LPN Wisdom เผยครึ่งปี’65 คอนโดทะลัก 231% กัดฟันสู้เงินเฟ้อ-สงคราม

ประพันธ์ศักดิ์ รักษ์ไชยวรรณ
ประพันธ์ศักดิ์ รักษ์ไชยวรรณ

“ลุมพินี วิสดอมฯ” เผยครึ่งปีแรก 2565 อสังหาริมทรัพย์เร่งเปิดตัวบ้าน-คอนโดฯโครงการใหม่ในเขต กทม.-ปริมณฑล ภาพรวมมีอัตราการเติบโต 121% แนวโน้มเปิดตัวอย่างต่อเนื่องในครึ่งปีหลัง 2565 คาดทั้งปีเติบโต 20-25% ใกล้เคียงยุคก่อนโควิด

วันที่ 26 กรกฎาคม 2565 นายประพันธ์ศักดิ์ รักษ์ไชยวรรณ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลุมพินี วิสดอม แอนด์ โซลูชั่น จำกัด หรือ LPN Wisdom บริษัทด้านวิจัยและพัฒนาในเครือ LPN กล่าวว่า ผลสำรวจในช่วงครึ่งปีแรก 2565 (มกราคม-มิถุนายน 2565) มีการเปิดตัวใหม่ 163 โครงการ จำนวน 51,946 หน่วย เพิ่มขึ้น 121% มูลค่า 188,373 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 45% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2564

แบ่งเป็นการเปิดตัวอาคารชุดพักอาศัย 48 โครงการ จำนวน 30,579 หน่วย เพิ่มขึ้น 231% มูลค่า 78,078 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 40% มีอัตราการขายเฉลี่ย 33% ต่อโครงการต่อเดือน ในขณะที่เปิดตัวบ้านแนวราบ 115 โครงการ จำนวน 21,367 หน่วย เพิ่มขึ้น 49% มูลค่า 110,295 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 48% มีอัตราการขายเฉลี่ย 12% ต่อโครงการต่อเดือน

บ้านแนวราบที่ได้รับการตอบรับที่ดีคือ ประเภททาวน์เฮาส์ ราคา 2-5 ล้านบาท มีอัตราการขายเฉลี่ย 12% ต่อโครงการต่อเดือน โดยทำเลที่เปิดตัวทาวน์เฮาส์สูงสุด ได้แก่ 1.ย่านรังสิต-ลำลูกกา 2.เพชรเกษม-อ้อมน้อย 3.ศรีนครินทร์-บางนา-สุวรรณภูมิ ในขณะที่บ้านแฝดราคา 3-6 ล้านบาท เป็นกลุ่มที่มีอัตราขายเฉลี่ย 11% เปิดตัวสะสมสูงสุดในทำเล 1.บางใหญ่-ราชพฤกษ์ 2.บางนา-ตราด-สุวรรณภูมิ

และบ้านเดี่ยว เปิดใหม่ราคา 6-10 ล้านบาท อัตราขายเฉลี่ย 13% เปิดตัวสะสมในทำเล 1.บางใหญ่-ราชพฤกษ์ 2.ประชาอุทิศ-พุทธบูชา

Advertisment

แนวโน้มการเปิดตัวโครงการใหม่ครึ่งปีหลัง 2565 จากการสำรวจของ “ลุมพินี วิสดอมฯ” พบว่า ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ยังคงมีแผนเปิดตัวโครงการใหม่อย่างต่อเนื่อง ถึงแม้แนวโน้มเศรษฐกิจในช่วงครึ่งหลังของปี 2565 จะชะลอตัว ซึ่งเป็นผลกระทบจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน ราคาพลังงานแพง ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง อัตราเงินเฟ้อทั่วโลกปรับตัวสูงขึ้น

ในขณะที่อัตราเงินเฟ้อในประเทศไทยแตะ 7.66% ในเดือนมิถุนายน 2565 สูงที่สุดในรอบ 13 ปี ทำให้อัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยครึ่งปีแรก 2565 อยู่ที่ 5.61% กระทบต่อราคาวัสดุก่อสร้างปรับตัวสูงขึ้นไม่น้อยกว่า 5%

อย่างไรก็ตาม ดีเวลอปเปอร์ยังคงเดินหน้าเปิดตัวโครงการใหม่ต่อเนื่อง โดยเฉพาะการเปิดตัวอาคารชุดพักอาศัย เนื่องจากมีการชะลอแผนลงทุนตั้งแต่ปี 2563-2564 ทำให้จำนวนสินค้าที่พร้อมขายในตลาดลดลง จำเป็นที่จะต้องเปิดตัวโครงการอาคารชุดใหม่ เพื่อสร้างฐานลูกค้าและรายได้ในปี 2565-2567 เนื่องจากโครงการอาคารชุดพักอาศัย ต้องใช้ระยะเวลาก่อสร้างและส่งมอบ 18-24 เดือน

ทั้งนี้ ลุมพินี วิสดอมฯ จัดทำความเป็นไปได้ของตลาดอสังหาริมทรัพย์ในเขตกรุงเทพฯ-ปริมณฑลในครึ่งปีหลัง 2565 โดยคำนึงถึงการเติบโตทางเศรษฐกิจ สถานการณ์สงคราม และโควิดเป็น 3 ฉากทัศน์ (3-Scenario) ดังนี้

Advertisment

1.กรณีที่ดีที่สุด (Best Case) บนเงื่อนไขเศรษฐกิจเติบโต 3.5-4% เงินเฟ้อเฉลี่ยทั้งปีต่ำกว่า 5% สงครามรัสเซีย-ยูเครนคลี่คลาย ราคาน้ำมันต่ำกว่า 100 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล การเปิดตัวโครงการใหม่ในเขตกรุงเทพฯ-ปริมณฑลจะอยู่ที่ 90,000-102,000 หน่วย มูลค่า 333,000-408,000 ล้านบาท หรือมีอัตราเติบโต 25-54% เมื่อเทียบกับปี 2564 เป็นอัตราเติบโตที่ใกล้เคียงกับปี 2562 ซึ่งเป็นช่วงเวลาก่อนเกิดการแพร่ระบาดของ COVID-19

2.กรณีเติบโตปกติ (Base Case) บนเงื่อนไขเศรษฐกิจเติบโต 2.5-3% เงินเฟ้อเฉลี่ยทั้งปี 5-7% สงครามรัสเซีย-ยูเครนคลี่คลายในไตรมาส 4/65 ของปี ราคาน้ำมันไม่เกิน 120 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล การเปิดตัวโครงการใหม่อยู่ที่ 78,000-84,000 หน่วย มูลค่า 288,000-336,000 ล้านบาท หรือมีอัตราเติบโต 9-27%

3.กรณีแย่ที่สุด (Worst Case) บนเงื่อนไขเศรษฐกิจเติบโตต่ำกว่า 2% เงินเฟ้อเฉลี่ยทั้งปีสูงกว่า 7% สงครามรัสเซีย-ยูเครนยังไม่คลี่คลาย ราคาน้ำมันสูงกว่า 120 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล การเปิดตัวโครงการใหม่อยู่ที่ 60,000-72,000 หน่วย มูลค่า 240,000-288,000 ล้านบาท หรือมีอัตราเติบโต 5% ถึงติดลบ -10%

“จาก 3 ฉากทัศน์ ‘ลุมพินี วิสดอมฯ’ คาดว่า ความเป็นไปได้ที่การเปิดตัวโครงการใหม่ใน กทม.-ปริมณฑล จะมีอัตราการเติบโตกรณีปกติ (Base Case) เนื่องจากผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์จำเป็นต้องเปิดตัวโครงการใหม่โดยเฉพาะอาคารชุดพักอาศัย เพื่อชดเชยกับซัพพลายที่ลดลง และเพิ่มปริมาณสินค้าเข้าสู่ตลาดเพื่อสร้างรายได้ในอนาคตให้กับองค์กร ในขณะที่ความต้องการซื้อในตลาดยังคงมีอยู่ โดยเฉพาะที่อยู่อาศัยราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท” นายประพันธ์ศักดิ์กล่าว