เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ไฮไลต์เรียกเสียงกรี๊ด…มหกรรมหนังสือสุดคึกคัก
Biz Movement ไฮไลต์เรียกเสียงกรี๊ด…มหกรรมหนังสือสุดคึกคัก
‘iPhone Duo พับได้’ เจอปัญหา! หน้าจอร้าวหลังใช้งานไม่นาน แต่ Apple พร้อมรับมือ
Tech ‘iPhone Duo พับได้’ เจอปัญหา! หน้าจอร้าวหลังใช้งานไม่นาน แต่ Apple พร้อมรับมือ
ราคาทองวันนี้ (28 ต.ค. 69) ปรับขึ้น 750 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,550 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (28 ต.ค. 69) ปรับขึ้น 750 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,550 บาท
ธอส. เปิดสินเชื่อ Solar ภาคประชาชน ดอกเบี้ย 2.50% ต่อปี มุ่งลดรายจ่าย ผ่อนเดือนละ 1,200 บาท
Finance ธอส. เปิดสินเชื่อ Solar ภาคประชาชน ดอกเบี้ย 2.50% ต่อปี มุ่งลดรายจ่าย ผ่อนเดือนละ 1,200 บาท
อนุทิน ชี้ ‘โซลาร์ภาคประชาชน’ มีแต่เรื่องดี-ช่วย ปชช.หลังถูกติงเอื้อทุนใหญ่
Politics อนุทิน ชี้ ‘โซลาร์ภาคประชาชน’ มีแต่เรื่องดี-ช่วย ปชช.หลังถูกติงเอื้อทุนใหญ่
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (28 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (28 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Microsoft เสนอแพ็กเกจ สมัครใจลาออก คุมต้นทุนรับยุค AI ไป 6 หมื่นคน
Tech Microsoft เสนอแพ็กเกจ สมัครใจลาออก คุมต้นทุนรับยุค AI ไป 6 หมื่นคน
รู้จัก ‘THB Stablecoin’ บาทโทเคน-รับเทรนด์โลก
Tech รู้จัก ‘THB Stablecoin’ บาทโทเคน-รับเทรนด์โลก
ออมสิน จัดสินเชื่อ ‘Solar ภาคประชาชน’ ดอกเบี้ย 2.50% ไม่ต้องมีหลักประกัน หนุนครัวเรือนลดภาระค่าไฟระยะยาว
Finance ออมสิน จัดสินเชื่อ ‘Solar ภาคประชาชน’ ดอกเบี้ย 2.50% ไม่ต้องมีหลักประกัน หนุนครัวเรือนลดภาระค่าไฟระยะยาว
กสิกรไทย เปิด ‘ศูนย์บริหารการลงทุนทองคำครบวงจร’ บน K PLUS ชูบริหารความมั่งคั่งแบบครบมิติ
Finance กสิกรไทย เปิด ‘ศูนย์บริหารการลงทุนทองคำครบวงจร’ บน K PLUS ชูบริหารความมั่งคั่งแบบครบมิติ
ดูทั้งหมด

น้ำพระพุทธมนต์-ขบวนพยุหยาตราทางชลมารค มหามงคลสมัย เฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ

10 ก.ค. 2567 | 17:27น.
ขบวนพยุหยาตราทางชลมารค

นับเป็นมหามงคลสมัยยิ่ง ด้วย พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนพรรษา 6 รอบ 72 พรรษา ในวันที่ 28 กรกฎาคม 2567

รัฐบาล โดยคณะกรรมการอำนวยการจัดงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งมี “นายเศรษฐา ทวีสิน” นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้มีมติเห็นชอบให้กระทรวงมหาดไทยจัดทำน้ำพระพุทธมนต์ศักดิ์สิทธิ์

นอกจากนี้ รัฐบาลยังได้มอบหมายให้กองทัพเรือจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร

พลีกรรมตักน้ำศักดิ์สิทธิ์

คำว่า “พลีน้ำ” หมายถึงการขออนุญาตตักน้ำขึ้นมา หรือแบ่งมาในส่วนน้อย พิธีพลีกรรมตักน้ำศักดิ์สิทธิ์ จึงเป็นพิธีขอแบ่งน้ำจากแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์เพื่อประกอบพิธี ความเป็นสิริมงคล โดยนำน้ำไปวัด โบสถ์ สำคัญในจังหวัดนั้น ๆ เพื่อเสกน้ำพระพุทธมนต์ศักดิ์สิทธิ์ และพิธีเวียนเทียนสมโภชน้ำพระพุทธมนต์ศักดิ์สิทธิ์

การจัดทำน้ำพระพุทธมนต์ศักดิ์สิทธิ์ กระทรวงมหาดไทยได้ร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด และภาคีเครือข่ายทุกจังหวัด จัดพิธีพลีกรรมตักน้ำ ณ แหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ของ 77 จังหวัด รวม 107 แห่ง โดยมีแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ในกรุงเทพมหานครอีก 1 แห่ง จากหอศาสตราคมในพระบรมมหาราชวัง รวม 108 แห่งทั่วประเทศ

น้ำศักดิ์สิทธิ์ที่ผ่านพิธีเวียนเทียนสมโภชน้ำเรียบร้อยแล้วจะถูกบรรจุลงใน “คนโท” ในปริมาณถึงยอดคนโทและปิดฝาให้สนิท คนโทในพิธีเสกน้ำพระพุทธมนต์ มีลักษณะเป็นเซรามิกทองทรงกลม พร้อมฝาปิดทำเป็นยอดมี 3 ชั้น ประกอบด้วย ลูกแก้วใช้ลายบัวและมีท้องไม้สูง 35 ซม. ปากกว้าง 5.7 ซม., ส่วนคอคนโทมีลูกแก้ว ใช้ลายบัวและมีท้องไม้ ฐานกว้าง 11.3 ซม.ใช้ลายบัวและมีท้องไม้ ส่วนตัวคนโทกว้าง 15 ซม. ลวดลายบัวและเส้นคิ้วลงน้ำทอง พื้นคนโทสีขาวงาช้าง สัญลักษณ์ความบริสุทธิ์อันเป็นมงคล

สำหรับคนโทด้านหน้าประดิษฐานตราสัญลักษณ์งานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ด้านหลังมีตราสัญลักษณ์ประจำแต่ละจังหวัดด้านล่างใต้ฐานคนโทมีตรากระทรวงมหาดไทย ขนาด 3 ซม.

ทั้งนี้ ได้มีพิธีพลีกรรมตักน้ำ ณ แหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ทุกจังหวัดในวันที่ 4 กรกฎาคม พิธีเสกน้ำพระพุทธมนต์ วันที่ 7 กรกฎาคม และพิธีเวียนเทียนสมโภชน้ำพระพุทธมนต์ วันที่ 8 กรกฎาคมที่ผ่านมาเสร็จสิ้นแล้ว โดยจะมีพิธีเชิญคนโทน้ำพระพุทธมนต์มาเก็บรักษาที่กระทรวงมหาดไทย วันที่ 13 กรกฎาคม สำหรับ กทม.และ 14 กรกฎาคมนี้ สำหรับทุกจังหวัด

พลีกรรมตักน้ำศักดิ์สิทธิ์

จากนั้น วันที่ 25 กรกฎาคม จะมีพิธีเชิญคนโทน้ำพระพุทธมนต์จากกระทรวงมหาดไทยไปยังวัดพระเชตุพนฯ ราชวรมหาวิหาร เพื่อประกอบพิธีเสกน้ำพระพุทธมนต์ศักดิ์สิทธิ์ ก่อนจะมีพิธีเดินขบวนเชิญน้ำพระพุทธมนต์จากวัดพระเชตุพนฯ ไปยังพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ในพระบรมมหาราชวังในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2567

ขบวนพยุหยาตราทางชลมารค

เป็นอีกครั้งที่ประชาชนชาวไทยรวมถึงชาวต่างชาติจะได้ชมความงดงามของพระราชพิธีสำคัญการจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ในการพระราชพิธีเสด็จพระราชดำเนินถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร ในวันที่ 27 ตุลาคม 2567

แต่เดิม ขบวนพยุหยาตราทางชลมารคและเรือพระราชพิธีเป็นพระราชพิธีและพระราชพาหนะสำคัญของพระมหากษัตริย์ไทย ในสมัยอยุธยาเรือพระราชพิธีใช้สำหรับประกอบพิธีกรรม แสดงพระบารมี และความศักดิ์สิทธิ์ของพระมหากษัตริย์ ตลอดจนเข้าสู่สมัยรัชกาลที่ 5 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เรือพระราชพิธีได้กลายเป็นขบวนเรือที่แสดงพระเกียรติยศของพระมหากษัตริย์

“รศ.ดร.ศานติ ภักดีคำ” ระบุในหนังสือ “พระเสด็จโดยแดนชล” ว่า หลัง พ.ศ. 2475 เรือพระราชพิธีได้ถูกปล่อยให้ชำรุดทรุดโทรมเนื่องจากไม่มีการจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ประกอบกับเป็นช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 อู่เรือพระราชพิธีบางกอกน้อยได้ถูกระเบิด ทำให้เรือพระราชพิธีถูกทำลายลง

จนกระทั่งพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงมีพระราชกระแสรับสั่งให้เก็บรักษาเรือพระราชพิธี รวมทั้งมีพระราชประสงค์ให้รื้อฟื้นขบวนพยุหยาตราทางชลมารคขึ้นอีกครั้งเมื่อ พ.ศ. 2500 ในวาระครบรอบ 25 พุทธศตวรรษ นับเป็นการจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารคครั้งแรกในสมัยรัชกาลที่ 9 หลังจากที่จัดครั้งสุดท้ายในสมัยรัชกาลที่ 7 ซึ่งห่างกันถึง 25 ปี

ขบวนพยุหยาตราทางชลมารคในเดือนตุลาคม 2567 ทุกหน่วยงานได้เตรียมความพร้อมทั้งซ่อมบำรุงเรือฝึกซ้อมกำลังพลฝีพาย เพื่อให้พระราชพิธีเป็นไปด้วยความเรียบร้อย สง่างาม และสมพระเกียรติ

ส่วนการซ่อมบำรุงเรือพระราชพิธีนั้น กองทัพเรือได้ซ่อมทำเรือพระที่นั่ง เรือรูปสัตว์ เรือในขบวนลำอื่น ๆ ด้วยวิธีศิลปะภูมิปัญญาประมงพื้นบ้านมาตั้งแต่เดือนธันวาคม 2566 ไม่ว่าจะเป็นการตอกหมันเรือที่นำด้ายดิบมาตอกเข้าไปบริเวณร่องระหว่างไม้กระดานเรือให้แน่นเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำซึมเข้าเรือ ตลอดจนได้ชันยาเรือผสมกับน้ำมันยางยาแนวในร่องและทาทั่วทั้งบริเวณนอกลำเรือ ก่อนส่งมอบให้กรมศิลปากรเพื่อตกแต่งประดับตัวเรือ ทั้งการวาดลวดลาย ติดกระจกเกรียบและกระจกสี

ขบวนพยุหยาตราทางชลมารคมีเรือพระราชพิธีทั้งสิ้น 52 ลำ จัดขบวนเป็น 5 ริ้ว ความยาว 1,200 เมตร กว้าง 90 เมตร ใช้กำลังพลประจำเรือในขบวนเรือพระราชพิธี รวม 2,200 นาย จะเริ่มทำการซ้อมย่อยเป็นรูปขบวนเรือในแม่น้ำเจ้าพระยา 10 ครั้ง เริ่มวันที่ 1 สิงหาคม, 8 สิงหาคม, 15 สิงหาคม, 22 สิงหาคม, 3 กันยายน, 12 กันยายน, 19 กันยายน, 26 กันยายน, 1 ตุลาคม, 10 ตุลาคม จากนั้นซ้อมใหญ่ 2 ครั้ง ในวันที่ 15 และ 22 ตุลาคม ซ้อมเก็บความเรียบร้อยวันที่ 24 ตุลาคม 2567

ประชาชนสามารถรับชมการฝึกซ้อมฝีพายได้ตลอด 2 ฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ตั้งแต่สะพานพระราม 8 จนถึงวัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร