“มิว นิษฐา” เซย์เยส หลัง “ไฮโซเซนต์” คุกเข่า ขอแต่งงาน พร้อมส่องโปรไฟล์ว่าที่เจ้าบ่าว

16 ก.ค. 62 ทำเอาหลายคนช๊อคไปตามๆ กัน เมื่อนักแสดงสาวหน้าสวย มิว-นิษฐา จิรยั่งยืน ได้โพสต์ภาพและข้อความผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว mewnittha กำลังสวมกอดหลังแฟนหนุ่มนักธุรกิจ “ไฮโซเซนต์-ธราภุช คูหาเปรมกิจ” หลังทำเซอร์ไพรส์คุกเข่าขอแต่งงาน เป็นใบหน้าเต็มไปด้วยความสุข ท่ามกลางบรรยากาศสุดโรแมนติกที่รายล้อมไปด้วยลูกโป่งสีขาว-ชมพูหลากหลายรูปแบบ ในร้านอาหารหรู ประเทศอังกฤษ

พร้อมระบุ “It’s quite fast but I said ‘YES YES YES’ 💍 hehehe @saint_tk ❤️ #รูปคู่​มาเเล้วววค่ะ😊” โดยแปลเป็นไทยได้ว่า มันค่อนข้างเร็ว แต่ก็ตกลง

View this post on Instagram

It's quite fast but I said 'YES YES YES' 💍 hehehe @saint_tk ❤️ #รูปคู่​มาเเล้วววค่ะ😊

A post shared by Mewnittha (@mewnittha) on

หลังจากนั้นมีเพื่อนๆ นักแสดงและคนในวงการบันเทิง เข้ามาร่วมยินดี ไม่ว่าจะเป็น แต้วณฐพร,มิ้นท์ชาลิดา ,เต้ยจรินทร์พร,มาร์กี้ ราศรี,เจมส์จิรายุ,อาเล็กธีรเดช,คิมเบอร์ลี่,พลอย เฌอมาลย์ และอีกมากมาย

โดย มิว นิษฐาและ ไฮโซเซนต์ เริ่มคบหากันในช่วงเดือนกรกฎาคม 2561 ระยะเวลา 1 ปี ซึ่งทั้งคู่ไม่ค่อยมีภาพหวาน ออกสื่อให้ได้เห็นมากนัก ซึ่งภาพดังกล่าวนับเป็นภาพคู่ภาพแรกบนอินสตาแกรมส่วนตัวของเธอ

ซึ่งประวัติของไฮโซเซนต์ นั้น ปัจจุบันอายุ 34 ปี เป็นทายาทหมื่นล้านของ  หนึ่งในตระกูลที่ค้าขายทองคำแท่งมาอย่างยาวนาน และไฮโซเซนต์นั้น ยังเป็นน้องชายแท้ๆ ของ ไฮโซฮิม-อิสริยะ คูหาเปรมกิจ อดีตแฟนหนุ่มของนางเอกสาว บี-น้ำทิพย์ จงรัชตวิบูลย์ ด้วย

ด้านการศึกษา ไฮโซเซนต์ สำเร็จการศึกษาระดับไฮสคูลที่ประเทศสิงคโปร์ ไฮโซเซนต์มีความสนใจด้านเศรษฐกิจและการลงทุนมาตั้งแต่เด็ก หลังจบไฮสคูลและต่อปริญญาตรีที่บอสตัน ได้ศึกษาปริญญาโทต่อ และสามารถคว้าปริญญาโทได้ 2 ใบ ได้แก่ Cass Business School, London in Master of Science in Investment Management และ Sasin Business school, MBA in Finance and Management Strategy

ปัจจุบัน ไฮโซเซนต์ ดำรงตำแหน่งกรรมการ และรองกรรมการผู้จัดการ บริษัท โกลเบล็ก โฮลดิ้ง แมนเนจเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็น โฮลดิ้ง คอมพานี

Previous articleรมต.เศรษฐกิจเครื่องร้อน “สนธิรัตน์” ถกแก้แผน PDP “จุรินทร์” ฟิตฟื้นส่งออกติดลบ 18 ก.ค.ดีเดย์
Next article“ซีไอเอ็มบีไทย” กำไรสุทธิ 6 เดือนแรก 429.9 ล้านบาท หนี้เสียภาคธุรกิจ-รายย่อยดันเอ็นพีแอลพุ่งแตะ 4.5%