200 ล้าน คือรายได้ BNK48 Election การเลือกตั้งที่คนอยากออกเสียงต้องซื้อสิทธิ

BNK48 ไอดอลกรุ๊ปชื่อดัง เพิ่งจัดงานคอนเสิร์ตประกาศผลเลือกตั้ง “BNK48 6th SINGLE SENBATSU GENERAL ELECTION” เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ที่อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี ซึ่งผลการเลือกตั้งก็ไม่ผิดคาด เฌอปราง อารีย์กุล กัปตันวงที่คะแนนนิยมนำมาตลอดเป็นผู้ได้รับคะแนนโหวตสูงสุด ได้นั่งบัลลังก์ “เซ็นเตอร์” ซึ่งเป็นตำแหน่งเด่นที่สุด ส่วนอันดับอื่น ๆ ถือว่าพลิกโผไปเยอะทีเดียว

เกี่ยวเนื่องกับการเลือกตั้งครั้งนี้มี 2 ประเด็นที่น่าสนใจและน่าพูดถึง ประเด็นแรกเป็นดราม่าใหญ่โตทางโซเชียลมีเดีย คือ ประเด็นที่สมาชิกคนหนึ่งของ BNK48 สวมเสื้อที่มีลายเครื่องหมายสวัสติกะของพรรคนาซี เยอรมัน ซึ่งเคยก่อเหตุฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวโลกครั้งใหญ่ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ความผิดพลาดของสมาชิก BNK48 รายนี้ ก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ตามมาอย่างมาก แม้กระทั่งสถานทูตอิสราเอลยังโดดเข้าร่วมวงด้วย

ประเด็นที่สอง เป็นประเด็นหลักที่จะกล่าวถึงก็คือ รายได้ที่บริษัทต้นสังกัดได้จากการจัดการเลือกตั้งครั้งนี้ เป็นเงินอย่างน้อย 200 ล้านบาท !

ก่อนจะเข้ารายละเอียดเรื่องรายได้จากการจัดเลือกตั้ง ต้องขอให้ข้อมูลเท้าความก่อนว่า แฟรนไชส์ไอดอล 48Group จากญี่ปุ่น ซึ่งมีต้นแบบคือ AKB48 เป็นกลุ่มไอดอลที่คัดเลือกเด็กสาวจำนวนหลายสิบคนมาเข้าเป็นสมาชิกวง แต่ในการออกเพลงใหม่แต่ละซิงเกิล จะมีคนที่ถูกคัดเลือกให้ร้องและเป็นนักแสดงหลักเพียง 16 คน เรียกว่า “เซ็มบัตสึ” ดังนั้นจากจำนวนทั้งหมดหลายสิบคน จึงต้องมีการคัดเลือกให้เหลือเพียง 16 คน เหมือนเวลาที่โค้ชจะส่งรายชื่อนักกีฬาตัวจริงลงแข่งขันแต่ละแมตช์

เริ่มแรกทีมโปรดิวเซอร์ ผู้บริหารค่าย ก็มีเกณฑ์ในการคัดเลือกของตัวเอง แต่พอทำไปสักพัก แฟนเพลงจำนวนมากแสดงความเห็นไม่พอใจว่า ทำไมคนนั้นไม่ได้รับเลือกซะที ทำไมคนนี้ได้รับเลือกซ้ำ ๆ อยู่ได้

จากกระแสเรียกร้องของแฟน ๆ ที่ต่างก็อยากให้คนที่ตัวเองชอบได้ติด 16 ตัวจริง ทางค่ายจึงปิ๊งไอเดียหาเงิน โดยจัดการเลือกตั้ง “Senbatsu Election” ขึ้นครั้งแรกในปี 2009

ระบบการเลือกตั้งนี้ ผู้ที่อยากลงคะแนนจะต้องมีบัตรเลือกตั้งที่แถมมากับการซื้อซีดีและสินค้าอื่น ๆ ตามที่บริษัทกำหนด ไม่ได้จำกัดจำนวนสิทธิต่อคน ใครอยากออกเสียงมาก มีเงินทุ่มซื้อมาก ก็ได้สิทธิมาก ระบบการเลือกตั้งนี้จึงทำรายได้ให้บริษัทต้นสังกัดครั้งละมหาศาล

สำหรับ BNK48 ที่เป็นแฟรนไชส์หนึ่งของ 48Group เพิ่งได้นำระบบการเลือกตั้งเข้ามาใช้ครั้งแรก เป็นการเลือกตั้งเพื่อหาตัวจริงในการทำซิงเกิลที่ 6 บัตรลงคะแนนเลือกตั้ง BNK48 มีที่มาจาก 2 ทาง คือ 1.ซีดีลิมิเต็ดเอดิชั่น ราคาแผ่นละ 350 บาท จำนวน 3 แสนแผ่น 2.มิวสิกการ์ดเอดิชั่น ราคา 200 บาท ไม่จำกัดจำนวน

สรุปคะแนนการเลือกตั้ง BNK48 ที่มีการเปิดเผยเพียง 32 อันดับ (แต่ทั้งหมดมี 51 คน รวมสมาชิกใหม่ เจเนอเรชั่นที่ 2) มีทั้งหมด 762,747 คะแนน

จากจำนวนนี้ 300,000 คะแนนที่มาจากซีดีลิมิเต็ดเอดิชั่นราคา 350 บาท ทำรายได้ 105 ล้านบาท ส่วนที่เหลือ 462,747 คะแนนที่มาจากมิวสิกการ์ดเอดิชั่น ราคา 200 บาท เป็นรายได้ 92.549 ล้านบาท รวมเป็นเงิน 197,549,400 บาท และถ้ารวมคะแนนอันดับ 33-51 น่าจะทะลุ 200 ล้านบาทจำนวนเงิน 200 ล้านบาท คือตัวเลขขั้นต่ำที่บริษัท บีเอ็นเค48 ออฟฟิศ ได้รับจากการจัดการเลือกตั้งครั้งนี้ ยังไม่รวมเงินค่าบัตรเข้าชมงานประกาศผลรางวัล และเงินจากผู้สนับสนุน ซึ่งน่าจะหลายสิบล้านบาท

ระบบการเลือกตั้งที่ 48Group นำเข้ามาใช้ในธุรกิจบันเทิงนี้ เป็นการเห็นช่องเห็นโอกาสทางธุรกิจที่น่าสนใจมาก ๆ จากความไม่พอใจของแฟน ๆ กลายมาเป็นระบบที่สร้างรายได้ให้กับค่ายมหาศาล ลองคำนวณว่าถ้าใน 1 ปี มีการออกซิงเกิลใหม่ 2-3 ซิงเกิล บริษัทต้นสังกัดของ BNK48 ก็จะได้รับทรัพย์เฉพาะจากการเลือกตั้งประมาณปีละ 600 ล้านบาทเลยทีเดียว

นอกจากสร้างรายได้แล้ว ระบบนี้ยังทำให้แฟน ๆ ยอมรับรายชื่อเซ็มบัตสึ ที่ได้มาจากการเลือกตั้งด้วย แม้ว่าจะไม่ใช่หนึ่งสิทธิหนึ่งเสียง เหมือนการเลือกตั้งทางการเมือง แต่ด้วยกฎกติกาที่ทุกคนยอมรับร่วมกันตั้งแต่แรก ก็ทำให้ไม่มีข้อโต้แย้งใด ๆ

สำหรับ 16 สาวที่ได้รับคะแนนเลือกตั้งสูงสุดและได้เป็นตัวจริงในการออกซิงเกิลที่ 6 ออกมาให้แฟน ๆ ได้ฟัง ประกอบด้วย 1.เฌอปราง 2.เจนนิส 3.มิวสิค 4.โมบายล์ 5.เจน 6.อร 7.เนย 8.แก้ว 9.ปัญ 10.น้ำหนึ่ง 11.ตาหวาน 12.ปูเป้ 13.วี 14.แนทเธอรีน 15.ไข่มุก 16.มายด์

Previous article“จีน” ใช้ไฟฟ้าสูงที่สุดในรอบ 6 ปี คาดจากการใช้พลังงานในอุตสาหกรรมผลิต-ภาคบริการ
Next articleโฆษกคลังปฏิเสธแจกเงิน 3,000 บาทชี้เป็นข่าวเก่า