เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สรรพสามิตสั่งปิดพื้นที่เสี่ยง ชี้เจ้าหน้าที่บาดเจ็บ 2 ราย จากเหตุการณ์กระหน่ำยิง
News สรรพสามิตสั่งปิดพื้นที่เสี่ยง ชี้เจ้าหน้าที่บาดเจ็บ 2 ราย จากเหตุการณ์กระหน่ำยิง
อีเวนต์อนิเมะสปีดธุรกิจอีเวนต์อนิเมะ มั่นใจน่านน้ำใหม่ดันรายได้สู่ 500 ล้าน
Business อีเวนต์อนิเมะสปีดธุรกิจอีเวนต์อนิเมะ มั่นใจน่านน้ำใหม่ดันรายได้สู่ 500 ล้าน
รพ.กรุงเทพมุ่งฮับหุ่นยนต์ผ่าตัด ผนึกพันธมิตรต่อยอดโนว์ฮาว
Business รพ.กรุงเทพมุ่งฮับหุ่นยนต์ผ่าตัด ผนึกพันธมิตรต่อยอดโนว์ฮาว
ก้าวสำคัญอวกาศไทย! “ยศชนัน” เผย อุปกรณ์ฝีมือคนไทยพร้อมโคจรรอบดวงจันทร์ 24 ส.ค. นี้
Politics ก้าวสำคัญอวกาศไทย! “ยศชนัน” เผย อุปกรณ์ฝีมือคนไทยพร้อมโคจรรอบดวงจันทร์ 24 ส.ค. นี้
ICOMOS ประเดิมลงพื้นที่เชียงใหม่วันแรก เจาะลึกผังเมือง–คูเมือง–ระบบน้ำ
เศรษฐกิจภูมิภาค ICOMOS ประเดิมลงพื้นที่เชียงใหม่วันแรก เจาะลึกผังเมือง–คูเมือง–ระบบน้ำ
คมนาคม ดึงเอกชนพัฒนา “สถานีธนบุรี” ปั้นเมดิคอลฮับรับรถไฟฟ้า
Real Estate คมนาคม ดึงเอกชนพัฒนา “สถานีธนบุรี” ปั้นเมดิคอลฮับรับรถไฟฟ้า
TRUE โชว์งบฯ Q2/2569 กำไรสุทธิ 6.6 พันล้านบาท จ่ายปันผล 0.15 บาทต่อหุ้น
Tech TRUE โชว์งบฯ Q2/2569 กำไรสุทธิ 6.6 พันล้านบาท จ่ายปันผล 0.15 บาทต่อหุ้น
CLICX แจงปม “บิดหนี้” ย้ำไม่ลดมาตรฐานอนุมัติสินเชื่อ-คุมความเสี่ยงเข้ม
Finance CLICX แจงปม “บิดหนี้” ย้ำไม่ลดมาตรฐานอนุมัติสินเชื่อ-คุมความเสี่ยงเข้ม
ไอแบงก์ มีมติเลือก “ดร. เบญจรงค์ สุวรรณคีรี” นั่งกรรมการธนาคาร
Finance ไอแบงก์ มีมติเลือก “ดร. เบญจรงค์ สุวรรณคีรี” นั่งกรรมการธนาคาร
คุยกับเศรษฐา : สันติภาพเมียนมา คือผลประโยชน์ของไทย
Columns คุยกับเศรษฐา : สันติภาพเมียนมา คือผลประโยชน์ของไทย
ดูทั้งหมด

Best Practices “โฮมโปร” ปักธง Omnichannel ย้ำเจ้าตลาดโมเดิร์นเทรดวัสดุเมืองไทย

01 ธ.ค. 2563 | 11:00น.

โฮมโปรแจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯ ตั้งบริษัทลูกในประเทศเวียดนาม

ก่อนหน้านี้ เข้าไปบุกเบิกลงทุนในมาเลเซีย ปัจจุบันเอ็นจอยกับ 6 สาขาทั้งในห้างและสแตนด์อะโลนใน KL-กรุงกัวลาลัมเปอร์ เมืองหลวงมาเลเซีย

ล่าสุด Dow Jones Sustainability Indices ได้ประกาศให้ โฮมโปร เป็นสมาชิก DJSI 2563 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ประเภทดัชนีตลาดเกิดใหม่ emerging markets จากการดำเนินงานด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนในระดับสากล

และโฮมโปรยังคงมีสถานะเป็น best practices อย่างเสมอต้นเสมอปลาย บนทำเนียบบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

9 เดือนกำรายได้ 4.5 หมื่นล้าน

ทั้งนี้ รายได้ปี 2562 มีรายได้รวม 67,423.88 ล้านบาท กำไรสุทธิทั้งปี 6,176.59 ล้านบาท ขณะที่ผลประกอบการ9 เดือนแรก (มกราคม-กันยายน 2563) มีรายได้รวม 45,740.09 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนหน้า -9.41% กำไรสุทธิ 3,609.72 ล้านบาท ลดลง -18.49% ปัจจัยหลักมาจากการปิดสาขาในไทยกับมาเลเซียช่วงล็อกดาวน์ประเทศเมื่อไตรมาส 2/63 กับไตรมาส 3/63

ล่าสุดของล่าสุด เครือข่ายประกอบด้วย โฮมโปร 84 สาขา, โฮมโปร S 9 สาขา, เมกาโฮม 14 สาขา และโฮมโปร มาเลเซีย 6 สาขา

“วีรพันธ์ อังสุมาลี” รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ โฮมโปร เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ปัจจัยผลกระทบโควิดในปี 2564 ในภาพรวมน่าจะดีขึ้นกว่าปีนี้ เนื่องจากธุรกิจส่วนใหญ่รับผลกระทบรุนแรงไปแล้ว โดยเฉพาะในช่วงล็อกดาวน์ประเทศ ทั้งนี้ ผลประกอบการไตรมาส 3/63 ตัวเลขรายได้ขายลดลง -5% กำไรลดลงไม่ต่ำกว่า 10%

ในขณะที่ไตรมาส 4/63 ได้พูดคุยในที่ประชุมนักวิเคราะห์เศรษฐกิจไปแล้วว่า ขอประเมินมาตรการช็อปดีมีคืนของรัฐบาลว่าจะสามารถช่วยกระตุ้นกำลังซื้อได้มากน้อยแค่ไหน เพราะถือเป็นตัวช่วยที่ทำให้ผลประกอบการฟื้นตัวได้ในช่วงปลายปี โดยโฮมโปรตั้งเป้ารายได้ปี 2564 บวกจากปี 2563 อยู่ที่ 5%

“ปี 2563 เราประกาศเป้ารายได้เติบโตจากปี 2562 ประมาณ 5% ตอนนั้นยังไม่มีสถานการณ์โควิด ซึ่งปีนี้รายได้มีเท่าไหร่ ปีหน้าขอโต 5% เพราะที่ผ่านมาโฮมโปรมีการปรับตัวมาตลอด และจะเป็นกลยุทธ์หลักในการทำธุรกิจปีหน้าด้วย ทั้งการขยายช่องทางขายบนแพลตฟอร์มออนไลน์ และการปรับโมเดลธุรกิจรองรับเทรนด์ new normal อย่างเต็มรูปแบบ” คำกล่าวย้ำของ
 “วีรพันธ์” ในฐานะเบอร์ 2 องค์กร

ดึงมือการตลาดเสริมทัพ

การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้บริหารสปอตไลต์ส่องไปที่มือการตลาด จาก “ศิริวรรณ เปี่ยมเศรษฐสิน” ล่าสุดได้ผู้บริหารจากค่ายซัมซุง “เสาวณีย์ สิราริยกุล” นั่งเก้าอี้ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการกลุ่มการตลาดคนใหม่

ภารกิจหลักดูเหมือนโฮมโปรต้องการเพิ่มพลังการตลาด omnichannel ให้เพิ่มดีกรีมากขึ้นไปอีก เพื่อหนีจากคู่แข่งในธุรกิจโมเดิร์นเทรดวัสดุและของตกแต่ง

อีเวนต์แบบรัว ๆ ในช่วงโค้งสุดท้ายของปี เพิ่งเปิดสาขาที่ 85 ไลฟ์สไตล์มอลล์แห่งใหม่ “มาร์เก็ตวิลเลจ” รังสิต คลอง 4 บนพื้นที่ 35,000 ตารางเมตร ด้วยงบฯลงทุน 1,000 ล้านบาท

โดยสาขาสุดท้ายของปี 2563 อยู่ที่ทำเลถนนสุขสวัสดิ์ แกรนด์โอเพนนิ่ง 28 พฤศจิกายน 2563

“การเข้ามาร่วมงานกับโฮมโปร เพื่อต่อยอดให้การช็อปปิ้งราบรื่น สต๊อกไม่หมด 
ลูกค้าไม่ผิดหวัง คิดถึงโฮมโปร คิดถึงแบรนด์ที่เป็น top of mind”

จุดโฟกัสคือ โฮมโปร รังสิต คลอง 4 มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการนำเสนอให้ลูกค้าเข้าใจ ที่ผ่านมาทำแต่ไม่ชัด โดยจะนำโมเดลนี้ไปรีโนเวตกับสโตร์อื่น ๆ รวมทั้งมีการเพิ่มไลน์สินค้าใหม่ ๆ 10-15%

ส่วนภาพไดนามิกของโฮมโปร “สิริวรรณ เสริมชีพ” ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายการตลาดและการสื่อสาร ระบุว่า กลยุทธ์การตลาดภาพรวม สถานการณ์โควิดทำให้เกิดวิถี new normal ผู้บริโภค
มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมโดย

1.คนอยู่บ้านมากขึ้น ทำให้มีกิจกรรมในบ้านมากขึ้น โฮมโปรเน้นสินค้าฟังก์ชั่นมากขึ้น เช่น กลุ่มสินค้าคุ้กกิ้ง สมอลล์แพลนต์ ยอดขายเพิ่ม 3-4 เท่า ฯลฯ กลุ่มจัดเก็บสินค้าเพราะบ้านอาจรกมากขึ้น, สินค้าพัฒนาใหม่ เช่น หน้ากาก ฯลฯ
2.ช่วงล็อกดาวน์ผลักดันยอดขายอีคอมเมิร์ซเติบโตขึ้น จึงเน้นปรับปรุงสร้าง
ประสบการณ์ที่ดีในการช็อปสินค้าออนไลน์ โดยมีฐานลูกค้าดิจิทัลออนไลน์ 4 ล้านคน
ผสมผสานในรูปแบบออมนิแชนเนล

“อีกเรื่องที่อยากเน้น คือ เซอร์วิส ลูกค้าซื้อไม่ใช่เพราะมีแค่สินค้า แต่มีอาฟเตอร์เซลเซอร์วิส เช่น ฉากกั้นสั่งตัด ประตู-กระจกสั่งตัด โดยสามารถออกนวัตกรรมใหม่ ๆ ได้ต่อเนื่อง”

ก่อนหน้านี้ เมื่อเดือนกันยายน 2563 โฮมโปรเพิ่งลอนช์โปรแกรม Same Day Delivery หมายถึง “ซื้อ-ส่ง-ติดตั้ง” บริษัทมั่นใจกับบริการนี้ และมีผลตอบรับที่ดีจากผู้บริโภคผ่านโฮมโปรเขตกรุงเทพฯ-ปริมณฑล 27 สาขา

และบริการ Emergency Service 24 hours เจาะลูกค้าสมาชิกโฮมการ์ด ให้บริการในเวลาไหนก็ได้ เช่น ตี 1-2-3 สามารถให้บริการกรณีฉุกเฉิน เช่น ท่อแตก ไฟดับ น้ำรั่ว

2564 ปีแห่งการบุกออนไลน์

ปี 2564 กลยุทธ์การแข่งขันเป็นเรื่องการเตรียมหลังบ้านกับนโยบายบุกแพลตฟอร์มขายบนออนไลน์เพื่อเสริมกับช่องทางออฟไลน์แบบสุดขั้วไปเลย

อัพเดตล่าสุด ก่อนยุคโควิดโฮมโปรมียอดขายออนไลน์สัดส่วน 2-3% ปี 2563 หลังจากผ่านสถานการณ์โควิดเกือบเต็มปี ยอดขายออนไลน์เพิ่มสัดส่วนเป็น 8%

ปัจจุบันมีคำอธิบายช่องทาง omnichannel สไตล์โฮมโปร คือ รูปแบบการขาย O2O-online to offline หมายความว่านั่งคลิกคำสั่งซื้อผ่านออนไลน์ จากนั้นเลือกรับสินค้าที่สาขาใดก็ได้ทั่วประเทศ

ปี 2564 เป็นต้นไป มีการต่อยอดขึ้นไปอีกขั้น ให้เป็น OMO-online merge offline

“ทุกวันนี้ลูกค้าตัดสินใจได้เลยว่า คุณจะเข้าออนไลน์หรือจะไปซื้อที่ store เพราะฉะนั้น หน้าที่ communication ของเราคือต้องปิดการขายให้ได้ง่ายที่สุด เพราะบางคนมี need แล้ว พอต้องเข้า store กว่าจะคิด กว่าจะตัดสินใจ เพราะฉะนั้น สื่อทุกอันในไลน์และเฟซบุ๊กในปีหน้าจะต้องทำให้เมิร์จกันได้ อย่าไปแยกออนไลน์หรือออฟไลน์ ขอแค่ว่าลูกค้าสะดวกที่ไหน”

บทสรุปรวบยอดก็คือ ปีหน้าถือเป็นปีแห่งการบุกออนไลน์ เพราะจะมีแอปพลิเคชั่นโฮมโปรที่สามารถช็อปสินค้าได้ ส่วนการไลฟ์สดจะมีในเฟซบุ๊กและไลน์ ซึ่งจะไลฟ์ทุกวันอังคารและวันพฤหัสบดี วันละ 2 รอบ และอื่น ๆ อีกมากมาย

“ประเมิน worst case (ช่วงล็อกดาวน์ประเทศ) เราผ่านจุดนั้นมาแล้ว สำหรับปี 2564 คาดว่าจะสามารถเติบโตด้านยอดขายไม่ต่ำกว่า 2 ดิจิต” คำกล่าวของ “เสาวณีย์”

แท็กที่เกี่ยวข้อง

โฮมโปร