Rare Earth ขององค์กร ผู้นำต้องไม่ทำให้คนเก่งกลายเป็นก้อนกรวด
ดร.วิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ได้เปิดเผยมุมมองเกี่ยวกับความท้าทายที่แท้จริงของฝ่ายทรัพยากรบุคคลในองค์กรไทยบนเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยสื่อใจความว่า งานที่ท้าทายที่สุดของฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR) ในองค์กร ไม่ใช่การจัดการกับพนักงานที่เกียจคร้าน หรือขาดประสิทธิภาพอย่างที่หลายคนเข้าใจ แต่เป็นการจัดการและรักษาพนักงานกลุ่มหนึ่งที่มีศักยภาพสูงแต่มักถูกมองข้าม
นั่นคือพนักงานที่มีลักษณะขยันทุ่มเททำงาน กล้าที่จะแสดงความคิดเห็นที่แตกต่างอย่างตรงไปตรงมา และพร้อมที่จะอาสาทำงานใหม่ ๆ ที่ท้าทาย พนักงานกลุ่มนี้มีคุณค่าต่อการพัฒนาองค์กร แต่กลับเผชิญกับอุปสรรคในการทำงานและการเติบโตในสายงาน หากไม่ได้รับการจัดการที่เหมาะสม
ปัญหาหลักเกิดขึ้นเมื่อพนักงานที่มีคุณสมบัติเหล่านี้ต้องทำงานภายใต้การบังคับบัญชาของหัวหน้างานที่ไม่เปิดกว้างหรือมีใจแคบ ซึ่งส่งผลให้องค์กรสูญเสียโอกาสในการพัฒนาอย่างมาก
พนักงานเหล่านี้มักไม่เป็นที่ชื่นชอบของผู้บังคับบัญชา แม้จะมีความขยันและทุ่มเทมากเพียงใด แม้จะประสบความสำเร็จในการบุกเบิกงานใหม่ ๆ มากเพียงใด ก็มักถูกจับผิด ถูกตีกรอบด้วยข้อเสีย และถูกขัดขวางไม่ให้ได้รับการเลื่อนตำแหน่ง หรือพัฒนาในสายอาชีพ
สถานการณ์เช่นนี้สะท้อนถึงช่องว่างในการบริหารจัดการทรัพยากรบุคคลที่ฝ่าย HR ต้องเข้ามาแก้ไข
ผลกระทบจากการที่พนักงานกลุ่มนี้ไม่ได้รับการดูแลที่เหมาะสม มีความรุนแรงมากกว่าที่คิด เมื่อพนักงานคนอื่น ๆ ในองค์กรสังเกตเห็นว่าเพื่อนร่วมงานที่ทุ่มเทและกล้าแสดงความคิดเห็นได้รับการปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม พวกเขาจะเรียนรู้และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตนเองเพื่อความปลอดภัย
พวกเขาจะเลือกที่จะไม่คิดต่างจากหัวหน้า แม้จะรู้ว่าการตัดสินใจหรือทิศทางที่ผู้บังคับบัญชาเลือกอาจไม่ถูกต้องก็ตาม การทำตามคำสั่งอย่างเคร่งครัดโดยไม่ตั้งคำถามจึงกลายเป็นแนวทางที่ปลอดภัยที่สุด
พนักงานเหล่านี้จะทำงานตามที่ได้รับมอบหมายไปจนถึงเวลาเลิกงาน รอรับเงินเดือนทุกสิ้นเดือน และหลีกเลี่ยงการอาสาทำงานบุกเบิกหรืองานพิเศษใด ๆ
หากปัญหาเกิดขึ้นจากการทำงาน ก็จะเป็นความรับผิดชอบของผู้บังคับบัญชาที่จะต้องรับผลที่ตามมา
การที่พนักงานในองค์กรเห็นตัวอย่างของผู้ที่ขยันคิด ขยันทำ และกล้าเสนอความคิดเห็น แต่กลับไม่ได้รับการพัฒนาหรือเลื่อนตำแหน่ง จะทำให้เกิดการตอกย้ำพฤติกรรมการทำงานแบบไม่มีแรงจูงใจ
การทำงานไปวัน ๆ หรือ “เช้าช้อนเย็นช้อน” จะค่อย ๆ กลายเป็นวัฒนธรรมที่ฝังรากลึกในองค์กร สภาพแวดล้อมเช่นนี้จะค่อย ๆ พัฒนาไปสู่วัฒนธรรมของการประจบสอพลอ การยกย่องผู้บังคับบัญชาโดยไม่มีหลักการ
ไม่ว่าหัวหน้าจะตัดสินใจ หรือมุ่งหน้าไปในทิศทางใด พนักงานก็จะแสดงความเห็นด้วย และสนับสนุนอย่างไม่มีเงื่อนไข โดยไม่คำนึงถึงประโยชน์ที่
แท้จริงของงานหรือองค์กร
พนักงานที่มีลักษณะขยันทุ่มเท กล้าคิดต่าง และพร้อมอาสารับงานใหม่ควรได้รับการมองว่าเป็นทรัพยากรหายาก หรือ “Rare Earth” ขององค์กร แม้ว่าในมุมมองของผู้บริหารที่มีใจคับแคบจะมองไม่เห็นคุณค่าของพนักงานกลุ่มนี้
แต่หากพวกเขาได้มีโอกาสทำงานร่วมกับผู้บังคับบัญชาที่มีใจกว้าง เปิดโอกาสให้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และยินดีร่วมวางแผนงาน พนักงานเหล่านี้จะเปิดใจรับฟังและเรียนรู้อย่างแท้จริง เมื่อได้รับการพัฒนาจนเข้าใจแก่นแท้ของงานแล้ว พวกเขาจะทุ่มเททำงานให้กับองค์กรอย่างเต็มที่และเต็มใจ
นอกจากนี้ ในอนาคตพนักงานกลุ่มนี้ยังสามารถได้รับมอบหมายให้ไปสร้างทีมงานใหม่ หรือจัดตั้งทีมปฏิบัติการพิเศษเพื่อบุกเบิกงานสำคัญและโครงการท้าทายให้กับองค์กรได้อีกด้วย
ความรับผิดชอบของฝ่ายทรัพยากรบุคคลจึงมีความกว้างไกลกว่าการสรรหา การฝึกอบรม หรือการบริหารค่าตอบแทน แต่ครอบคลุมถึงการสร้างระบบและวัฒนธรรมองค์กรที่ส่งเสริมให้พนักงานที่มีศักยภาพสูงสามารถทำงานได้อย่างเต็มความสามารถ
การพัฒนาผู้บริหารระดับกลางให้มีทักษะการบริหารคนที่เปิดกว้าง พร้อมรับฟังความคิดเห็นที่หลากหลาย และสามารถแยกแยะระหว่างการท้าทายเชิงสร้างสรรค์กับการต่อต้านที่ไม่สร้างสรรค์ จึงเป็นภารกิจสำคัญที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคลต้องให้ความสำคัญและดำเนินการอย่างจริงจัง
องค์กรที่มองพนักงานที่กล้าคิดกล้าแสดงออกเป็นภัยคุกคามหรือปัญหา จะไม่สามารถดึงดูดหรือรักษาทรัพยากรบุคคลที่มีคุณภาพสูงเหล่านี้ไว้ได้ เมื่อเวลาผ่านไปองค์กรเหล่านี้จะเต็มไปด้วยพนักงานที่ทำงานไปวัน ๆ โดยไม่สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับองค์กร ไม่มีนวัตกรรม ไม่มีการพัฒนา และไม่มีแรงขับเคลื่อนที่จะนำพาองค์กรไปข้างหน้า
พนักงานเหล่านี้เปรียบเสมือน “ก้อนกรวดและกองทราย” ที่มีอยู่จำนวนมาก แต่ไม่ได้สร้างคุณค่าที่แท้จริงให้กับองค์กร
กล่าวคือการสร้างสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมให้พนักงานกล้าคิด กล้าทำ และกล้าแสดงความคิดเห็นที่สร้างสรรค์ ไม่ได้เป็นหน้าที่ของฝ่ายทรัพยากรบุคคลเพียงฝ่ายเดียว แต่เป็นความรับผิดชอบร่วมกันของผู้บริหารทุกระดับในองค์กร
การลงทุนในการพัฒนาวัฒนธรรมองค์กรที่เปิดกว้าง ยอมรับความหลากหลายทางความคิด และให้คุณค่ากับพนักงานที่กล้าท้าทายความคิดเดิม ๆ เป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้องค์กรสามารถแข่งขันและเติบโตได้อย่างยั่งยืนในสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
ฝ่ายทรัพยากรบุคคลจึงต้องมีบทบาทในการผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงนี้ ตั้งแต่การออกแบบนโยบาย ระบบประเมินผล ไปจนถึงการสร้างกลไกที่คุ้มครอง และส่งเสริมพนักงานที่มีความกล้าคิดกล้าทำเหล่านี้ให้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
“องค์กรที่มองพนักงานที่คิดต่างเป็นศัตรู จะไม่มีทางที่จะเจอ Rare Earth ได้เลย นานวันเข้าองค์กรก็จะเต็มไปด้วยก้อนกรวดและกองทราย”