เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (11 ก.ย. 69) ปรับลง 2.18% อยู่ที่ 76,672 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (11 ก.ย. 69) ปรับลง 2.18% อยู่ที่ 76,672 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (11 ก.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (11 ก.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
นับถอยหลัง Gastech 2026 โลกถกพลังงานผันผวน-ไทยมุ่งคุมก๊าซ
Economic นับถอยหลัง Gastech 2026 โลกถกพลังงานผันผวน-ไทยมุ่งคุมก๊าซ
Wellness Economy เครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจตัวใหม่
Economic Wellness Economy เครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจตัวใหม่
มติสภาผ่าน พ.ร.บ. งบประมาณ 2570 จับตาแผนใช้งบกลาง 1.2 หมื่น ล. กระตุ้นเศรษฐกิจ
Politics มติสภาผ่าน พ.ร.บ. งบประมาณ 2570 จับตาแผนใช้งบกลาง 1.2 หมื่น ล. กระตุ้นเศรษฐกิจ
“โอสถสภา” ปั้นโมเดล Smart Factory สู้ตลาดฝืด
Business “โอสถสภา” ปั้นโมเดล Smart Factory สู้ตลาดฝืด
บอร์ด EV เคาะภาษีสรรพสามิตรถยนต์ 3 เทียร์ นำเข้าเก็บแพงสุดมากกว่า 10% ผลิตในประเทศ-Local Content สูงเรตต่ำสุด
Uncategorized บอร์ด EV เคาะภาษีสรรพสามิตรถยนต์ 3 เทียร์ นำเข้าเก็บแพงสุดมากกว่า 10% ผลิตในประเทศ-Local Content สูงเรตต่ำสุด
“เอกนัฏ” ระดมทีมงาน-เครื่องจักร ขุดสำรวจเพิ่มเติม 24 ชม. เร่งขยายผลทุกจุดเสี่ยงให้เร็วที่สุด
Economic “เอกนัฏ” ระดมทีมงาน-เครื่องจักร ขุดสำรวจเพิ่มเติม 24 ชม. เร่งขยายผลทุกจุดเสี่ยงให้เร็วที่สุด
รถไฟไม่รับ 4 เงื่อนไข บีบ CP รับเดินรถแอร์พอร์ดลิงก์ต่อ 1 ต.ค.นี้
Real Estate รถไฟไม่รับ 4 เงื่อนไข บีบ CP รับเดินรถแอร์พอร์ดลิงก์ต่อ 1 ต.ค.นี้
รามคำแหง 53 “จุดหมายใหม่” วัยรุ่น 3 จังหวัดชายแดนใต้
Columns รามคำแหง 53 “จุดหมายใหม่” วัยรุ่น 3 จังหวัดชายแดนใต้
ดูทั้งหมด

บริหาร “คน” ปี 2021 “PMAT” ดึง 10 ข้อนำองค์กรสู้โควิด

27 มี.ค. 2564 | 08:14น.
ดร.บวรนันท์ ทองกัลยา

สมาคมการจัดการงานบุคคลแห่งประเทศไทยหรือ PMAT (Personnel Management Association of Thailand) เผยผลสำรวจ HR Trend for The Next Normal 2021 ด้วยทำการสำรวจประเด็นด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์ที่องค์กรและผู้บริหารสูงสุดให้ความสำคัญ ระหว่างวันที่ 31 ธันวาคม 2563-20 มกราคม 2564 ผ่านช่องทางออนไลน์

มีผู้ตอบแบบสำรวจจำนวน 1,485 คน จาก 30 กว่ากลุ่มธุรกิจ ซึ่งกลุ่มธุรกิจที่ตอบเข้ามามากที่สุด 3 อันดับแรกได้แก่ กลุ่มการศึกษา (education) คิดเป็น 8.89% กลุ่มยานยนต์ (automotive) คิดเป็น 8.75% และกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม (food & beverage) คิดเป็น 8.55%

ทั้งนี้ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ คิดเป็น 45.53% อยู่ในกิจการขนาดกลาง และขนาดเล็ก มีจำนวนพนักงาน 101-1,000 คน

“ดร.บวรนันท์ ทองกัลยา” นายกสมาคมแห่งสมาคม PMAT กล่าวว่า 1 ใน 4 ของผู้ตอบแบบสำรวจคือ ซีอีโอเจ้าของธุรกิจ และผู้บริหารระดับสูงขององค์กร คิดเป็น 26.20% ของผู้ตอบแบบสอบถามทั้งหมด อีก 73.80% ประกอบด้วย พนักงานฝ่าย HR (human resource) ทุกกลุ่มงาน คิดเป็น 25.52% ผู้บริหารระดับกลาง คิดเป็น 21.68% และหัวหน้าฝ่าย/ผู้จัดการฝ่าย HR คิดเป็น 21.08%

“ผลสำรวจที่น่าสนใจพบว่าจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้หลายองค์กรมีแนวทาง หรือนโยบายให้พนักงานทำงานที่บ้าน (work from home-WFH) โดยองค์กรจำนวน 1 ใน 4 มีนโยบายให้พนักงาน 50-70% ของจำนวนพนักงานทั้งหมดทำงานในรูปแบบ WFH ส่วนองค์กรที่มีนโยบายให้ WFH มากกว่า 70% ของจำนวนพนักงานทั้งหมด คิดเป็น 12.26% และมีจำนวน 15.76% ไม่มีนโยบาย WFH”

ทั้งนี้ ประเด็นที่น่าสนใจคือองค์กรทุกขนาด ส่วนใหญ่เกิน 20% เลือกใช้นโยบายการทำงาน WFH โดยให้พนักงานร้อยละ 50-70% ทำงานอยู่บ้านเป็นการทำตามแนวทางเว้นระยะห่างทางสังคม (social distancing) ส่วนประเด็น 10 อันดับแรกที่องค์กร และผู้บริหารสูงสุดให้ความสำคัญในการบริหารคน ในปี 2021 ได้แก่

อันดับ 1 การพัฒนาทักษะของพนักงานทั้ง reskill, upskill และ new skill เพื่อให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง และสนับสนุนกลยุทธ์การดำเนินงานขององค์กร 70.27% โดยแนวทางเพื่อการบรรลุเป้าหมายในประเด็นนี้ ต้องเน้นสร้างวัฒนธรรมการเรียนรู้ เพื่อส่งเสริมให้พนักงานเป็น active learner หรือผู้ที่กระตือรือร้นในการเรียนรู้ ตระหนักรู้ว่าตัวเองไม่รู้อะไร และแสวงหาความรู้ได้ด้วยตัวเอง

รวมถึงนำเทคโนโลยีการเรียนรู้มาใช้ อาทิ เทคโนโลยีที่นำภาพเสมือน (augmented reality-AR) การจำลองสภาพแวดล้อมจริงให้เสมือนจริง (virtual reality-VR) และเทคนิคในรูปแบบของเกม เพื่อเป็นสิ่งที่ช่วยในการกระตุ้นและสร้างแรงจูงใจ (gamification) มาประยุกต์เพื่อสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ที่ผสมผสานความสนุกและควรมีระบบจัดการการเรียนการสอนออนไลน์ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต (learning management system-LMS) เพื่อการประเมินประสิทธิภาพการเรียนรู้รายบุคคล”

“ดร.บวรนันท์” กล่าวต่อว่า อันดับ 2 คือ การพัฒนาความสามารถของผู้นำทุกระดับขององค์กร (leadership at all level) เพื่อสร้างความพร้อมและขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง 59.87% โดยคำถามสำคัญที่องค์กรต้องตอบให้ได้เบื้องต้นคือ องค์กรของท่านมีผู้นำที่มีความพร้อมในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ขององค์กรกี่เปอร์เซ็นต์ ปัจจุบันองค์กรต้องการภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง (transformative leadership) องค์กรต้องสร้างผู้นำที่สามารถพัฒนาความสามารถคน สร้างศักยภาพคนทำงาน และทีมงานให้ได้

อันดับ 3 การสร้างความพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงของพนักงาน (change readiness) ต่อการเปลี่ยนแปลงขององค์กร 56.43% โดยการสร้างกระบวนการทางความคิดเพื่อให้เกิดการยอมรับอย่างเข้าใจ เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงเป็น
สิ่งแรกที่ต้องทำ นอกจากนั้น ต้องมีการสนับสนุนจากผู้บริหารระดับสูง และความร่วมมือจากผู้มีอิทธิพลหลักขององค์กร รวมถึงการสื่อสารเหตุผลความจำเป็นในการเปลี่ยนแปลงขององค์กรและเป้าหมายของการเปลี่ยนแปลง ถือเป็นปัจจัยที่ทำให้การเปลี่ยนแปลงมีแนวโน้มที่จะสำเร็จ

“ส่วนกลยุทธ์การจัดการการเปลี่ยนแปลง (change management tactics) ที่ควรศึกษาเพื่อนำมาใช้ เช่น ปรับบทบาทงานให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลง การปรับรูปแบบการประเมินผล การสื่อสารบนลงล่าง สร้างหน่วยงานต้นแบบ การประชุมแบ่งปันความรู้ การให้รางวัลและการยกย่อง และการทำ team building“

อันดับ 4 คือ การปรับโครงสร้างองค์กร (organization structure redesign) ให้เกิดความคล่องตัว 55.56% โดยต้องทำความเข้าใจกลยุทธ์ใหม่ขององค์กร และกำหนดกลุ่มงานที่จำเป็นสำหรับความสำเร็จขององค์กร ต้องกำหนดให้ชัดเจนว่า ความสามารถใดที่จำเป็นในการบรรลุเป้าหมาย เพื่อขับเคลื่อนกลยุทธ์ขององค์กร

จากนั้นจะต้องประเมินความพร้อมของพนักงานในปัจจุบัน เพื่อให้ทราบว่าความสามารถด้านใดที่เป็นช่องว่างในการออกแบบโครงสร้างองค์กร เพื่อปิดช่องว่างก็ต้องฝึกอบรมหรือการทำงานข้ามสายงาน และอีกประเด็นที่ขาดไม่ได้คือการกำหนดกระบวนการและวัฒนธรรมในการทำงาน โดยระบุให้ชัดเจนวัฒนธรรมการทำงานแบบใดที่จะช่วยให้กลยุทธ์ที่กำหนดขึ้นใหม่ทำงานได้

“ดร.บวรนันท์” กล่าวถึง อันดับ 5 คือ การพัฒนาทักษะด้านดิจิทัล และการใช้เทคโนโลยีช่วยในการทำงานของพนักงาน 51.25% ซึ่งเคล็ดลับในการกระตุ้นการเรียนรู้ และพัฒนาทักษะดิจิทัลของทีมงาน ทำได้โดยการสร้างกลุ่มย่อยเพื่อสนทนากันเกี่ยวกับแนวปฏิบัติที่ดี จัดให้มีกิจกรรมรายเดือนพูดคุยความคืบหน้า เกี่ยวกับการพัฒนาทักษะดิจิทัล จัดให้มีการถ่ายทอดความรู้ภายใน เช่น การมอบหมายความรับผิดชอบในการสอน ให้คำแนะนำแก่หัวหน้าทีม รวมถึงจัดการแข่งขันการพัฒนาทักษะแบบเป็นมิตร เพื่อกระตุ้นการเรียนรู้อีกทางหนึ่ง

อันดับ 6 การใช้กำลังพลอย่างมีเหตุผล (workforce rationalization) ใช้กำลังพลน้อย (lean manpower) และการควบคุมต้นทุนแรงงาน 46.26% ซึ่งแม้ว่าองค์กรหลายแห่งจะเผชิญกับปัจจัยลบ แต่มักจะเลือกรักษากำลังคนไว้อย่างสุดความสามารถ อย่างไรก็ตาม ในสถานการณ์เช่นนี้องค์กรต้องเรียนรู้กลยุทธ์การลดต้นทุนแรงงาน เช่น หยุดการจ้างงาน (hiring freeze หรือการลาออกไม่รับทดแทน)

รวมถึงการปรับโครงสร้างการทำงาน หยุดการขึ้นค่าจ้างและสิทธิประโยชน์ ยกเลิกกลุ่มสัญญาจ้างและกลุ่มชั่วคราว จัดให้มีโครงการเกษียณก่อนกำหนด การลาออกโดยสมัครใจ รวมไปถึงการลดชั่วโมงการทำงาน ลดค่าจ้างและสิทธิประโยชน์ และกำหนดช่วงเวลาที่พนักงานลาโดยไม่ได้รับค่าจ้าง

อันดับ 7 การพัฒนาความสามารถของพนักงานในทุกระดับขององค์กร (competency development at all level) 41.55% โดยแนวทางคือ ต้องเร่งทบทวน และกำหนดสมรรถนะตามบทบาทหน้าที่และความสามารถในงานที่ช่วยให้องค์กรประสบความสำเร็จ และต้องแสวงหาแนวทางในการประเมินความสามารถพนักงานทุกคนในองค์กร เพื่อให้สามารถเห็นภาพสถานการณ์กำลังพล (manpower landscape) ในปัจจุบันขององค์กร

“ขณะเดียวกัน ต้องสื่อสารและกระตุ้นให้พนักงานเกิดเป้าหมายการเรียนรู้ โดยสามารถใช้เครื่องมือ เช่น คู่มือการเรียนรู้ และแผนพัฒนาบุคลากรรายบุคคล (individual development plan-IDP) ให้พนักงานเห็นโอกาสในการเรียนรู้เพื่อพัฒนาความสามารถตนเอง และใช้ e-Learning, ยูทูบ หรือพอดแคสต์เข้ามาช่วย และเชื่อมโยงการเรียนรู้ของพนักงาน ทีมงานกับเป้าหมายสำคัญขององค์กร ซึ่งทำได้โดยใช้ design thinking ผ่านโครงการแฮกกาธอน (hackathon) หรือการเรียนรู้ของทีมผ่านวิธีการตั้งเป้าหมายเพื่อวัดผลความสำเร็จ (OKR)”

“ดร.บวรนันท์” กล่าวว่า อันดับ 8 คือ การเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมในการทำงานขององค์กร (culture change) เพื่อสนับสนุนการดำเนินธุรกิจขององค์กร 41.35% โดยแนะนำให้อ่านหนังสือ Who Killed Change : Solving the Mystery of Leading People through Change ที่เขียนโดย by Ken Blanchard, John Britt, Judd Hoekstra และ Pat Zigarmi ซึ่งเป็นหนังสือที่ว่าด้วยการจัดการการเปลี่ยนแปลงในแง่มุมต่าง ๆ และยังพูดถึงส่วนประกอบที่จำเป็นสำหรับการรักษาประสิทธิผลขององค์กรอย่างยั่งยืนเมื่อสิ่งต่าง ๆ ไม่เหมือนเคยอีกต่อไป

อันดับ 9 การออกแบบงานใหม่ (job redesign) ให้สอดคล้องกับทิศทางและรูปแบบธุรกิจในอนาคตขององค์กร 40.74% โดยแนวทางเพื่อการบรรลุเป้าหมายนี้สามารถดำเนินการด้วยวิธีการ ดังนี้

1.ทบทวนเนื้อหาของงานเพื่อพิจารณาความไม่สอดคล้องกันของงานกับคนทำงาน

2.วิเคราะห์ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับงาน ดำเนินการวิเคราะห์งาน กำหนดผลคาดหวังของงาน พิจารณาประเด็นอุปสรรคในการปฏิบัติงานที่ทำให้พนักงานไม่สามารถส่งมอบผลงานหรือผลลัพธ์ที่คาดหวังได้

3.ปรับเปลี่ยนองค์ประกอบของงาน เพื่อให้ทำงานได้ผลลัพธ์มากขึ้น โดยการแก้ไของค์ประกอบของงานทำได้หลายวิธี เช่น ลดความรับผิดชอบ เพิ่มความรับผิดชอบให้สูงขึ้นหรือเพิ่มหน้าที่อื่น ๆ

4.การปรับเปลี่ยนแปลงลักษณะงานและข้อมูลจำเพาะของงาน

และ 5.การจัดสรรงานหรือหน้าที่ใหม่ สื่อสารและสนับสนุนให้พนักงานมีแรงจูงใจในการทำงานในหน้าที่ใหม่

ส่วนอันดับสุดท้าย อันดับที่ 10 คือ การเพิ่มผลิตของพนักงานในปัจจุบันให้สูงสุด (productivity through people) 30.71% โดยต้องเพิ่มผลิตของพนักงานในปัจจุบันให้สูงสุด ซึ่งข้อพิจารณาก่อนการเพิ่มผลิตผล (productivity) 
ของพนักงาน แนะนำให้ทำเปรียบเทียบสมรรถนะธุรกิจในอุตสาหกรรมเดียวกัน (industry benchmarking) ตรวจสอบประสิทธิภาพของกำลังพลว่าเป็นอย่างไร ด้วยการวิเคราะห์ในประเด็นต่าง ๆ เช่น รายได้ต่อคน (revenue per headcount), กำไรต่อคน (profit per headcount), ผลผลิตต่อคน (production output per headcount), รายได้ต่อการทำงานเทียบเท่าเต็มเวลา (revenue per FTE), กำไรต่อการทำงานเทียบเท่าเต็มเวลา (profit per FTE) เป็นต้น

ส่วนแนวทางการเพิ่ม productivity ของพนักงาน สามารถนำเอาการหมุนเวียนงาน และการใช้เทคโนโลยีมาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานได้

นับเป็นผลสำรวจที่ทำให้เห็นแนวทางที่ผู้บริหารให้ความสำคัญในการบริหารคนเพื่อสู้กับความท้าทายใหม่ ๆ และการเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่น่าสนใจ