“นิคอินสไปร์” เปิดเทรนด์ธุรกิจออนไลน์ ปี 67

“นิคอินสไปร์” เปิดเทรนด์ธุรกิจออนไลน์ ปี 67

เผยเคล็ดลับการทำธุรกิจออนไลน์ยุคใหม่สำหรับองค์กรและ SMEs ให้ประสบความสำเร็จอย่างยั่งยื่น

“นิคอินสไปร์” เผยเทรนด์ธุรกิจปี 2567 ธุรกิจออนไลน์ต้องปรับตัวครั้งใหญ่ เน้นทำการตลาดเชิงรุก แนะองค์กรหรือ SMEs ทำธุรกิจออนไลน์ให้สำเร็จอย่างยั่งยืน สามารถสร้างยอดขายเจ็ดหลักให้กับแบรนด์ได้ไม่ยาก

นายพงษ์ชัยวัฒน์ สอนสุภาพ (นิคอินสไปร์) นักธุรกิจ และนักการตลาดธุรกิจออนไลน์ ผู้มีความเชี่ยวชาญด้านการวางแผนการตลาดออนไลน์ โดยเฉพาะแพลตฟอร์ม facebook กล่าวถึงแนวโน้มการทำการตลาดของธุรกิจออนไลน์ในปี 2567 ว่า เนื่องจากมี AI เข้ามามีบทบาทสำคัญมาก ทำให้ธุรกิจออนไลน์ต้องปรับตัวครั้งใหญ่ ดังนั้นหัวใจสำคัญ คือการเข้าถึง และการรักษากลุ่มลูกค้าเดิมเป็นหลัก รวมทั้งการสร้างคอมมูนิตี้ หรือชุมชนในแพลตฟอร์ม เพื่อให้มีการสื่อสาร และการมีปฏิสัมพันธ์กับลูกค้าอย่างเหนียวแน่นและต่อเนื่อง เป็นการเชื่อมโยงลูกค้ากับแบรนด์โดยตรง ซึ่งจะทำให้เราสามารถวิเคราะห์ และวางแผนการผลิตคอนเทนท์ให้ตรงใจและเข้าถึงลูกค้าให้มากที่สุด

อย่างไรก็ตาม เฟสบุคยังเป็นแพลตฟอร์มที่มีการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพสูง เมื่อเทียบกับยุคก่อน ที่การเข้าถึงกลุ่มลูกค้าในวงกว้างต้องใช้งบประมาณสูงมากในการซื้อสื่อต่างๆ เช่น สื่อทีวี หรือป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ แม้ว่าแนวโน้มในปี 2567 คาดว่าการใช้งบประมาณในการซื้อสื่อโฆษณาออนไลน์ มีแนวโน้มว่าจะเพิ่มสูงขึ้นกว่าเดิม เพื่อดันยอดขาย และเพื่อให้ผู้บริโภคเกิดความเชื่อมั่น และซื้อซ้ำ

“เทรนด์ของธุรกิจออนไลน์ในปี 2567 นั้น เราต้องดูข้อมูลของลูกค้าเฉพาะบุคคล เช่น ลูกค้าคนหนึ่งชอบความสวยงาม คือความงามแบบไหน มีไลฟ์ สไตล์ มีพฤติกรรมอย่างไร ตลอดจนช่วงวัยต่างๆ ซึ่งจะมีอะไรที่ต่างกันออกไป เช่น วัยรุ่นจะชอบความสนุกสนาน ส่วนวัยผู้ใหญ่ชอบการดูแลแบบใกล้ชิดทั่วถึง แบบลูกดูแลพ่อแม่ ซึ่งอาจจะต้องมีการโทรศัพท์พูดคุยเพิ่มขึ้น ดังนั้นเราจึงต้องวิเคราะห์ และแบ่งทาร์เก็ต แบ่งเซ็กเมนท์ให้ชัดเจน”

นายพงษ์ชัยวัฒน์ ยังเผยว่า ความท้าทายของการทำตลาดออนไลน์ในปัจจุบันว่า ไม่ใช่เป็นเพียงการสร้างกระแสเพื่อให้เกิดยอดขาย แต่จะต้องทำให้เกิดความยั่งยืนของธุรกิจและแบรนด์ด้วย ซึ่งปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ธุรกิจและแบรนด์ประสบความสำเร็จในการทำตลาดออนไลน์ก็คือ ความเข้าใจและความเชี่ยวชาญในแพลตฟอร์มที่เลือกใช้ในการทำตลาด

ทั้งนี้ การทำธุรกิจออนไลน์ เราต้องทำการตลาดเชิงรุกเสียส่วนใหญ่ เพื่อให้ลูกค้าได้เห็นสินค้าเรามากขึ้น จึงตอบโจทย์สินค้าในกลุ่มความงามและสุขภาพ โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าสุขภาพที่จะให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อสินค้าในราคาที่สูงเป็นหลักพันขึ้นไป จึงต้องใช้การสื่อสารเชิงรุกเพื่อมาตอบโจทย์ตรงนี้

นอกจากนี้ การทำธุรกิจออนไลน์ เราต้องเน้นสร้างดีมานด์ให้สินค้าของเรามีความต้องการในตลาด อย่างเช่น การใช้พรีเซนเตอร์ให้สินค้า และใช้กลยุทธ์การตลาดต่างๆ มากมายก็เพื่อที่จะสร้างดีมานด์ให้เกิดขึ้นกับธุรกิจของตัวเอง เมื่อสร้างดีมานด์ได้มากพอจนมีความต้องการ และเข้ามาเป็นสาวกของเรา เช่นเดียวกับการสร้างสาวกเหมือนกับสตีฟ จอบส์ ที่เขาสร้างสาวกและสร้างดีมานด์ในระดับโลกขึ้นมาได้ แต่เราก็คงไม่อาจไปถึงระดับนั้น เราแค่สร้างดีมานด์ให้เกิดในระดับประเทศของเราก็พอ เพื่อที่จะทำให้สินค้าของเราน่าสนใจที่สุด เพื่อส่งมอบสินค้าออกไปสู่ลูกค้าที่ต้องการสิ่งนั้นจริงๆ ทั้งนี้  เราก็จะขายสินค้าได้โดยใช้กระบวนการด้านมาร์เก็ตติ้งหรือแบรนด์ดิ้งเข้ามาช่วยในเรื่องของการขายด้วย ถ้าลูกค้าใช้สินค้าของเราแล้วดีขึ้น เรื่องความจงรักภักดีก็จะตามมาเอง เราสามารถต่อยอดสินค้าและทำให้ธุรกิจเติบโตได้ง่ายต่อไป

นายพงษ์ชัยวัฒน์ ยังฝากถึงคนรุ่นใหม่ว่า ถ้าคนรุ่นใหม่อยากทำธุรกิจแต่ยังไม่มีเงินทุนมาก คือต้นทุนเรายังน้อย เราก็ต้องใช้สมองให้เยอะ ธุรกิจของเราก็อาจจะเน้นในแง่ของความเชี่ยวชาญอะไรบางอย่างขึ้นมาก่อน เพื่อที่จะไปต่อยอดในการขายสินค้าในอนาคต ทั้งนี้ มีนักธุรกิจชื่อดังในระดับโลกหลายราย ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องใช้ทุนมากนัก ทุกสิ่งทุกอย่างมาจากการใช้ประสบการณ์ของตนเอง เพื่อที่จะมาสร้างเป็นธุรกิจของเขา ดังนั้น ถ้าเราอยากทำธุรกิจในแบบของตนเอง อยากจะเติบโตในทางของตัวเอง ก็ต้องกลับมาสำรวจตัวเองว่า เรามีความเชี่ยวชาญอะไรบ้าง เรามีความสามารถอะไรที่จะมาต่อยอดได้บ้าง และเราต้องเรียนรู้ทักษะการขายจริง ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญและเป็นหัวใจในการทำธุรกิจทุกอย่างบนโลกใบนี้เลย

“บางคนทำออนไลน์แล้วประสบความสำเร็จหรือดังเปรี้ยง มันขึ้นอยู่กับปัจจัยอย่างหนึ่งก็คือเรื่องของ Differentiate การสร้างความแตกต่าง ซึ่งมีมากแค่ไหน คนที่เปรี้ยงส่วนใหญ่ จะมีความแปลกใหม่มีอะไรบางอย่างที่เรารู้สึกว่ามันว้าวกับสิ่งนั้น และจะเกิดการบอกต่อเป็นไวรัล เกิดความเปรี้ยงขึ้นมา บางคนที่ทำแล้วมันไม่ดังก็ต้องกลับมาดูว่า มันมีความแตกต่างหรือโดดเด่นหรือเปล่า ถ้าไม่มีเราจะสร้างขึ้นมาได้อย่างไร หรือวิเคราะห์ว่าจะทำให้เกิดขึ้นมาได้อย่างไร ถ้าเราสร้างความแตกต่างและความโดดเด่นให้มีขึ้นมาได้ เดี๋ยวเราก็จะดังขึ้นมาเอง”

นายพงษ์ชัยวัฒน์ ยังย้อนเล่าให้ฟังว่า  เขาเริ่มต้นทำธุรกิจด้วยเงินเพียง 3,000 บาท  โดยเอาเงินจำนวนนี้ไปสต๊อกสินค้าและค่อยๆ ต่อยอดจนเติบโตขึ้นมา จนกระทั่งธุรกิจเติบโตขึ้นมาทุกวันนี้ โดยเริ่มจากความกล้าที่จะทำอะไรแปลกใหม่และแตกต่าง จนทำให้ทุกอย่างมันเติบโตขึ้นได้ สิ่งสำคัญที่สุดที่อยากจะเน้นก็คือในเรื่องของการขาย ซึ่งถือเป็นหัวใจหลัก โดยเราเน้นศึกษาการขายในระดับที่ลึกจริงๆ และต้องนำไปปฏิบัติจริงๆ เพื่อให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างแท้จริง

ล่าสุด ทางบริษัท นิคเอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด  ได้เข้าไปร่วมทุนกับบริษัท คัมปรา โฮลดิ้ง จำกัด  ของนายแพทย์ประมุข วงศ์ธนะเกียรติ เพื่อร่วมมือกันสร้างแบรนด์ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเครื่องดื่มน้ำผลไม้สกัดเข้มข้น “VTAL” (วีทัล) และทำการตลาดผ่านสื่อออนไลน์ทุกแพลตฟอร์ม โดยเจาะกลุ่มเป้าหมายหลักเป็นผู้สูงอายุและคนวัยทำงาน อายุ 35 ปีขึ้นไป หวังช่วยป้องกันผู้ป่วยจากภาวะหลอดเลือดในสมอง ตีบ ตัน แตก ซึ่งถือว่า เป็นการขยายธุรกิจ  เพิ่มตัวสินค้าเข้ามา โดยเริ่มทำเป็นกึ่งเจ้าของแบรนด์  ร่วมกับพาร์ทเนอร์เจ้าของแบรนด์ เพื่อที่จะสร้างการเติบโตของสินค้า ถือว่าเป็นการขยายอีกสเกลหนึ่งของบริษัทฯ ซึ่งเราก็ต้องเตรียมพร้อมหลายๆอย่าง โดยมีเป้าเพื่อสร้างยอดขายใหญ่ในปีนี้ต่อไป


สำหรับบริษัทที่สนใจเป็นตัวแทนจัดจำหน่ายสินค้า ทางเรามีทีมผู้เชี่ยวชาญแนะนำการทำธุรกิจด้านนี้ โดยเปิดโอกาสให้บริษัทหรือนักธุรกิจรุ่นใหม่ที่มีความสนใจและต้องการเติบโตในธุรกิจออนไลน์ สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ NICK : Online Marketing สอนทำธุรกิจออนไลน์ให้รวย