PwC เดินสู่องค์กร ‘ซีโร่คาร์บอน’ ชวนธุรกิจทำรายงานความยั่งยืน
PwC เดินหน้าสู่องค์กรที่ปล่อยแก๊สเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ พร้อมชวนบริษัทจดทะเบียนยกระดับมาตรฐานการจัดทำรายงานความยั่งยืนให้มากขึ้น
วิกฤตการณ์ด้านสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศถือเป็นปัญหาสำคัญเร่งด่วนที่โลกกำลังเผชิญ ในฐานะที่ PwC ประเทศไทย เป็นส่วนหนึ่งของสังคมที่สามารถช่วยให้ปัญหานี้เบาบางลงได้ จึงประกาศเดินหน้าสู่การเป็นองค์กรที่มีการปล่อยแก๊สเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (net zero commitment) ขานรับปณิธานของเครือข่าย PwC ทั่วโลก ที่ต้องการลดการปล่อยแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์จากการดำเนินงานและห่วงโซ่อุปทานให้เป็นศูนย์ภายในปี 2573
“ชาญชัย ชัยประสิทธิ์” ประธานกรรมการบริหาร บริษัท PwC ประเทศไทย กล่าวว่า PwC ประเทศไทย มีความมุ่งมั่นในการลดการปล่อยแก๊สเรือนกระจก (greenhouse gas (GHG) emissions) สุทธิเป็นศูนย์ในอีก 10 ปีข้างหน้า โดยจะลดการปล่อยแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ (carbon dioxide: CO2) จากการดำเนินงานและห่วงโซ่อุปทาน ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมภายในองค์กร สร้างจิตสำนึกรับผิดชอบต่อตัวเองและสังคมก่อนที่จะสายเกินแก้

“PwC ประเทศไทยมีเป้าหมายที่ชัดเจนสอดรับกับปณิธานของเครือข่าย PwC ทั่วโลก ที่ต้องการลดการปล่อยของเสีย โดยเมื่อเดือนกันยายน 2563 ที่ผ่านมา เครือข่าย PwC ระดับโลกได้ประกาศปณิธานในการปล่อยแก๊สเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2573 ด้วยการลดการปล่อยแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์จากการดำเนินงานและห่วงโซ่อุปทาน รวมทั้งสนับสนุนให้ลูกค้าและซัพพลายเออร์ร่วมกันลดผลกระทบที่มีต่อสภาพภูมิอากาศเช่นกัน โดยระยะแรก PwC ตั้งเป้าในลดการปล่อยแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ทั่วโลกลง 50% ภายใน 10 ปี และจะลดการปล่อยแก๊สส่วนที่เหลือให้เป็นศูนย์ผ่านการลงทุนในโครงการกำจัดคาร์บอนต่าง ๆ ในปี 2573”
สำหรับแนวทางที่ PwC ใช้มีด้วยกัน 3 แนวทาง คือ
- การลดการปล่อยแก๊สเรือนกระจก (เช่น หันมาใช้พลังงานทดแทน 100% ในสถานที่ทำการของ PwC ทั่วโลก ใช้พลังงานให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดภายในอาคารสำนักงาน ปรับเปลี่ยนรูปแบบการบริการลูกค้าเพื่อสร้างสมดุลระหว่างการทำงานทางไกลและการทำงานนอกสถานที่ และลดการเดินทางทางอากาศ)
- ทำงานร่วมกับลูกค้า (เช่น ยกระดับการรายงานข้อมูลที่ไม่ใช่ข้อมูลทางการเงิน เช่น รายงานความยั่งยืน และบรรจุความสำคัญของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและปัจจัยเรื่องของบรรษัทภิบาลเข้ากับงานของลูกค้า)
- ช่วยขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะผ่านการทำงานร่วมกับภาครัฐและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอื่น ๆ เพื่อนำไปสู่การปฏิรูปโครงสร้างทางเศรษฐกิจที่คำนึงถึงสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง
“ชาญชัย” กล่าวด้วยว่า ยังสนับสนุนและส่งเสริมให้ ภาคธุรกิจโดยเฉพาะอย่างยิ่งบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ควรยกระดับมาตรฐานการจัดทำรายงานความยั่งยืนให้มากขึ้น โดยต้องกำหนดเป้าหมายที่เป็นรูปธรรม มีกรอบแนวคิด และแผนการดำเนินงานที่ชัดเจน เป็นไปตามมาตรฐานสากล เพื่อให้สาธารณชนได้รับทราบและตระหนักถึงความสำคัญของการดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบ และคำนึงถึงสังคมและสิ่งแวดล้อมภายใต้หลักการของ ESG (environmental, social and governance)
“ผมเชื่อว่าเมื่อทุกภาคส่วนมีการวางแผนงานภายใต้หลัก ESG ที่ชัดเจนและสามารถนำไปปฏิบัติได้จริง จะยิ่งทำให้นักลงทุนและสาธารณชนเห็นว่า ธุรกิจไทยสามารถสร้างคุณค่าที่เป็นมากกว่าผลกำไร ให้เกิดขึ้นกับทั้งองค์กรและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอื่น ๆ ซึ่งนี่จะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยขับเคลื่อนให้ระบบเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมของบ้านเราเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว”
“ไพบูล ตันกูล” หุ้นส่วนและหัวหน้าสายงานความรับผิดชอบขององค์กร PwC ประเทศไทย กล่าวเสริมว่า PwC ประเทศไทย ดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับความรับผิดชอบต่อสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม ภายใต้กรอบเดียวกันของเครือข่าย PwC ทั่วโลกซึ่งประกอบไปด้วย การมีส่วนร่วมกับชุมชน (community engagement) การดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม (environmental stewardship) การดำเนินธุรกิจด้วยสำนึกรับผิดชอบ (responsible business) และการบริหารความหลากหลายและการมีส่วนร่วม (diversity and inclusion) ผ่านการส่งเสริมและปลูกฝังให้พนักงานเกิดสำนึกรับผิดชอบต่อสังคม โดยใช้ทักษะความรู้ ความเชี่ยวชาญ และความเป็นมืออาชีพ มาช่วยกันสร้างสรรค์กิจกรรมจิตอาสาเพื่อคืนประโยชน์สู่สังคม

“สำหรับปีงบ 2564 นอกเหนือจากโครงการสนับสนุนกิจกรรมลดการปล่อยแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์จากการดำเนินงานและห่วงโซ่อุปทานแล้ว PwC ประเทศไทย ยังมีแผนจัดกิจกรรมจิตอาสาอื่น ๆ อีกหลายโครงการ เช่น บันทึกความเข้าใจกับสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยและมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ภายใต้โครงการจิตอาสาความร่วมมือทางวิชาการเพื่อให้การช่วยเหลือวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) และเข้าร่วมเป็นพันธมิตรกับตลาดหลักทรัพย์ฯ เพื่อจัดหลักสูตรออนไลน์และออฟไลน์อบรมเชิงลึกที่เกี่ยวข้องกับบัญชีหรือเรื่องอื่น ๆ ให้แก่ธุรกิจเอสเอ็มอี รวมไปถึงจัดโครงการแห่งการเรียนรู้ การอยู่ร่วมกันของมนุษย์ ผืนป่า และสัตว์ป่า โดยจะจัดกิจกรรมจิตอาสาในการอนุรักษ์ผืนป่าและสัตว์ป่า (Support the Rangers, Save the Forest) ปีที่ 9 ร่วมกับเจ้าหน้าที่อุทยานและชาวบ้าน ณ เขตชุมชนและเขตอุทยานแห่งชาติกุยบุรี จังหวัด ประจวบคีรีขันธ์ ระหว่างวันที่ 30 ตุลาคม ถึง 1 พฤศจิกายนนี้