SIRIVANNAVARI x BEAUTY GEMS นิทรรศการพิเศษงานบางกอกเจมส์ครั้งที่ 69 

SIRIVANNAVARI x BEAUTY GEMS นิทรรศการพิเศษงานบางกอกเจมส์ครั้งที่ 69 

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จเป็นประธานเปิดงาน Bangkok Gems and Jewelry Fair ครั้งที่ 69 พระราชทานพระอนุญาตให้นำผลงานจิวเวลรีชั้นสูงทรงออกแบบ ภายใต้แบรนด์ SIRIVANNAVARI x BEAUTY GEMS จัดแสดงนิทรรศการพิเศษ “Heirlooms of Elegance” โดยมีนายภูสิต รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) นายสุเมธ ประสงค์พงษ์ชัย ผู้อำนวยการ สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (GIT) และนายสุริยน ศรีอรทัยกุล กรรมการผู้จัดการ กลุ่มบริษัทบิวตี้เจมส์ นำคณะเฝ้ารับเสด็จ ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2567

นิทรรศการพิเศษ “Heirlooms of Elegance” จัดแสดงคอลเลกชั่นจิวเวลรีชั้นสูงที่เผยแพร่พระอัจฉริยภาพด้านการออกแบบเครื่องประดับของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา นำสู่กระบวนการขึ้นชิ้นงานจริงโดยช่างฝีมือชั้นครูของบิวตี้เจมส์ แสดงถึงพระอัจฉริยภาพทางสุนทรียศิลป์ขององค์นักออกแบบ และพระปณิธานในการส่งเสริมอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับฝีมือคนไทยซึ่งมีความประณีตสูงทัดเทียมกับแบรนด์ดังระดับโลก

ผลงานเด่นในคอลเลกชั่น “Heirlooms of Elegance” ประกอบไปด้วย ชุดไพลินประดับเพชร “My Dearest” ชุดเครื่องประดับทรงออกแบบที่ได้แรงบันดาลพระทัยจากสร้อยคอของขวัญพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รูปโบว์เป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ที่องค์ดีไซเนอร์ทรงใช้ในงานออกแบบคอลเลกชันจิวเวลรีชั้นสูงมาโดยตลอด ความหมายแห่งของขวัญ และการมอบความรัก ความปรารถนาดี สู่ผู้เป็นที่รัก ความโดดเด่นอยู่ที่เทคนิคของการแกะสลักพลอยสวยงามอ่อนช้อย และรูปแบบการทำห่วงมัดผสานแบบดั้งเดิม 

ในชุดนี้ประกอบด้วยสร้อยคอ ไพลินน้ำงาม 39 เม็ด น้ำหนักรวม 22.76 กะรัต เพชรน้ำหนักรวม 7.28 กะรัต อะความารีน 6.80 กะรัต ไข่มุกอโกย่าน้ำหนักรวม 2.11 กะรัต, สร้อยข้อมือ ไพลินน้ำงาม 16 เม็ด น้ำหนักรวม 6.09 กะรัต เพชร น้ำหนักรวม 2.84 กะรัต, ต่างหู ไพลินน้ำงามน้ำหนักรวม 6.22 กะรัต เพชรน้ำหนักรวม 1.52 กะรัต และอะความารีนแกะสลัก 2.90 กะรัต

เข็มกลัดดอกกล้วยไม้แคทลียาควีนสิริกิติ์” (Cattleya Queen Sirikit Orchid Brooch) ดอกกล้วยไม้แคทลียาควีนสิริกิติ์ หนึ่งในดอกไม้งดงามที่สุดในโลก ซึ่งอัญเชิญพระนามของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง มาเป็นชื่อดอกกล้วยไม้สกุลแคทลียา กลางดอกสีเหลือง กลิ่นหอมหวาน และได้รับรางวัลระดับสูงจากราชสมาคมไม้ประดับ เมื่อปี 2501

องค์ดีไซเนอร์ทรงออกแบบชิ้นงานเพื่อระลึกถึงสมเด็จย่าของพระองค์ ในรูปลักษณ์เสมือนดอกกล้วยไม้ที่อ่อนหวานละมุน กลีบดอกสีขาวรังสรรค์ด้วยเพชร แต่งแต้มสีเหลืองด้วยบุษราคัม ใบสีเขียวมรกต ก้านดอกเพชรสีน้ำตาล ความโดดเด่น คือเทคนิคของการสร้างสรรค์กลีบดอกและใบไม้ ใช้เทคนิคการฝังแบบไร้หนาม (Invisible) แทงลายตรงก้านใบ 

เทคนิคนี้เป็นงานช่างฝีมือชั้นครู ใช้ความประณีตขั้นสูงสุด โดยมีช่างเพียงไม่กี่คนในประเทศไทยที่สามารถทำได้ การเจียระไนเพชรและมรกตเป็นสี่เหลี่ยมหน้าตัด แต่ยังคงเล่นแสง ให้ความระยิบระยับตามคุณสมบัติแห่งเพชรและมรกต ชิ้นงานดอกไม้พลิ้วไหวนุ่มนวล

เข็มกลัดดอกกล้วยไม้แคทลียาควีนสิริกิติ์ ประกอบด้วยเพชรใสทั้งหมดน้ำหนักรวม 35.72 กะรัต เพชรสีน้ำตาลน้ำหนักรวม 0.34 กะรัต มรกตน้ำหนักรวม 5.39 กะรัต และบุษราคัมน้ำหนักรวม 1.86 กะรัต

เข็มกลัดดอกกุหลาบ Rosa Bhubing – Love at First Sight Gradient Brooch” Rosa Queen Sirikit Brooch with ladybug เข็มกลัดดอกกุหลาบ แทนความระลึกถึงสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี 

พระนามแห่งดอกกุหลาบควีนสิริกิติ์ คือ ดอกกุหลาบกลีบซ้อนสีเหลือง ปลายกลีบสีส้มอ่อนยามกระทบแสง ที่อัญเชิญพระนามมาสู่พันธ์กุหลาบชนะการประกวดระดับโลกในปี 2513 ณ กรุงเบลฟัสต์ ส่วนดอกกุหลาบสีน้ำเงินเป็นกุหลาบย้อมสีที่ชาวบ้านนำมาถวายสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ณ ตำหนักภูพิงค์ราชนิเวศน์

Rosa Bhubing Love at First Sight Gradient Brooch เข็มกลัดดอกกุหลาบประดับไพลิน ตัดขอบกลีบด้วยเพชร ส่วนกลีบใบฝังเพชร ประดับห้อยด้วยมรกตรูปทรงหยดน้ำ และสัญลักษณ์ S แห่งแบรนด์ SIRIVANNAVARI ประกอบด้วยไพลินน้ำหนักรวม 47.55 กะรัต มรกตน้ำหนักรวม 2.75 กะรัต และเพชรน้ำหนักรวม 4.74 กะรัต

Rosa Queen Sirikit Brooch with ladybug กุหลาบควีนสิริกิติ์สีเหลือง เพิ่มลูกเล่นเต่าทอง ประกอบด้วยบุษราคัมน้ำหนักรวม 37.78 กะรัต เพชรน้ำหนักรวม 1.25 กะรัต

เข็มกลัดเพชรนกยูงรำแพน La Broche de Paon Blanc Brooch” นกยูง เอกลักษณ์แห่งแบรนด์ SIRIVANNAVARI ความสง่างาม ความหาญกล้า แต่แฝงด้วยความอ่อนช้อย สู่เข็มกลัดประดับเพชรแฟนซีซ้อนทับสลับเป็นมิติ ประหนึ่งนกยูงรำแพนหาง ทรงออกแบบเพชรไล่สี เพชรน้ำตาล เพชรเหลือง ไล่สู่เพชรสีขาว เติมลูกเล่นโดดเด่นด้วยเพชร Briolette ห้อยล้อแสงประดับจรดบนปลายปาก และดวงตาทับทิมสีแดง

เข็มกลัดเพชรนกยูงรำแพน ประกอบด้วยเพชรใสน้ำหนักรวม 15.74 กะรัต, เพชรสีเหลืองน้ำหนักรวม 0.5 กะรัต  เพชรสีน้ำตาลน้ำหนักรวม 0.12 กะรัต และทับทิมน้ำหนักรวม 0.07 กะรัต 

ชุดเครื่องประดับ Lights of Remembrance” โดดเด่นด้วยงานออกแบบเล่นสีของอัญมณี และสัญลักษณ์ S อัญมณีทุกเม็ดแกะสลักเป็นรูปใบไม้เจียระไนประณีต ตกแต่งเส้นสายประดับเพชร ประกอบด้วยสร้อยคอโชคเกอร์ Lights of Remembrance เพชรน้ำหนักรวม 50.35 กะรัต มรกตน้ำหนักรวม 34.05 กะรัต ไพลิน 36.49 กะรัต ทับทิมน้ำหนักรวม 44.14 กะรัต และต่างหู Lights of Remembrance โดดเด่นด้วยมรกตเม็ดงาม 5.06 กะรัต มรกตเม็ดเล็ก 2.53 กะรัต ไพลิน 2.62 กะรัต ทับทิม 4.64 กะรัต เพชร 1.57 กะรัต

“ชุดเครื่องประดับ Heritage de l’amour” ชุดสร้อยคอและต่างหูเพชรประดับมรกตและมุก จากการรวมสัญลักษณ์หลากหลาย ตั้งแต่เกือกม้า ใบไม้ ร้อยเรียงประดับแบบนูนต่ำ สร้างมิติให้แก่สร้อยคอ ดีไซน์ที่มีกลิ่นอายความวินเทจ โดดเด่นด้วยไพลินสีเขียวก่ำห้อยพลิ้วไหว

สร้อยคอ เพชร 235 เม็ด รวมน้ำหนัก 15.61 กะรัต มรกตเรียงขนาดลดหลั่น 19 เม็ด น้ำหนักรวม 8.52 กะรัต ไข่มุกอโกย่า 205 เม็ด รวม 47.09 กะรัต และต่างหู เพชร 106 เม็ด รวมน้ำหนัก 6.80 กะรัต มรกตเรียงขนาดลดหลั่น 10 เม็ด น้ำหนักรวม 3.59 กะรัต ไข่มุก 34 เม็ด รวม 7.70 กะรัต

ชุดเครื่องประดับ Abeille Royale” องค์ดีไซเนอร์นำภาพวาดฝีพระหัตถ์รูปผึ้งและรวงผึ้ง สัญลักษณ์แห่งความอุดมสมบูรณ์ ตีความเป็นความสนุกและทันสมัย เส้นสายอ่อนช้อยตัดกับเหลี่ยมกราฟฟิกอย่างลงตัว ประดับบุษราคัมล้อแสงในทุกลีลาขยับเรียวมือ ต่างหูดีไซน์อสมมาตร เป็นซิกเนเจอร์แห่งงานเครื่องประดับของแบรนด์ SIRIVANNAVARI

ต่างหูรูปผึ้งและรวงผึ้ง ประกอบด้วยเพชร บุษราคัม มุก และนิล หลากรูปทรง น้ำหนักรวม 8.99 กะรัต, แหวนรูปผึ้งเกาะดอกไม้ โดดเด่นด้วยบุษราคัม 3.83 กะรัต ไข่มุกอโกย่า 1.81 กะรัต เพชรรวม 0.97 กะรัต และแหวนรูปรวงผึ้ง ประกอบด้วยเพชร บุษราคัม มุก นิลหลากรูปทรง น้ำหนักรวม 3.38 กะรัต

อนึ่ง งาน Bangkok Gems and Jewelry Fair หรือ “บางกอกเจมส์” เป็นงานแสดงสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศ จัดขึ้นเพื่อเป็นเวทีสำหรับผู้ประกอบการไทยได้พบและเจรจาการค้ากับผู้ซื้อจากทั่วโลก เนื่องจากอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับเป็นอุตสาหกรรมส่งออกที่สำคัญของไทย จนได้รับการยอมรับว่าเป็นศูนย์กลางด้านอัญมณีและเครื่องประดับที่สำคัญของโลก กำหนดจัดไปจนถึงวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2567