ย้อนความสำเร็จของ “เจอร์เกน คล็อปป์” กับลิเวอร์พูล เมื่อถึงวันต้องบอกลา

Jurgen Klopp
AFP

ย้อนดูไทม์ไลน์และความสำเร็จของ “เจอร์เกน คล็อปป์” ตลอดระยะเวลา 9 ปีที่ทุ่มเททุกอย่างให้กับ “ลิเวอร์พูล” ในวันนี้ที่บอสของพลพรรคหงส์แดงรู้สึก “หมดพลัง” เตรียมอำลาตำแหน่งกุนซือหลังจบฤดูกาลนี้

ข่าวใหญ่ในโลกฟุตบอลเมื่อวานที่ผ่านมา (26 มกราคม 2567) คงหนีไม่พ้นการที่ “เจอร์เก้น คล็อปป์” ผู้จัดการทีมหงส์แดง “ลิเวอร์พูล” ประกาศเตรียมอำลาตำแหน่งหลังจบฤดูกาลนี้

วันเมื่อวานดูเป็นวันธรรมดา ทุกอย่างสงบนิ่งและดำเนินไปตามปกติ ก่อนที่พายุใหญ่จะโหมกระหน่ำในช่วงเย็น เด็กหงส์หลายคนคงไม่เชื่อเมื่อเห็นข่าวในครั้งแรก หากแต่มันประกาศอย่างเป็นทางการของสโมสร

อันที่จริงไม่ใช่แค่เด็กหงส์เท่านั้นที่ช็อกกับข่าวนี้ เชื่อว่าคนดูฟุตบอลก็คงช็อกหรือไม่ก็แปลกใจไปตาม ๆ กัน เพราะสถานการณ์ในฤดูกาลนี้ลิเวอร์พูลกำลังร้อนแรง และยังอยู่ในเส้นทางทั้ง 4 ถ้วยที่ลงเล่น หนำซ้ำกำลังจะฟาดแข้งกับเชลซีในนัดชิงคาราบาว คัพ ที่เวมบีลย์ในวันอาทิตย์ที่ 25 กุมภาพันธ์นี้

“ประชาชาติธุรกิจ” ชวนย้อนดูไทม์และความสำเร็จที่ “เจอร์เก้น คล็อปป์” ได้เสกสรรค์ให้ลิเวอร์พูลตลอดระยะเวลา 9 ปีในถิ่นแอนฟิลด์ด้วยการทุ่มเททั้งแรงกายแรงใจแบบ “เฮฟวี่ เมทั่ล”

คล็อปป์ ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้จัดการทีมลิเวอร์พูลในเดือนตุลาคม ปี 2015 ซึ่งจะหมดสัญญาลงในปี 2026 หลังจากเพิ่งประกาศต่อสัญญาไปเมื่อปีที่แล้วนี้เอง

กุนซือชาวเยอรมันวัย 56 กะรัตเป็นผู้พาลิเวอร์พูลคว้าถ้วยแชมเปียนส์ลีก ในปี 2019 ก่อนที่จะนำพลพรรคหงส์แดงทวงคืนความยิ่งใหญ่และเป็นยอดทีมแห่งเกาะอังกฤษอีกครั้ง ด้วยการเป็นแชมป์ลีกครั้งแรกในรอบ 30 ปี เมื่อฤดูกาล 2019-20

ผมบอกกับสโมสรไปแล้วตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน คล็อปป์ กล่าว

ผมเข้าใจได้ว่ามันเป็นเรื่องน่าตกใจสำหรับใครหลาย ๆ คนในช่วงเวลานี้ หากคุณได้ยินมันเป็นครั้งแรก แต่แน่นอนว่าผมสามารถอธิบายมันได้ หรืออย่างน้อยก็จะพยายามอธิบายมัน

ผมรักทุกอย่างที่เกี่ยวกับสโมสรแห่งนี้ ผมรักทุกอย่างที่เกี่ยวกับเมือง รักทุกอย่างเกี่ยวกับแฟนบอลของเรา ผมรักทีม รักทีมงาน รักทุกสิ่ง แต่ที่ผมต้องตัดสินใจครั้งนี้ เพื่อแสดงให้ทุกคนเห็นว่าผมเชื่อมั่นในสิ่งที่ผมทำ

สิ่งที่เป็นอยู่ จะพูดยังไงดี ผมกำลังหมดแรง แม้ตอนนี้จะยังไม่เป็นปัญหา แต่แน่นอนผมรู้มานานแล้วว่าต้องประกาศให้ทุกคนทราบ ณ จุดใดจุดหนึ่ง ผมยังสบายดีแค่รู้ว่าผมไม่สามารถทำงานนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าได้อีก

Jurgen Klopp
AFP

BBC Sport ระบุว่า เปอร์เซ็นต์การชนะของคล็อปป์อยู่ที่ 60.7% ในทุกรายการ จากจำนวนทั้งหมด 466 นัด ชนะ 283 แพ้ 105 และเสมอ 78 นัด ถือเป็นสถิติสูงสุดในบรรดาผู้จัดการทีมลิเวอร์พูลที่คุมทีมมากกว่า 50 เกม

นับตั้งแต่คล็อปป์มาที่แอนด์ฟิล เขาเก็บแต้มกับลิเวอร์พูลในพรีเมียร์ลีกรวม 671 คะแนน เป็นอันดับ 2 รองจาก “แมนเชสเตอร์ ซิตี้” เท่านั้นที่มี 716 คะแนน

คล็อปป์เก็บชัยชนะได้ยาวนานที่สุดในพรีเมียร์ลีกร่วมกับ ซิตี้ ของ “เป๊ป กวาร์ดิโอล่า” ด้วยชัยชนะ 18 นัดติดต่อกันระหว่างเดือนตุลาคม 2019 ถึงกุมภาพันธ์ 2020

คล็อปป์ยังมีสถิติไม่แพ้ใครในพรีเมียร์ลีกยาวนานที่สุดเป็นอันดับ 2 จาก 44 เกมระหว่างเดือนมกราคม 2019 ถึงกุมภาพันธ์ 2020 รองจาก “อาร์เซนอล” ของ “อาร์แซน เวนเกอร์” เท่านั้น ที่ทำไว้ระหว่างเดือนพฤษภาคม 2003 ถึงตุลาคม 2004

ตั้งแต่ คล็อปป์ เข้ามาคุมบังเหียนลิเวอร์พูลต่อจาก “เบรนแดน ร็อดเจอร์ส” ในเดือนตุลาคมปี 2015 ขณะนั้นลิเวอร์พูลอยู่อันดับที่ 10 และพวกเขาจบอันดับ 8 เมื่อสิ้นสุดฤดูกาล

คล็อปป์กลายเป็นผู้จัดการทีมลิเวอร์พูลเพียงคนเดียวที่คว้าแชมป์ลีก, แชมเปียนส์ลีก, เอฟเอ คัพ และอีเอฟแอล คัพ กับหงส์แดงได้สำเร็จ

เขานำลิเวอร์พูลเถลิงแชมป์ยุโรปสมัยที่ 6 ในปี 2019 โดยชนะ “สเปอร์ส”ในรอบชิงชนะเลิศ ต่อด้วยการคว้า ยูฟ่าซูเปอร์คัพ และสโมสรโลก

Jurgen Klopp
AFP

ไทม์ไลน์ของคล็อปป์กับลิเวอร์พูล

  • วันที่ 8 ตุลาคม 2015 คล็อปป์ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้จัดการทีมลิเวอร์พูล
  • วันที่ 18 พฤษภาคม 2016 ลิเวอร์พูลแพ้เซบีย่า 3-1 ในรอบชิงชนะเลิศยูโรปาลีก
  • วันที่ 1 มกราคม 2018 “เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค” ย้ายจากเซาแธมป์ตันมาร่วมทีมหงส์แดงด้วยค่าตัวมูลค่า 75 ล้านปอนด์ ซึ่งถือเป็นสถิติโลกของกองหลังในขณะนั้น
  • วันที่ 6 มกราคม 2018 “ฟิลิปเป้ คูตินโญ่” ย้ายร่วมทีมบาร์เซโลน่าด้วยค่าตัวราว 142 ล้านปอนด์ ซึ่งช่วยให้สโมสรจ่ายค่าตัวฟาน ไดจ์ค รวมถึงซื้อ “อลิสซอน เบ็คเกอร์” และ “ฟาบินโญ่”
  • วันที่ 26 พฤษภาคม 2018 ลิเวอร์พูลแพ้เรอัล มาดริด 3-1 ในรอบชิงชนะเลิศแชมเปียนส์ลีก ที่กรุงเคียฟ ประเทศยูเครน
  • วันที่ 7 พฤษภาคม 2019 ลิเวอร์พูลเข้ารอบชิงชนะเลิศแชมเปี้ยนส์ลีกเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน ด้วยการพลิกสถานการณ์รอบรอง ชนะ “บาร์เซโลนา” 4-0 ที่แอนฟิลด์ หลังจากแพ้เลกแรกมา 3-0 
  • วันที่ 1 มิถุนายน 2019 ลิเวอร์พูลคว้าแชมป์แชมเปียนส์ลีก สมัยที่ 6 ด้วยการเอาชนะสเปอร์ส 2-0 
  • วันที่ 14 สิงหาคม 2019 ลิเวอร์พูล ดวลจุดโทษชนะ “เชลซี” 5-4 คว้าแชมป์ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ
  • วันที่ 21 ธันวาคม 2019 ลิเวอร์พูลเอาชนะ “ฟลาเมงโก” 1-0 คว้าแชมป์สโมสรโลก
  • วันที่ 25 มิถุนายน 2020 ลิเวอร์พูลคว้าแชมป์ลีกสมัยที่ 19 และพรีเมียร์ลีกสมัยแรก จบฤดูกาลด้วยสถิติสโมสร 99 แต้ม
  • วันที่ 28 เมษายน 2022 คล็อปป์ขยายสัญญากับลิเวอร์พูลถึงปี 2026
  • วันที่ 5 มีนาคม 2023 ลิเวอร์พูลเอาชนะแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด 7-0 ที่แอนฟิลด์
  • วันที่ 26 มกราคม 2024 คล็อปป์ประกาศว่าลาออกจากการเป็นผู้จัดการทีมลิเวอร์พูล เมื่อสิ้นสุดฤดูกาล 2023-24
Jurgen Klopp
AFP

เรื่องที่เกี่ยวข้อง