“บี.กริม”ร่วมมือ“สยามพิวรรธน์” พัฒนาโครงการซื้อขายไฟฟ้าพลังงานสะอาด และติดโซลาร์รูฟท็อปสยามพารากอน
บี.กริม เพาเวอร์ ร่วมกับสยามพิวรรธน์ ลงนามบันทึกข้อตกลงขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด ศึกษาและพัฒนาโครงการซื้อขายไฟฟ้าสะอาดผ่านการใช้บริการระบบโครงข่ายไฟฟ้าให้แก่บุคคลที่สาม และติดตั้งโซลาร์ลูฟท็อปศูนย์การค้าสยามพารากอน
ดร. ฮาราลด์ ลิงค์ ประธานกรรมการ บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) กับ นางชฎาทิพ จูตระกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์ เพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด โดยตอกย้ำพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ผ่าน 2 โครงการหลัก ได้แก่ การลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) เพื่อศึกษาและพัฒนาโครงการซื้อขายไฟฟ้าสะอาดผ่านการใช้บริการระบบโครงข่ายไฟฟ้าให้แก่บุคคลที่สาม (Third Party Access: TPA) และการเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) โครงการพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar Rooftop) ศูนย์การค้าสยามพารากอน กำลังการผลิตติดตั้งรวม 800 กิโลวัตต์
ดร.ฮาราลด์ ลิงค์ กล่าวว่า ความร่วมมือระหว่าง บี.กริม เพาเวอร์ และ สยามพิวรรธน์ ในครั้งนี้ มุ่งศึกษาและพัฒนาระบบการซื้อขายไฟฟ้าผ่านเชื่อมต่อระบบโครงข่ายให้แก่บุคคลที่สาม โดยตั้งเป้ากำลังการผลิตตามสัญญารวมสูงสุดถึง 300 เมกะวัตต์ ถือเป็นการตอบรับยุคที่ความต้องการพลังงานสะอาดและการแข่งขันในตลาดไฟฟ้าทวีความสำคัญขึ้น โดยบทบาทของ บี.กริม เพาเวอร์ จะเป็นผู้จัดหาและนำเสนอโอกาสในการจัดหาไฟฟ้า รวมถึงโซลูชันด้านพลังงานที่เหมาะสมให้แก่สยามพิวรรธน์ ผ่านกลไก TPA เพื่อนำไปสู่การทำสัญญาในอนาคต นอกจากนี้ ทั้งสองหน่วยงานยังร่วมมือกันในโครงการเพื่อสังคมและความยั่งยืน (Social engagement and sustainability initiatives) เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

ด้านนางชฎาทิพ จูตระกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์ กล่าวว่าความร่วมมือครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการต่อยอดความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ของทั้งสองบริษัทชั้นนำ เพื่อเดินหน้าโครงการด้านพลังงานหมุนเวียนผ่าน Third Party Access (TPA) ของศูนย์การค้ากลุ่มสยามพิวรรธน์ และเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเป้าหมายด้านความยั่งยืนของการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ในขอบเขตที่ 1 และ 2 ภายในปี 2050
หลังจากเมื่อปีที่ผ่านมาติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปบนอาคารสยามพารากอน ผ่านสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) กับบริษัท บี.กริม เพาเวอร์ สมาร์ท โซลูชั่น จำกัด ครอบคลุมพื้นที่กว่า 4,600 ตร.ม. ได้สำเร็จ ซึ่งช่วยเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานสะอาด สะท้อนบทบาทของสยามพิวรรธน์ ในฐานะผู้นำการพัฒนาโครงการแลนด์มาร์กระดับโลกที่มุ่งบูรณาการแนวคิดความยั่งยืนไว้ในทุกกระบวนการดำเนินธุรกิจ เพื่อสร้างการเติบโตที่สมดุลและคุณค่าร่วมกันกับผู้คน ชุมชน สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจในระยะยาว”
ภายในงานยังได้เฉลิมฉลองการเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์กำลังการผลิตติดตั้งรวมประมาณ 800 กิโลวัตต์ อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2569 ซึ่งเป็นไปตามแผนงานที่กำหนดไว้ โดยเป็นความร่วมมือครั้งสำคัญระหว่าง บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ สมาร์ท โซลูชั่น จำกัด ภายใต้ บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) และบริษัท สยามพารากอน ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด ครอบคลุมการใช้ไฟฟ้าในพื้นที่ Paragon Hall ศูนย์การประชุมและศูนย์แสดงนิทรรศการระดับโลก Cinema Side ฝั่งโรงภาพยนตร์ (พารากอน ซีนีเพล็กซ์) และโครงการ NEXTOPIA เมืองต้นแบบแห่งโลกอนาคต แลนด์มาร์กสำคัญและต้นแบบแพลตฟอร์มด้านความยั่งยืนใจกลางกรุงเทพมหานคร ณ ศูนย์การค้าสยามพารากอน

นายนพเดช กรรณสูต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธุรกิจในประเทศไทย มาเลเซีย และโซลูชั่นธุรกิจอุตสาหกรรม บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การเปิด COD โครงการนี้ ได้ตอกย้ำความร่วมมือระหว่าง บี.กริม เพาเวอร์ กับ กลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์ ผู้พัฒนาและบริหารโครงการค้าปลีกและอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำระดับโลกในกรุงเทพมหานคร อาทิ สยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ สยามดิสคัฟเวอรี่ และไอคอนสยาม ซึ่งได้มีการลงนามความร่วมมือ (MOU) เมื่อปลายปี 2568 เพื่อขยายความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ในหลายมิติ อาทิ การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy) ด้วยการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (โซลาร์รูฟท็อป) ที่ศูนย์การค้าสยามพารากอน และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อยกระดับประสิทธิภาพการใช้พลังงาน เป็นต้น
สำหรับ สยามพารากอน ร่วมลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) ร่วมกับ บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ สมาร์ท โซลูชั่น จำกัด เพื่อพัฒนาโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ติดตั้งบนหลังคาของอาคารสยามพารากอน ซึ่งมีพื้นที่กว่า 4,600 ตารางเมตร ซึ่งคาดว่าจะเทียบเท่ากับการลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกสูงสุดประมาณ 532 ตันต่อปี โดยการเปิด COD โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาศูนย์การค้าสยามพารากอนในครั้งนี้ ช่วยพัฒนาธุรกิจพลังงานสะอาด รวมถึงเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียน สอดคล้องกับกลยุทธ์ GreenLeap – Global and Green ของ บี.กริม เพาเวอร์ เพื่อตอบโจทย์การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของโลกพลังงานและความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนไป ด้วยการจัดหาพลังงานที่มีเสถียรภาพ สามารถเข้าถึงได้และสร้างความยั่งยืนให้แก่อุตสาหกรรม เพื่อมุ่งสู่การเป็นผู้ผลิตพลังงานชั้นนำระดับโลก
นายนพเดช กล่าวเพิ่มเติมว่า บริษัทมุ่งมั่นที่จะขยายการลงทุนในโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนอย่างต่อเนื่องทั้งในประเทศและต่างประเทศ ตามวิสัยทัศน์องค์กร มุ่งสร้างพลังให้กับสังคมโลกด้วยความโอบอ้อมอารี (Empowering the World Compassionately) โดยตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนมากกว่า50% เพื่อลดผลกระทบจากความผันผวนของราคาก๊าซธรรมชาติในระยะยาว และสร้างพันธมิตรเพื่อต่อยอดและสร้างโอกาสทางธุรกิจ มุ่งสู่เป้าหมายกำลังผลิตไฟฟ้า 10,000 เมกะวัตต์ ในปีค.ศ. 2030 (ปี พ.ศ. 2573) และก้าวสู่เป้าหมายองค์กรที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ หรือ Net Zero ภายในปี ค.ศ. 2065 (ปี พ.ศ. 2608)