เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดวงรายสัปดาห์ 5-11 กรกฎาคม 2569
ดวง ดวงรายสัปดาห์ 5-11 กรกฎาคม 2569
กรุงเทพเดือด เซ็นทรัล-เดอะมอลล์-แพลทินัม เปิดห้างใหม่  สัปดาห์เดียวกัน
Business กรุงเทพเดือด เซ็นทรัล-เดอะมอลล์-แพลทินัม เปิดห้างใหม่ สัปดาห์เดียวกัน
ซีพี ออลล์ แจงปมกดบัตรคอนเสิร์ต ยันคุ้มครองสิทธิและศักดิ์ศรีพนักงาน
Biz Movement ซีพี ออลล์ แจงปมกดบัตรคอนเสิร์ต ยันคุ้มครองสิทธิและศักดิ์ศรีพนักงาน
อาลัย“อรุณ ชัยเสรี”ปรมาจารย์ด้านวิศวกรรมโครงสร้าง ผู้ออกแบบตึกช้าง
Real Estate อาลัย“อรุณ ชัยเสรี”ปรมาจารย์ด้านวิศวกรรมโครงสร้าง ผู้ออกแบบตึกช้าง
กทม.ช่วยสังคมเปิดคอร์สฝึกอาชีพ 105 บาทเสริมศักยภาพ-สร้างรายได้
SD กทม.ช่วยสังคมเปิดคอร์สฝึกอาชีพ 105 บาทเสริมศักยภาพ-สร้างรายได้
ไทยเบฟ พัฒนาชุมชนยั่งยืนผนึกจุฬาฯ เชื่อมห้องเรียนสู่ท้องถิ่น
SD ไทยเบฟ พัฒนาชุมชนยั่งยืนผนึกจุฬาฯ เชื่อมห้องเรียนสู่ท้องถิ่น
พระราชินี พระราชทานรางวัลชนะเลิศกอล์ฟควีนส์คัพไทยแลนด์ แชมเปี้ยนชิพ 2569
ข่าวในพระราชสำนัก พระราชินี พระราชทานรางวัลชนะเลิศกอล์ฟควีนส์คัพไทยแลนด์ แชมเปี้ยนชิพ 2569
ตราดชงแผนรับมือฤดูกาลผลไม้ตะวันออก แก้ราคาตกต่ำ-แรงงานขาดแคลน
เศรษฐกิจภูมิภาค ตราดชงแผนรับมือฤดูกาลผลไม้ตะวันออก แก้ราคาตกต่ำ-แรงงานขาดแคลน
“ดร.เอกก์” ชี้ทางรอด SMEs เชียงใหม่ “เจาะลึก-แม่นยำ” ดึงไปรษณีย์ไทยช่วยกระจายสินค้า
เศรษฐกิจภูมิภาค “ดร.เอกก์” ชี้ทางรอด SMEs เชียงใหม่ “เจาะลึก-แม่นยำ” ดึงไปรษณีย์ไทยช่วยกระจายสินค้า
ทชม. ซ้อมใหญ่แผน CEMEX-26 จำลองเหตุ “กราดยิง-วินาศกรรม” รับมือภัยคุกคาม
เศรษฐกิจภูมิภาค ทชม. ซ้อมใหญ่แผน CEMEX-26 จำลองเหตุ “กราดยิง-วินาศกรรม” รับมือภัยคุกคาม
ดูทั้งหมด

เครือเจริญโภคภัณฑ์ ผู้นำที่มองเห็น ‘ความยั่งยืน’ เป็นหัวใจของการอยู่รอดของมวลมนุษย์

28 ส.ค. 2568 | 12:25น.

เพราะความยั่งยืนไม่ใช่เพียงภาพลักษณ์ แต่คือวิธีอยู่รอดในโลกที่ไม่มีระเบียบอีกต่อไป ทุกครั้งที่โลกเผชิญวิกฤต เรามักได้ยินเสียงเรียกร้องให้ทุกภาคส่วนร่วมมือกัน “สร้างอนาคตที่ยั่งยืน”

แต่วินาทีที่โลกกลายเป็น “โลกไร้ระเบียบ” เต็มไปด้วยสงคราม ปัญหาเศรษฐกิจ สภาพภูมิอากาศแปรปรวน หรือแม้แต่ความเหลื่อมล้ำทางเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วขึ้นทุกวัน CSR จึงไม่ใช่คำตอบของความยั่งยืน

จากวิสัยทัศน์อันกว้างไกลของ “เครือเจริญโภคภัณฑ์” ในฐานะองค์กรชั้นนำที่มุ่งมั่นในการส่งมอบคุณค่า และคุณประโยชน์ให้แก่ผู้คนมานานนับศตวรรษที่เชื่อว่า “ความยั่งยืน” ไม่ใช่เพียงกลยุทธ์ทางธุรกิจ แต่เป็นการอยู่รอดของทุกชีวิตบนโลก จนเป็นผู้บุกเบิกและเป็นแบบอย่างในการกำหนดทิศทางความยั่งยืนของภาคธุรกิจไทยและระดับโลก

วิสัยทัศน์ดังกล่าว ได้รับการถ่ายทอดผ่านมุมมองของ ดร.ธีระพล ถนอมศักดิ์ยุทธ ประธานคณะผู้บริหารด้านความยั่งยืนองค์กรและการพัฒนากลยุทธ์ เครือเจริญโภคภัณฑ์

พร้อมเผยเป้าหมายหลักด้านความยั่งยืน 3 Big Goals” ที่เครือเจริญโภคภัณฑ์กำลังขับเคลื่อนอย่างมุ่งมั่นเพื่อตอกย้ำว่า “ความยั่งยืน” คือการลงมือทำจริง และเป็นอนาคตที่พวกเราทุกคนต้องร่วมกันสร้าง

โลกไร้ระเบียบ ความท้าทายที่ต้องเผชิญหน้า

            โลกทุกวันนี้อยู่ยากขึ้น” เป็นคำที่ ดร.ธีระพล ถนอมศักดิ์ยุทธ ย้ำเตือน ความท้าทายที่รายล้อมมีมากมายเกินกว่าจะนิ่งเฉยได้ สิ่งที่น่ากังวลที่สุดคือการที่เรากำลังก้าวเข้าสู่โลกไร้ระเบียบ เมื่อผู้นำในหลายประเทศเริ่มหันกลับมาให้ความสำคัญกับผลประโยชน์ของตัวเองเป็นหลักกติกาโลกที่เคยร่วมกันสร้างสรรค์ เช่น เป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมหรือการลดคาร์บอน กลับถูกตั้งคำถามว่า สำคัญกว่าขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศหรือไม่ เมื่อกฎกติกาไม่ชัดเจน ผู้ได้เปรียบและเสียเปรียบย่อมเกิดขึ้น เป็นโลกหลายขั้ว ผลกระทบจึงตกอยู่ที่ประเทศเล็ก ๆ ว่าจะยืนอยู่ตรงจุดไหน

            ดร.ธีระพล ยังชี้ถึงความคืบหน้าของเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ที่น่าห่วงกังวล เพราะมีความคืบหน้าไปเพียง 17% จาก 100% ซึ่งหมายความถึง 83% ที่เหลือเป็นโจทย์ใหญ่ที่ต้อง “Move Forward Faster” หรือเร่งความเร็วในการขับเคลื่อนให้มากขึ้น

ความท้าทายต่อมาคือ Digitalization” และ Tech Divide” จากการแบ่งแยกที่ชัดเจนระหว่างคนและองค์กรที่ใช้เทคโนโลยีได้อย่างคล่องแคล่ว เช่น Chat GPT หรือ AI กับกลุ่มที่ตามไม่ทัน ซึ่งกลายเป็น “Technology Laggard” และถูกทิ้งห่างไปเรื่อย ๆ

“ลองนึกภาพ SMEs ในบ้านเราที่ใช้เครื่องจักรเก่า ๆ ไม่ได้ปรับตัวสู่ AI หรืออัตโนมัติ จะแข่งขันกับธุรกิจที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงได้อย่างไร หรืออย่างภาคเกษตรกรรมไทยที่ยังคงเป็นแบบดั้งเดิม ขณะที่ประเทศอื่นใช้เครื่องจักรอัตโนมัติ มี AI วิเคราะห์พันธุกรรม ใช้โดรนพ่นยา และที่น่าวิตกที่สุดคือ หากประเทศไทยไม่สามารถเป็น ‘Tech Driven Country’ ได้ เราจะต้องนำข้าวกี่ลำเรือเพื่อแลกกับชิปเซตเพียงไม่กี่ชิ้น นี่ไม่ใช่เรื่องไม่ไกลตัว แต่เป็นเรื่องการอยู่รอดทางเศรษฐกิจ” และเรื่องใกล้ตัวที่สุดอย่าง “ภาวะโลกร้อน” หรือ “วิกฤตโลกเดือด” อุณหภูมิที่เพิ่มขึ้น 1.5 องศาเซลเซียส ซึ่งเคยคาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคตอันไกล กลับเกิดขึ้นแล้วในวันนี้ ผลกระทบที่เห็นได้อย่างชัดเจนคือ ปะการังฟอกขาวกว่า 90% นอกจากนี้ อุณหภูมิที่เปลี่ยนไปกำลังปลุกแบคทีเรียและไวรัสอีกนับพันล้านชนิดให้ตื่นขึ้นมา

“นี่คือความท้าทายที่เราจะต้องรับมือกับโรคระบาดและอื่น ๆ อีกมาก เป้าหมาย Net Zero หรือการลดการปล่อยก๊าซเรือกระจกสุทธิเป็นศูนย์จึงไม่ใช่เรื่องของอนาคต แต่เป็นเรื่องใกล้ตัวที่ต้องให้ความสำคัญอย่างมาก”

สุดท้ายคือ Talent War” ประเทศไทยกำลังเผชิญกับภาวะที่คล้ายคลึงกับประเทศพัฒนาแล้ว คือมีประชากรน้อยและเข้าสู่สังคมสูงวัย แต่ประชากรที่เกิดขึ้นใหม่ที่มีจำนวนน้อยมากถือเป็นอีกหนึ่งความท้าทายและความเสี่ยงที่สำคัญ ดังนั้น คำว่าทรัพยากรไม่ได้หมายถึงเพียงแค่สินแร่หรือน้ำมันอีกต่อไป แต่เป็น “ทรัพยากรมนุษย์” โดยเฉพาะบุคลากรในสาขาเทคโนโลยีเฉพาะทาง

ดร.ธีระพลชี้ว่า ประเทศไทยยังขาดแคลนคนเก่งเหล่านี้อย่างมาก ในขณะที่ทั่วโลกกำลังแข่งขันกันดึงดูด Talent เข้าประเทศเพื่อสร้าง Ecosystem ที่จะขับเคลื่อนอุตสาหกรรมใหม่ ๆ คนเก่งย่อมไหลไปสู่ที่ที่มีโอกาส การสร้างคนจากในประเทศอาจไม่ทันการณ์ การดึงดูดผู้เชี่ยวชาญระดับโลกเข้ามาจึงเป็นอีกหนึ่งทางออกที่ต้องพิจารณาอย่างจริงจัง

“3 Big Goals” เป้าหมายหลักด้านความยั่งยืนของ CP ที่เป็นมากกว่าแค่เป้าหมาย

ท่ามกลางความท้าทายที่ ดร.ธีระพล ชี้ให้เห็นนั้น เครือเจริญโภคภัณฑ์ได้กำหนด 3 Big Goals” ที่เป็นหัวใจของยุทธศาสตร์ความยั่งยืน ซึ่งครอบคลุมทั้งมิติเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยมีแนวคิดหลักที่ “คุณธนินท์ เจียรวนนท์” ประธานอาวุโส “คุณสุภกิต เจียรวนนท์” ประธานกรรมการ และ “คุณศุภชัย เจียรวนนท์” ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ ได้กำหนดไว้ คือการทำธุรกิจที่ดีต้องทำเพื่อสังคมด้วย และต้องมีธรรมาภิบาลที่แข็งแกร่ง

ดร.ธีระพล อธิบายถึง 4 เสาหลักของธรรมาภิบาล ได้แก่ การมีคุณธรรมความเมตตา การนำเสนอสินค้าและบริการที่มีคุณภาพ บุคลากรที่มีจิตใจดี และการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญก่อนที่จะลงลึกไปใน 3 แกนหลักของความยั่งยืน ก็คือ Heart, Health, Home”

ทั้ง 3 แกนหลัก วางอยู่บนรากฐาน 4 ประการ ได้แก่  Law and Regulation” ทุกการดำเนินธุรกิจใน 23 ประเทศ และเขตเศรษฐกิจทั่วโลกของเครือเจริญโภคภัณฑ์ ต้องถูกต้องตามกฎหมายของประเทศนั้น ๆ “The Ten Principles of the UN Global Compact” กับ 17 SDGs” ยึดมั่นในหลักการและเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ “เศรษฐกิจพอเพียง” การบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างมีสติ สุดท้ายเป็นเรื่องของการจัดการคุณภาพระบบ CP Excellent” ในแบบเครือเจริญโภคภัณฑ์

จาก 15 เป้าหมายภายใต้ 3 แกนหลัก ดร.ธีระพลเน้นย้ำถึง 3 เป้าหมาย “3 Big Goals” ที่เครือเจริญโภคภัณฑ์เล็งเห็นว่าเป็นวิกฤตที่ต้องระดมสรรพกำลังทั้งหมดมาทำ ดังนี้

“Net Zero” การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2050 ที่ไม่ใช่เพียงตั้งเป้าหมายปลายทาง แต่ต้องมีแผนลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทุกปีตามหลัก Science Based Target ที่ได้รับการรับรอง ซึ่งเครือเจริญโภคภัณฑ์ได้ริเริ่มโครงการมากมาย เช่น การติดตั้งโซลาร์เซลล์บนอาคารเกือบทุกแห่ง ผ่านบริษัท Altervim

รวมถึงการใช้ AI เข้ามาบริหารจัดการพลังงานให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีการนำเทคโนโลยีชีวมวล (Biomass) และก๊าซชีวภาพ (Biogas) จากเศษวัตถุดิบทางการเกษตรหรือมูลสัตว์มาผลิตพลังงาน

“Zero Waste” การลดประมาณของเสียที่ถูกนำไปฝังกลบเป็นให้เป็นศูนย์ ในฐานะธุรกิจค้าปลีก ของเสียจำนวนมหาศาลโดยเฉพาะไมโครพลาสติกเป็นความท้าทายสำคัญ แม้ว่าพลาสติก 94% จะรีไซเคิลได้ แต่โจทย์ใหญ่คือจะเก็บกลับมาได้อย่างไรในเมื่อระบบการจัดการของเสียของประเทศยังมีข้อจำกัด และจิตสำนึกของประชาชนยังไม่ไปถึงจุดนั้น จึงต้องพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อจัดการของเสียตั้งแต่ต้นทาง เช่น การเตรียมทำตู้ Refill ช่วยลดการใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติกตั้งแต่ต้น

การลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมผ่านการศึกษา “Education” ด้วยศักยภาพของบริษัทในเครืออย่างทรู คอร์ปอเรชั่น และมีสื่อหลากหลายช่องทาง การศึกษาจึงเป็นอีกหนึ่ง Big Goal ที่เครือเจริญโภคภัณฑ์มุ่งเน้น

ในยุคปัจจุบันที่มี AI และการที่คนเข้าถึงอินเทอร์เน็ต เราสามารถส่งมอบค่านิยมที่ดีและความรู้สู่สังคม โดยมีเป้าหมายที่จะทำให้เด็กไทยเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพมากขึ้น ผ่านโครงการด้านการศึกษามากมาย ไม่ว่าจะเป็น Connext ED และ ทรูปลูกปัญญา เป็นการเรียนรู้ออนไลน์และทดลองสอบโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย”

ดร.ธีระพลย้ำอีกว่า Goals ที่สำคัญที่สุดใน SDGs คือ ข้อที่ 17 หรือ SDG 17 พันธกิจที่ว่าคุณทำคนเดียวไม่ได้ คุณต้องช่วยกันทำ การผนึกกำลังจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน หรือภาคประชาสังคม จึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะนำพาไปสู่ความสำเร็จของความยั่งยืนได้

ความยั่งยืนไม่ใช่เพียง “เทรนด์” แต่คือการมีชีวิตอยู่รอด

            ความยั่งยืนไม่ได้เป็น CSR เรื่องของสังคมสิ่งแวดล้อมอย่างเดียว อยากให้มองว่า ความยั่งยืนคือการมีชีวิตอยู่รอดได้ เพราะไม่ว่าจะเจอความเปลี่ยนแปลงอย่างไรก็ตาม องค์กรหรือคนก็ยังอยู่รอดได้ วันนี้มีองค์กรที่เราเคยเห็นเป็นอันดับ 1 2 3 อยู่ดี ๆ ก็ล้มหายตายจากไป แปลว่าบริษัทที่ไม่สามารถจะยืนพื้นผ่านความเปลี่ยนแปลงน้อยลงไปเรื่อย ๆ” ดร.ธีระพล ย้ำด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

            ในยุคที่กำไรเพียงอย่างเดียวไม่สามารถทำให้ธุรกิจไปต่อได้อีกแล้ว เพราะกำไรอย่างเดียวเป็นกำไรระยะสั้น วันนี้คนตั้งคำถามมากขึ้นว่าองค์กรนั้น ๆ สร้างคุณค่าอะไรให้กับคนอื่นบ้าง คนรุ่นใหม่หรือคนเก่ง ๆ ต่างมองหาองค์กรที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม มีความคาดหวังสูงตามขนาดขององค์กร และในฐานะผู้นำองค์กรนั้นจะต้อง “Lead the Change” เป็นตัวอย่างของผู้นำที่ทำมากกว่าเพียงสิ่งที่กฎหมายกำหนด

            ดร.ธีระพล ยกตัวอย่างปัญหาฝุ่น PM 2.5 ที่เคยมีการกระแสรณรงค์ไม่ตัดไม้ทำลายป่า แต่วันนี้ฝุ่นมาเคาะประตูหน้าบ้านทุกคน เครื่องกรองอากาศจึงกลายเป็นของใช้ปกติ ปัญหา Fake News และการหลอกลวงบนอินเทอร์เน็ตเข้ามาถึงคนในครอบครัวแล้ว เรื่องของความยั่งยืนจึงไม่ต้องพูดให้เป็นภาพลักษณ์หรือในเชิง CSR หมายความถึง เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ได้ “ฝังรากลึก” เข้ามาในชีวิตประจำวันของผู้คนอย่างแยกไม่ออก

            เรากำลังเผชิญปัญหาน้ำกำลังขึ้นแถวสมุทรสาคร กรุงเทพฯ แล้วเราจะอยู่อย่างไรใน 3 ปี 5 ปี เหล่านี้ไม่ใช่กระแสหรือภาพลักษณ์ นี่คือชีวิตจริง น้ำจะท่วมบ้านเราอยู่แล้ว จากปัญหาภัยธรรมชาติอย่าง Rain Bomb เอลนีโญสลับกับลานีญา ที่เกษตรกรต้องเผชิญ ไปจนถึงน้ำท่วมใหญ่ที่เคยสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจมหาศาล และทำให้หลายบริษัทต้องย้ายฐานการผลิตเพื่อรับมือ หรือป้องกันความเสี่ยง ทั้งหมดนี้คือผลกระทบจากภาวะโลกร้อนที่เข้ามาเป็นเนื้อเดียวกับธุรกิจและเนื้อเดียวกับการทำงานของเราทุกคน”

            อย่างไรก็ตาม ความท้าทายหรือปัญหานั้นมาพร้อมโอกาส ดร.ธีระพล ชี้ให้เห็นถึง “Green Fund” หรือ “Green Financing” ที่เป็นแหล่งทุนขนาดใหญ่เพื่อสนับสนุนโครงการด้านความยั่งยืน เป็นโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำ หรือสร้างธุรกิจใหม่ ๆ ที่เข้ามาแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมและโลกร้อน เช่น นวัตกรรมโซลาร์เซลล์ประสิทธิภาพสูง สามารถรับแสงได้ดีขึ้น หรือการคิดค้นนวัตกรรมลดขยะ

            หากคนรุ่นใหม่ หรือ SMEs มองเห็นว่า ความสามารถในการช่วยแก้ปัญหาของโลกในวันนี้เป็นโอกาสทางธุรกิจ นั่นหมายถึงการสร้างงานใหม่ ๆ และการทรานส์ฟอร์มธุรกิจเดิมเพื่อมาตอบโจทย์ความท้าทาย

            ประธานคณะผู้บริหารด้านความยั่งยืนองค์กรและการพัฒนากลยุทธ์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ สรุปทิ้งท้ายว่า แม้ “ความยั่งยืน” จะเริ่มต้นจากศาสตร์วิชาการ แต่แท้จริงแล้ว ความยั่งยืนนั้นอยู่ในชีวิตของผู้คน เป็นสัญชาตญาณของการอยู่รอดที่แฝงอยู่ในชีวิตประจำวัน และเป็นหัวใจของเศรษฐกิจพอเพียง

และการรู้จักจัดการความเสี่ยง จนถึงการใช้ชีวิตที่เข้าใจคนรอบข้าง เพื่อให้ทุกชีวิตในระบบนิเวศก้าวไปข้างหน้าพร้อมกันได้ คือการอยู่รอดที่ยั่งยืนของโลกอย่างแท้จริง