เปิดประวัติ เส้นทางนักกีฬา และผลงานของ “วิว-กุลวุฒิ วิทิตศานต์” หลังสร้างประวัติศาสตร์เป็นนักแบดมินตันไทยคนแรกที่คว้าแชมป์โลกประเภทชายเดี่ยวมาครองได้สำเร็จ
วันที่ 28 สิงหาคม 2566 หลังจากการแข่งขันแบดมินตันชิงแชมป์โลก 2023 รายการ “โททัลเอนเนอร์ยีส์ บีดับเบิลยูเอฟ เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ” รอบชิงชนะเลิศ ที่รอยัล อารีน่า ในกรุงโคเปเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก เมื่อวันที่ 27 สิงหาคมที่ผ่านมา ระหว่าง “วิว-กุลวุฒิ วิทิตศานต์” นักแบดมินตันชาวไทยมือ 3 ของโลก พบกับ “โคได นาราโอกะ” มือ 4 ของโลกชาวญี่ปุ่น
ปรากฏว่า วิว กุลวุฒิ เอาชนะไป 2-1 เกม ด้วยสกอร์ 19-21, 21-18 และ 21-7 สร้างประวัติศาสตร์คว้าแชมป์โลกประเภทชายเดี่ยวเป็นคนแรกของประเทศไทย หลังจากเคยอกหักได้เหรีญเงินในรายการนี้ไปเมื่อปี 2022
ทำให้ วิว กุลวุฒิ กลายเป็นนักแบดมินตันชาวไทยคนที่ 3 ที่คว้าแชมป์โลกได้ ต่อจาก “เมย์-รัชนก อินทนนท์” เมื่อปี 2013 ในประเภทหญิงเดี่ยว และ “บาส-เดชาพล พัววรานุเคราะห์” กับ “ปอป้อ-ทรัพย์สิรี แต้รัตนชัย” แชมป์โลกคู่ผสมเมื่อปี 2021
“ประชาชาติธุรกิจ” รวบรวมประวัติและผลงานของแชมป์โลกแบดมินตันชายเดี่ยวคนล่าสุด ที่สร้างความภาคภูมิใจให้กับคนไทย

ประวัติส่วนตัว
กุลวุฒิ วิทิตศานต์ ชื่อเล่น วิว เกิดเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2544 เป็นบุตรของนายณัฐวัชร และนางนัฎกนก วิทิตศานต์ มีน้องสาว 1 คน คือ น.ส.สรัลรักษ์ วิทิตศานต์ ซึ่งเป็นนักกีฬาแบดมินตันเช่นกัน โดยกุลวุฒิศึกษาระดับประถมศึกษาที่โรงเรียนปิยะพงษ์วิทยา ปัจจุบันเข้ารับการศึกษานอกระบบ
เส้นทางนักกีฬา
กุลวุฒิ เริ่มเล่นแบดมินตันเมื่ออายุ 7 ปี เนื่องจากต้องตามคุณพ่อซึ่งเป็นผู้ฝึกสอนแบดมินตันไปที่สนามในระยะแรกนั้น กุลวุฒิจึงได้เล่นแบดมินตันเพื่อความสนุกสนาน และด้วยความที่เป็นโรคภูมิแพ้อากาศ จึงเล่นกีฬาเพื่อรักษาสุขภาพให้แข็งแรง
ต่อมากุลวุฒิเริ่มฝึกซ้อมแบดมินตันอย่างจริงจังเพื่อลงแข่งขันระดับยุวชน และเยาวชนภายในประเทศ ในสังกัดชมรมแบดมินตันเสนานิคม ภายใต้การดูแลของไตรรงค์ ลิ่มสกุล และเมตไตรย์ อมาตยกุล

ผลงานเด่น
ปี 2552 กุลวุฒิได้เข้าร่วมการแข่งขันแบดมินตันรุ่นอายุต่ำกว่า 9 ปี และเริ่มประสบความสำเร็จ ได้รับรางวัลชนะเลิศอย่างสม่ำเสมอ ตลอดช่วง 3-4 ปีถัดมา
ปี 2557 ซึ่งขณะนั้นกุลวุฒิอายุ 13 ปี ก็ได้ย้ายไปอยู่สังกัดโรงเรียนแบดมินตันบ้านทองหยอด และได้รับโอกาสแข่งขันในระดับชาติและระดับนานาชาติ โดยในระดับชาตินั้น กุลวุฒิได้เข้าร่วมการแข่งขันรายการแบดมินตันเยาวชนชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทยเป็นครั้งแรก ในรุ่นอายุต่ำกว่า 14 ปี และได้รับรางวัลชนะเลิศ
หลังจากนั้นก็ได้รับรางวัลชนะเลิศในรายการเดียวกันทุกปีที่แข่งขัน คือ รุ่น 14 ปี ในปี 2557 และ ปี 2558 รวมถึงรุ่น 16 ปีในปี 2559 และรุ่นใหญ่ที่สุด อายุต่ำกว่า 19 ปี ในปี 2560
สำหรับระดับนานาชาติ กุลวุฒิเข้าร่วมการแข่งขันรายการแบดมินตันเยาวชนชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุต่ำกว่า 15 ปี เป็นครั้งแรกในปี 2557 และได้รับรางวัลชนะเลิศ ต่อมาในปี 2559 และ 2560 ก็ได้รับรางวัลชนะเลิศในรุ่นอายุต่ำกว่า 17 ปี ในรายการนี้เช่นกัน

ต่อมาครึ่งปีหลังของปี 2560 กุลวุฒิสามารถทำผลงานในระดับเยาวชนนานาชาติ อายุต่ำกว่า 19 ปีได้เป็นอย่างดี ได้รับรางวัลชนะเลิศในหลายรายการสำคัญ กระทั่งได้รางวัลชนะเลิศในรายการแบดมินตันเยาวชนชิงแชมป์โลก ประเภทชายเดี่ยว ด้วยวัยเพียง 16 ปี 5 เดือน นับเป็นแชมป์เยาวชนโลก ประเภทชายเดี่ยวคนแรกของประเทศไทย
ในปี 2561 กุลวุฒิสามารถคว้ารางวัลชนะเลิศในรายการแบดมินตันเยาวชนชิงแชมป์โลก ประเภทชายเดี่ยวติดต่อกันเป็นสมัยที่ 2
ปี 2565 กุลวุฒิ สามารถเอาชนะ “ก็อก จิง ฮอง” คว้าเหรียญทองให้กับประเทศไทยในกีฬาซีเกมส์ 2022 ที่ประเทศเวียดนาม
นอกจากนี้ วิว กุลวุฒิ ยังผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศกับ “วิคเตอร์ อเซลเซ่น” มืออันดับ 1 ของโลกในขณะนั้น จากเดนมาร์ก ในรายการแบดมินตันชิงแชมป์โลก 2022 ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น และได้รองแชมป์มาครอง ซึ่งตอนนั้นก็กลายเป็นนักแบดมินตันไทยคนแรกที่ได้ตำแหน่งรองแชมป์ในรายการนี้

สร้างประวัติศาสตร์ คว้าแชมป์โลกชายเดี่ยว
เส้นทางของ วิว กุลวุฒิ ไม่ง่ายเลย เกมนัดชิงชนะเลิศเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาเป็นการโครจรมาพบกันอีกครั้งของเจ้าตัวกับ โคได นาราโอกะ ดีกรีมืออันดับ 4 ของโลกชาวญี่ปุ่น ทั้งคู่เคยพบกันมาแล้ว 3 ครั้ง โดยที่ วิว สามารถเอาชนะไปได้ 2 ครั้ง และแพ้ 1 ครั้ง
แม้จะโดนเกมรับที่เหนียวแน่นของนักตบลูกขนไก่ชาวญี่ปุ่นเล่นงานและแพ้ไปก่อนในเกมแรก แต่ วิว กุลวุฒิ ก็สามารถรัวเอาคืนได้ใน 2 เกมหลัง ก่อนเอาชนะไป 2-1 เกม ด้วยสกอร์ 19-21, 21-18 และ 21-7 สร้างประวัติศาสตร์เป็นนักแบดมินตันประเภทชายเดี่ยวคนแรกของไทยที่คว้าแชมป์โลกมาครองได้สำเร็จ