล้านบาท เป็นอาคารชุด 19,299 หน่วย มูลค่า 85,088 ล้านบาท

สำหรับบ้านจัดสรรมีหน่วยเหลือขายรวม 36,804 หน่วย มูลค่า 106,132 ล้านบาท

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ราคาที่ดิน อีอีซี