เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดันเชียงใหม่ “Wellness Destination” ชู ภูมิปัญญาล้านนา-นวัตกรรมสุขภาพ
เศรษฐกิจภูมิภาค ดันเชียงใหม่ “Wellness Destination” ชู ภูมิปัญญาล้านนา-นวัตกรรมสุขภาพ
SJWD ผนึกกรุงไทยเปิดจองหุ้นกู้ดิจิทัล SJWD ชูดอกเบี้ย 2.95-3.20%
Finance SJWD ผนึกกรุงไทยเปิดจองหุ้นกู้ดิจิทัล SJWD ชูดอกเบี้ย 2.95-3.20%
ก.พลังงาน เปิด 4 เกณฑ์คุมไฟ Data Center แยกอัตราเฉพาะ
Politics ก.พลังงาน เปิด 4 เกณฑ์คุมไฟ Data Center แยกอัตราเฉพาะ
การตลาดอินฟลู 2026 TikTok ครองแชมป์แพลตฟอร์มยอดนิยม LGBTQ+ ขึ้นแท่นกลุ่มอิทธิพลสูง
Tech การตลาดอินฟลู 2026 TikTok ครองแชมป์แพลตฟอร์มยอดนิยม LGBTQ+ ขึ้นแท่นกลุ่มอิทธิพลสูง
หุ้นไทยเข้าโซนระวัง! 58% หลุดเส้นสำคัญ โบรกฯแนะเก็บ 6 หุ้นแกร่งสวนตลาด
Finance หุ้นไทยเข้าโซนระวัง! 58% หลุดเส้นสำคัญ โบรกฯแนะเก็บ 6 หุ้นแกร่งสวนตลาด
ทำไมประเทศไทย ขึ้นแท่นฮับดาต้าเซ็นเตอร์แห่งใหม่ ในเอเชียแปซิฟิก
Economic ทำไมประเทศไทย ขึ้นแท่นฮับดาต้าเซ็นเตอร์แห่งใหม่ ในเอเชียแปซิฟิก
ราคาทองวันนี้ (4 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 600 บาท รูปพรรณขายออก 70,550 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (4 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 600 บาท รูปพรรณขายออก 70,550 บาท
รัฐบาลผุดรายการ ‘คุยกับ ครม.อนุทิน’ จัดคิวให้รัฐมนตรีแจงมุมคิด-นโยบายตรง
Politics รัฐบาลผุดรายการ ‘คุยกับ ครม.อนุทิน’ จัดคิวให้รัฐมนตรีแจงมุมคิด-นโยบายตรง
อนุทิน ชี้ ‘เอกนิติ-ศุภจี’ ทำงานได้อยู่ ยังไม่ตั้ง ‘รัฐมนตรีช่วย’ คลัง-พาณิชย์
Finance อนุทิน ชี้ ‘เอกนิติ-ศุภจี’ ทำงานได้อยู่ ยังไม่ตั้ง ‘รัฐมนตรีช่วย’ คลัง-พาณิชย์
นายกฯ สั่งคุมเข้ม Data Center ยันไม่กระทบความมั่นใจนักลงทุน
Politics นายกฯ สั่งคุมเข้ม Data Center ยันไม่กระทบความมั่นใจนักลงทุน
ดูทั้งหมด

“โซเชียลมีเดีย” ตัวช่วยดูแล ผู้ป่วยเบาหวานยุค 4.0

09 พ.ค. 2561 | 20:56น.

โรคเบาหวาน แม้ไม่ใช่โรคร้ายแรงมาก แต่ก็เป็นปัญหาสาธารณสุขสำคัญในระดับโลก เห็นได้จากที่องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ระบุให้ “หยุดการเพิ่มจำนวนผู้ป่วยเบาหวาน” เป็นเป้าหมาย 1 ใน 9 เป้าหมายของการดูแลกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เนื่องด้วยสถิติผู้ป่วยเบาหวานที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นจนเป็นที่น่ากังวล

ล่าสุด สมาพันธ์เบาหวานนานาชาติ ได้รวบรวมข้อมูลจากทั่วโลกพบว่า ปัจจุบันมีผู้ป่วยโรคเบาหวานมากถึง 415 ล้านคน หรือในทุก 11 คนจะมีผู้ป่วยเป็นเบาหวาน 1 คน อีกทั้ง WHO ยังคาดการณ์ว่าในปี 2583 ยอดผู้ป่วยโรคเบาหวานจะเพิ่มขึ้นเป็น 642 ล้านคน ซึ่งเปรียบเสมือน “ภัยเงียบ” ที่คร่าชีวิต 1 คนในทุก ๆ 6 นาที

นพ.มรุต จิรเศรษฐสิริ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า สถานการณ์โรคเบาหวานในไทยเป็นปัญหาใหญ่เช่นเดียวกับทั่วโลก ปีที่ผ่านมาประเทศไทยมีผู้ป่วยเบาหวานเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 2 แสนคนต่อปี เสียชีวิตปีละ 8,000 คน จากปัจจุบันที่มีผู้ป่วยเบาหวานราว 5 ล้านคน และมีกลุ่มที่มีแนวโน้มจะป่วยเป็นโรคเบาหวานกว่า 7 ล้านคน จากพฤติกรรมการดำเนินชีวิตที่เปลี่ยนไป

ดังนั้นในยุคปัจจุบัน คุณหมอมองว่า จะต้องใช้ประโยชน์จากโซเชียลมีเดียเข้ามาให้ความรู้เรื่องการดูแลรักษาโรคเบาหวานที่ถูกต้อง ซึ่งที่ผ่านมากระทรวงสาธารณสุขมีโครงการ “Health Literacy” ที่มีอยู่ตามโรงพยาบาลและสถานพยาบาลต่าง ๆ เพื่อให้ความรู้ในภาษาเข้าใจง่าย โดยหวังให้ผู้ป่วยเบาหวานรอบรู้เรื่องเบาหวานสามารถจัดการดูแลตัวเองได้

ศ.คลินิก นพ.วีระศักดิ์ ศรินนภากร นายแพทย์ทรงคุณวุฒิด้านเวชกรรม สาขาอายุรกรรม โรงพยาบาลราชวิถี กล่าวว่า การดูแลผู้ป่วยจะสำเร็จได้ต้องอาศัยผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง จึงต้องส่งเสริมให้ผู้ป่วยสามารถดูแลตัวเองได้ โดยแบ่งกลุ่มผู้ป่วยเป็น 3 ระดับ คือ 1.ไม่มีความรู้/ขาดทักษะ : ต้องให้ความรู้ สร้างทักษะให้ผู้ป่วยและญาติหรือผู้ดูแลผู้ป่วย 2.มีความรู้แต่ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม : ต้องมีการพูดคุยเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและเสริมสร้างพลังใจ 3.มีความรู้และเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม สามารถดูแลตนเองและแนะนำผู้อื่นได้ ซึ่งวิธีปฏิบัติดังกล่าวจะทำให้การดูแลโรคเบาหวานในยุค Thailand 4.0 เปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้นอย่างรวดเร็ว

ด้าน ศ.เกียรติคุณ พญ.วรรณี นิธิยานันท์ นายกสมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทยฯ มองว่าการดูแลผู้ป่วยโรคเบาหวานในอนาคตจะมีการพัฒนาและใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาช่วยตอบคำถามเกี่ยวกับโรคเบาหวานแทนมนุษย์ รวมถึงจะมีการนำเครื่องฉีดอินซูลินอัตโนมัติมาใช้กับผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 1 ซึ่งร่างกายไม่สามารถผลิตอินซูลินได้ ผู้ป่วยจึงต้องฉีดอินซูลินและเจาะเลือดเพื่อตรวจวันละหลายครั้ง

“กุญแจสำคัญในการก้าวไปสู่การดูแลผู้ป่วยเบาหวาน ยุค Thailand 4.0 นั้น จะต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ที่สำคัญที่สุดคือภาคประชาชน โดยจะต้องทำ 3 สิ่งหลัก ๆ ควบคู่กัน คือ 1.การถ่ายทอดความรู้และทักษะที่ถูกต้องไปยังผู้ป่วย ครอบครัวผู้ป่วย และผู้สนใจในแต่ละชมรมให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน 2.การพัฒนาการสื่อสารทางสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งจำเป็นต้องไตร่ตรอง ถึงความถูกต้องของข้อมูลข่าวสารและแหล่งที่มาที่เชื่อถือได้ รวมถึงต้องใช้สื่อออนไลน์อย่างเข้าใจ และ 3.การพัฒนาชมรมเบาหวาน ให้เป็นพลังสำคัญและนับเป็นส่วนหนึ่งของมาตรฐานการดูแลรักษาผู้เป็นเบาหวานได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

ส่วนมุมของตัวแทนผู้ป่วยเบาหวานยุค 4.0 อุไร พันธุมโพธิ อายุ 90 ปี เป็นผู้ที่ได้รับรางวัลสุดยอดผู้ป่วยเบาหวาน บอกว่า จากการเข้าร่วมเครือข่ายชมรมเบาหวาน ทำให้สามารถควบคุมระดับน้ำตาลได้ดี ไม่มีภาวะโรคแทรกซ้อน สิ่งสำคัญที่ได้จากการเข้าร่วมเครือข่ายคือสามารถเข้าถึงแพทย์และพยาบาลได้อย่างใกล้ชิด โดยใช้สื่อโซเชียลมีเดียเป็นตัวกลางในการสื่อสาร เมื่อสงสัยมีข้อซักถามก็จะได้รับคำตอบอย่างถูกต้อง มีการอธิบายเพิ่มเติม ทำให้ผู้ป่วยเข้าใจมากขึ้น