“สี จิ้นผิง” จัดพิธีถวายการต้อนรับ ในหลวง-พระราชินี เสด็จฯเยือนจีน
นายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน จัดพิธีถวายการต้อนรับ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ณ มหาศาลาประชาชน โอกาสเสด็จฯ เยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 13-17 พฤศจิกายน 2568
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2568 ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีนได้จัดพิธียิ่งใหญ่ถวายการต้อนรับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ในโอกาสเสด็จฯ เยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการ เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่พระมหากษัตริย์ของไทยเสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีน นับตั้งแต่มีการสถาปนาความสัมพันธ์ระหว่างไทยและจีนเมื่อ 50 ปีที่แล้ว รัฐบาลปักกิ่งได้ใช้โอกาสนี้ในการนำเสนอตัวเองว่าเป็นเพื่อนบ้านผู้มีเมตตา และหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจที่เชื่อถือได้
รอยเตอร์รายงานว่า ความสัมพันธ์ทวิภาคีได้พัฒนาไปอย่างมีนัยสำคัญ นับตั้งแต่ที่ไทยซึ่งยึดมั่นในอุดมการณ์อย่างแน่วแน่กับสหรัฐอเมริกา ในการต่อต้านลัทธิคอมมิวนิสต์ในช่วงสงครามเย็น และมองว่าจีนเป็นภัยคุกคาม
นับตั้งแต่ยุคหลังสงครามเย็น ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศได้แข็งแกร่งขึ้น โดยมีรากฐานมาจากความสัมพันธ์ทางการค้าและการลงทุนที่แน่นแฟ้น ปัจจุบันจีนเป็นประเทศที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวรายใหญ่ที่สุดของภาคการท่องเที่ยวที่สำคัญของไทย และเป็นนักลงทุนรายใหญ่ในอุตสาหกรรมต่าง ๆ เช่น ยานยนต์
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เคยเสด็จฯเยือนจีนเมื่อปี 2530 ขณะทรงพระอิสริยยศเป็นมกุฎราชกุมาร ในฐานะผู้แทนพระองค์พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร



ในบทบรรณาธิการของสำนักข่าวซินหัว ได้มีการนำเสนอประวัติศาสตร์การค้า และการแลกเปลี่ยนระหว่างจีนกับไทยที่มีมายาวนาน โดยระบุว่าก่อนที่ชาวอาณานิคมตะวันตกจะเข้ามาตั้งถิ่นฐานในวงกว้าง การค้าระหว่างประเทศส่วนใหญ่ของไทยถูกขายให้กับจีน โดยไทยนำข้าว เครื่องเทศ และแร่ดีบุก มาแลกเปลี่ยนกับเครื่องเคลือบดินเผา ผ้าไหม ชา และเครื่องเหล็กของจีน
ซินหัวระบุด้วยว่า ไม่กี่ปีก่อนที่ความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสองประเทศจะก่อตัวขึ้น ไทยยังได้ส่งนักปิงปองไปแข่งขันชิงแชมป์ที่ประเทศจีน และในปี 2517 รัฐบาลปักกิ่งยังเคยจัดหาน้ำมันดิบราคาถูกเพื่อช่วยให้ไทยก้าวผ่านปัญหาเศรษฐกิจไปได้
โดยสำนักข่าวซินหัวยังได้เผยแพร่พระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี การนี้ทรงมีพระราชปฏิสันถารกับประธานาธิบดีจีน และ เผิง ลี่หยวน ผู้เป็นภริยา ที่อาคารมหาศาลาประชาชน ในกรุงปักกิ่ง

