อัชราฟ ฮาคิมี ลูกคนจนแห่งมาดริด พาโมร็อกโกเซอร์ไพรส์ ฟุตบอลโลก

อัชราฟ ฮาคิมี
REUTERS/Matthew Childs

โมร็อกโก เป็นเซอร์ไพรส์หนึ่งเดียวในรอบ 8 ทีมสุดท้าย ฟุตบอลโลก 2022 ท่ามกลางทีมเต็งทีมใหญ่

ตอนนี้นักเตะของทีมเป็นฮีโร่ของคนในประเทศ โดยเฉพาะ อัชราฟ ฮาคิมี ตำแหน่งกองหลัง ผู้เตะลูกจุดโทษตัดสินชัย ในนัดดวลกับสเปน

อัชราฟ ฮาคิมี หรือที่ออกเสียงแบบอาหรับว่า อัชร็อฟ ฮะกีมี มูห์ วัย 24 ปี เกิด 4 พฤศจิกายน 1998 (พ.ศ. 2541) ที่กรุงมาดริด ประเทศสเปน แต่เป็นนักฟุตบอลสังกัดทีมชาติโมร็อกโก ตามเชื้อชาติของพ่อแม่

ส่วนสโมสรที่สังกัดอยู่ เป็นทีมยักษ์ใหญ่ของฝรั่งเศส ปารีส แซงต์-แฌร์กแมง ในลีกเอิง

ลูกชัยของฮาคิมี ในการดวลจุดโทษกับสเปน (AP Photo/Martin Meissner)

ภาพที่สะดุดตาและทำให้กองเชียร์ซาบซึ้งเป็นพิเศษ คือนาทีที่ฮาคิมีวิ่งไปรับจูบจากแม่ที่อยู่บนอัฒจรรย์กองเชียร์ ด้วยจังหวะที่ทุกคนดูออกว่า แม่ภูมิใจในตัวลูกมากเพียงใด และลูกกำลังบอกว่า ผมมาถึงจุดนี้เพราะใคร

อัลจาซีรา รายงานว่า ฮาคิมี เหมือนลูกหลานชาวโมร็อกโกผู้พลัดถิ่นในสเปน ที่มีจำนวนมากกว่า 800,000 คน แม่ทำงานรับจ้างทำความสะอาด พ่อเป็นพ่อค้าหาบเร่แผงลอย ฮาคิมีเติบโตในย่านผู้มีรายได้น้อย เขตเกตาเฟ ชานเมืองของกรุงมาดริด 

แม้ว่าจะใช้ความสามารถด้านฟุตบอลผ่านเข้าไปเป็นเด็กฝึกหัดของสโมสรเรอัล มาดริด ตั้งแต่อายุ 8 ขวบ ทำให้ยกคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น แต่ฮาคิมีบอกว่า ชีวิตในวัยเยาว์ที่มีความสุขนั้นก็เจอจังหวะที่ยากลำบากเช่นกัน

“แม่ผมเป็นคนทำความสะอาด พ่อผมขายของริมถนน พวกเขาหยุดหาความสุขในชีวิตเพื่อผม พวกเขานำหลายสิ่งหลายอย่างที่พี่น้องควรได้รับเพื่อมาทุ่มให้ผมประสบความสำเร็จ วันนี้ ผมจึงเล่นตอบแทนพวกเขา” ฮาคิมีให้สัมภาษณ์รายการโทรทัศน์ของสเปน El Chiringuito

ประกบ ลูกา โมดริช ฮีโร่ของโครเอเชีย รอบแบ่งกลุ่ม . (AP Photo/Themba Hadebe)

ฮาคิมีในวัยรุ่นโชว์ฟอร์มเด่นในการแข่งขันลีก ยูฟ่า เยาวชน หรือ UEFA Youth League และไปเตะตาคนของสหพันธ์ฟุตบอลโมร็อกโกในพระบรมราชูปถัมภ์ ซึ่งจะค้นหานักเตะที่มีเชื้อชาติโมร็อกโก แต่เป็นผู้พลัดถิ่นอยู่ตามประเทศต่าง ๆ ของยุโรป ไม่ว่า เบลเยียม ฝรั่งเศส เนเธอร์แลนด์

Advertisement

“เราคัดเลือกอัฟราฟ ฮาคิมี เข้ามาเป็นเด็กฝึกหัด ตอนนั้นเขาเล่นให้ทีมเรอัล มาดริด ชุดยู 17 เขาเข้ากับเด็กฝึกหัดของเราคนอื่น ๆ ได้ทันที และถามว่าเราจะเข้าค่ายฝึกครั้งหน้าเมื่อไหร่ ผมจึงสัญญากับเขาส่วนตัวเลยว่า ถ้าเขายังเข้าร่วมแบบนี้ เขาจะได้ติดทีมชาติชุดใหญ่” นาสเซอร์ ลาร์เกต์ ซึ่งตอนนั้นเป็นผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิคของสหพันธ์ฟุตบอลโมร็อกโก เล่าย้อนความหลัง

นัดที่สามรอบแบ่งกลุ่ม โมร็อกโก ปราบเบลเยียม (AP Photo/Alessandra Tarantino)

แม้ว่าฮาคิมีจะเคยอยากเล่นให้กับทีมชาติสเปน และเคยร่วมทีมชุดเยาวชนของสเปน แต่กลับไม่รู้สึกอินเท่ากับเล่นให้ทีมโมร็อกโก

“วัฒนธรรมของผมเป็นโมร็อกโก อยู่บ้านเราก็พูดและกินอาหารโมร็อกโก ผมฝึกฝนตามวิถีมุสลิม และให้บอกจริง ๆ คือผมไม่ได้คิดอะไรมากเลย ผมเคยดูทีมชาติโมร็อกโกแข่งพร้อมกับพ่อ พ่อบอกเรื่องนักเตะในตำนานอยู่เสมอ” ฮาคิมีกล่าว

ปี 2017 (พ.ศ. 2560) ฮาคิมีเริ่มติดทีมชุดใหญ่ ขณะที่ทีมเรอัล มาดริด ได้แชมป์ยูฟ่า แชมเปียนลีกส์ ติดกันสามสมัย ยุคที่ซีเนดีน ซีดาน คุมทีมเรอัล มาดริด ฮาคิมีได้ลงเล่นให้ทีมราชันชุดขาว 9 นัด ทำได้ 2 ประตู ซึ่งเพียงพอที่จะทำให้เขาติดทีมชาติ ชุดสู้ศึกบอลโลก 2018

อัชราฟ ฮาคิมี
รอยยิ้มที่ผ่านเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้าย REUTERS/Matthew Childs

แม้ครั้งนั้นโมร็อกโกจะสู้ทีมสเปน โปรตุเกส และอิหร่านไม่ได้เลย ตกรอบแบ่งกลุ่ม ฮาคิมีก็น่าจะได้เครดิตสำหรับการเล่นให้เรอัล มาดริด ต่อได้ แต่น่าผิดหวัง ที่สโมสรส่งฮาคิมีไปให้ โบรุสเซีย ดอร์ตมุนด์ ยืมตัวด้วยสัญญา 2 ปี

ฮาคิมีทำผลงานให้ทีมเสือเหลืองอย่างดี กับการยิง 12 ประตู แอสซิสต์ 17 ครั้ง และลงเล่นถึง 73 นัดในสองฤดูกาล แต่สุดท้ายเรอัล มาดริด ก็ไม่เลือกเขา ฮาคิมีจึงไปอยู่กับอินเตอร์ มิลาน ในยุคอันโตนิโอ คอนเต และช่วยทำให้อินเตอร์คว้าแชมป์ครั้งแรกในรอบเกินทศวรรษ

อัชราฟ ฮาคิมี
คนเก่งของแม่ หลังเกมโมร็อกโกชนะเบลเยียม. (Photo by Fadel Senna / AFP)

จากนั้นในปี 2021 (พ.ศ. 2564) ฮาคิมี ก็ได้รับความสนใจจาก ปารีส แซงต์-แฌร์กแมง ยักษ์ใหญ่ของยุโรป  โดยย้ายไปด้วยค่าตัว 83 ล้านดอลลาร์ ขณะที่มีบทบาทในทีมชาติโมร็อกโกอย่างชัดเจน

โมร็อกโกเป็นทีมจากทวีปแอฟริกาทีมที่ 4 ที่ได้เข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายในศึกฟุตบอลโลก ต่อจาก แคเมอรูน ปี 1990 เซเนกัล ปี 2002 กานา 2010 และเป็นทีมชาติอาหรับทีมแรกที่ทำได้ หากผ่านโปรตุเกส ทะลุสู่รอบ 4 ทีมสุดท้ายได้ จะถือเป็นทีมแรกของทั้งแอฟริกาและอาหรับที่มาไกลที่สุด

…….