Skip to content

เมื่อ ทรัมป์-ไบเดน กลับลำหนุนคริปโต พลิกโมเมนตัมการเมืองสหรัฐ

02 มิ.ย. 2567 | 20:24น.
เมื่อ ทรัมป์-ไบเดน กลับลำหนุนคริปโต พลิกโมเมนตัมการเมืองสหรัฐ

ส่องเบื้องหลังการปรับท่าทีต่อกฎหมายเทคโนโลยีการเงินศตวรรษที่ 21 เมื่อคริปโต-บล็อกเชนพลิกโมเมนตัมการเมืองสหรัฐ กับการเปลี่ยนท่าทีของผู้ชิงตำแหน่งประธานาธิบดี “ทรัมป์-ไบเดน-เคนเนดี้ จูเนียร์” ต่อสินทรัพย์ดิจิทัล

แคมเปญหาเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกาเริ่มดุเดือด ประเด็นเศรษฐกิจถูกหยิบยกมาอภิปรายกว้างขวาง ไม่เว้นแม้แต่ท่าทีต่อสินทรัพย์ดิจิทัล ที่เดิมทีถูกปฏิเสธและถูกมองว่าเป็นความเสี่ยงต่อระบบการเงิน

โดยเฉพาะ “โดนัลด์ ทรัมป์” ถูกทวงถามบนเวทีปราศัยด้านเศรษฐกิจบ่อยครั้งต่อจุดยืนเรื่องคริปโตเคอร์เรนซี และเขาย้ำว่า “เข้าใจ” สินทรัพย์ดิจิทัลมากขึ้น และจะไม่ยอมให้อเมริกาสูญเสียอุตสาหกรรมนี้

ไม่เว้นคณะทำงานของประธานธิบดี โจ ไบเดน ที่มีการปรับท่าทีการหาเสียง และทบทวนการคัดค้านกฎหมายคุมคริปโตฉบับใหม่

“โจ ไบเดน” ก้าวตาม “โดนัลด์ ทรัมป์”

แคมเปญเลือกตั้งของประธานาธิบดีโจ ไบเดน ได้เริ่มเข้าถึงผู้เล่นในอุตสาหกรรมสกุลเงินดิจิทัล โดยสำนักข่าว The Block ได้รายงานว่า แหล่งข่าวที่เกี่ยวข้องกับแคมเปญหาเสียงของคณะไบเดนว่า มีการ “เปลี่ยน” ท่าทีที่ต่ออุตสาหกรรมคริปโต-สินทรัพย์ดิจิทัล เมื่อประมาณสองสัปดาห์ก่อน เนื่องจากค่ายของไบเดนตระหนักถึงผลกระทบจากชุมชนคริปโตที่อาจยังผลถึงการแข่งขันชิงตำแหน่งประธานาธิบดี

หลังจากที่ผู้สนับสนุนคริปโตคัดค้านแผนการของรัฐบาลไบเดนที่จะยับยั้งมาตรการทางกฎหมาย ที่อาจทำให้สถาบันการเงินมีความลำบากในการให้บริการดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลและคริปโตเคอร์เรนซี

นับเป็นจังหวะก้าวตามการเปลี่ยนแปลงท่าทีของผู้ท้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดีอีกคนอย่าง “โดนัลด์ ทรัมป์” ที่ออกมาสนับสนุนชุมชนคริปโตอย่างต่อเนื่อง

สองพรรคไฟเขียวคริปโต

กรณีล่าสุดที่ทำเนียบขาวออกแถลงการณ์ต่อต้านกฎหมายการกำกับโครงสร้างตลาดคริปโตฉบับใหม่ หรือกฎหมายนวัตกรรมและเทคโนโลยีทางการเงินแห่งศตวรรษที่ 21 (Financial Innovation and Technology for the 21st Century Act) หรือ FIT21

ซึ่งเป็นร่างกฎหมายที่มุ่งควบคุมตลาดเงินคริปโต ที่ตัวร่างผ่านสภาผู้แทนฯสหรัฐมาแล้ว ซึ่งทั้ง สส.จากพรรครีพับลิกันและเดโมแครตต่างมีท่าทีสนับสนุน

ตัวประธานาธิบดีไบเดน เองมีท่าทีว่าจะไม่อยากยับยั้งร่างกฎหมายนี้ แต่ฝ่ายบริหารได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับการขาดการคุ้มครองนักลงทุนในกฎหมายฉบับปัจจุบัน

ซึ่งทำให้ฝ่ายบริหารและตัวคณะทำงานหาเสียงไบเดนดูจะมีท่าทีไม่สอดคล้องกัน แน่นอนว่ากลุ่มผู้สนับสนุนคริปโตออกมาต่อต้านคณะบริหารที่ทำเนียบขาวของไบเดน

โดยคณะบริหารรัฐบาลวิจารณ์ว่ากฎหมายใหม่ไม่ได้ให้การป้องกันที่เพียงพอสำหรับผู้บริโภคและนักลงทุนที่มีส่วนร่วมในธุรกรรมสินทรัพย์ดิจิทัล ทำเนียบขาวเน้นย้ำถึงความจำเป็นของกรอบการกำกับดูแลที่ครอบคลุมและสมดุลสำหรับสินทรัพย์ดิจิทัลที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาและนวัตกรรมที่รับผิดชอบในขณะที่ให้ความคุ้มครองแก่นักลงทุน

แถลงการณ์จากคณะบริหารรัฐบาลที่ทำเนียบขาวดังกล่าวนี้ มีขึ้นหลังจากที่ “แกรี่ เกนสเลอร์” ประธาน ก.ล.ต.สหรัฐ (SEC) คัดค้านร่างกฎหมายดังกล่าวเพราะกฎหมายนี้จะดึงอำนาจของ SEC ในการควบคุมทั้งตลาดทุนแบบดั้งเดิมและตลาดคริปโตออกไป

เพราะร่างกฎหมายใหม่นี้เสนอกฎใหม่ว่าผู้ออกหลักทรัพย์ดิจิทัลต้องปฏิบัติตามกฎหมายของรัฐบาลกลางที่มีอยู่ ซึ่งเกนส์เลอร์มองว่าเป็นความพยายามของบริษัทคริปโต ที่จะหลีกเลี่ยงข้อกำหนดด้านการเปิดเผยข้อมูลและการปฏิบัติตามข้อกำหนดของ SEC

ชุมชนคริปโตเคอร์เรนซีมองว่า การออกกฎหมายดังกล่าวนี้สะท้อนโมเมนตัมทางการเมืองที่เปลี่ยนไป

“คริสติน สมิธ” ประธานสมาคมบล็อกเชน ซึ่งเป็นหนึ่งในสมาคมการค้าในวอชิงตัน ดี.ซี. เปิดเผยความเห็นว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมาการกำกับดูแลคริปโตในสหรัฐมีความคลุมเครือ เอื้อให้ ก.ล.ต. (SEC) ใช้ช่องว่างทางกฎหมายบังคับขู่เข็ญ คุกคามตลาดคริปโต ทำให้สหรัฐล้าหลังภูมิภาคอื่น ๆ ที่มีการส่งเสริมอุตสาหกรรมนี้

“ถึงเวลาแล้วที่สภาคองเกรสจะเข้ามาเรียกคืนตำแหน่งที่ถูกต้องในฐานะผู้กำหนดนโยบายเศรษฐกิจ และร่างกรอบการกำกับดูแลที่ทันสมัยและเหมาะสม”

กฎหมาย FIT21 แสดงถึงขั้นตอนที่โดดเด่นในทิศทางที่ถูกต้อง ยอมรับคำมั่นสัญญาพื้นฐานของเทคโนโลยีคริปโตและบล็อกเชน และพยายามส่งเสริมนวัตกรรม ในขณะที่ปกป้องผู้บริโภค วิธีการทางกฎหมายนี้ในการปรับสมดุลลำดับความสำคัญในแต่ละส่วน

แม้กฎหมาย FIT21 จะยังไม่สมบูรณ์ แต่ก็ปรับปรุงต่อไปได้ การผ่านร่างกฎหมายนี้แสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้า ซึ่งปลดล็อกความชัดเจนสำหรับสินทรัพย์ดิจิทัลในสหรัฐอเมริกา หลังจากความยากลำบากในปี 2022 เป็นเรื่องน่ายินดีที่ได้เห็นผู้นำที่ได้รับการเลือกตั้งเป็นผู้สนับสนุน ไม่ใช่ขัดขวางเทคโนโลยีที่สำคัญนี้ ที่ชาวอเมริกันกำลังให้ความสำคัญมากขึ้น

“สมิธ” กล่าวด้วยว่า การลงคะแนนเสียงของสภาผู้แทนฯและในสภาคองเกรส จากพรรคใหญ่ทั้งสอง คือเดโมเครตและรีพับลิกันต่อกฎหมายนี้ ยืนยันถึงโมเมนตัมทางการเมืองที่เพิ่มขึ้นจากกลุ่มนิยมคริปโตเคอร์เรนซี ทั้งการสำรวจความคิดเห็นล่าสุด แสดงให้เห็นว่ากลุ่มผู้มีสิทธิเลือกตั้งชาวอเมริกันจำนวนมากและเพิ่มขึ้นต้องการเลือกนักการเมืองที่เข้าใจคริปโต และเต็มใจที่จะเคารพและสนับสนุนการเติบโตของเทคโนโลยีใหม่ ๆ ในสหรัฐอเมริกา

โดนัลด์ ทรัมป์ กลับลำ

ในปี 2021 “ทรัมป์” เรียกสกุลเงินดิจิทัลว่า “เป็นสิ่งที่อันตรายมาก” ต่อระบบการเงินสหรัฐ

ในขณะที่การให้สัมภาษณ์รายการข่าวเศรษฐกิจหลายเวที ท่าทีของ ทรัมป์ กลับลำ โดยบอกว่า ในขณะที่เขาเป็นประธานาธิบดี และเป็นอเมริกันชน แน่นอนว่าเขาต้องปกป้องดอลลาร์ และหากได้เป็นอีกครั้งเขาก็ต้องปกป้องดอลลาร์ แต่ปัจจุบันคนอเมริกันจำนวนมากถือครองสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งเป็นทางเลือกและเราต้องปกป้องคุ้มครองทางเลือกเหล่านั้น

และเน้นย้ำว่า ปัจจุบันอุตสาหกรรมคริปโตกำลังถอยออกจากสหรัฐ เพราะถูกสกัดกั้นจากการกำกับดูแลของรัฐ ทำให้ชาวอเมริกันเสียประโยชน์ ซึ่งเขาจะปล่อยให้เป็นอย่างนั้นไม่ได้ ต้องยอมรับให้อุตสาหกรรมนี้อยู่ในสหรัฐ

ล่าสุดเมื่อต้นเดือน พ.ค. 2567 ที่ผ่านมา คณะหาเสียงของทรัมป์ ได้เปิดรับบริจาคเป็นสกุลเงินดิจิทัล และในการประกาศครั้งนั้น “ทรัมป์” กล่าวว่าปัจจุบันเขามีความเข้าใจมากขึ้นเกี่ยวกับ Bitcoin และกล่าวย้ำว่า การที่อุตสาหกรรมนี้กำลังหนีจากอเมริกา เพราะรัฐบาลไบเดนมีอคติ ต่อต้านคริปโต เช่นเดียวกับ ประธาน SEC และพรรคเดโมเครต ที่ต่อต้านคริปโตรุนแรง

ชุมชนคริปโตพูดถึงการเปลี่ยนจุดยืนของทรัมป์อย่างกว้างขวาง และมองว่าความเคลื่อนไหวนี้ของทรัมป์ทำให้ทีมหาเสียงของไบเดน ต้องปรับท่าทีต่อชุมชนคริปโตมากขี้น

รวมถึงผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีอิสระอย่าง “โรเบิร์ต เอฟ. เคนเนดี้ จูเนียร์” ก็ออกมายินดีกับท่าทีสนับสนุนคริปโตของทรัมป์ และอยากให้คณะทำงานของไบเดนปรับท่าทีด้วย

“มันคือเสรีภาพในการทำธุรกรรม เราต้องการอำนาจอธิปไตยเหนือกระเป๋าสตางค์ของเราเอง เราต้องทำให้แน่ใจว่าอเมริกายังคงเป็นศูนย์กลางของเทคโนโลยีบล็อกเชน ฉันจะทำให้แน่ใจว่าสกุลเงินดิจิทัลถูกควบคุมในลักษณะที่ปกป้องผู้บริโภคจากแผนการหลอกลวง ผมซื้อ Bitcoins 21 ตัวตั้งแต่ผมเริ่มแคมเปญหาเสียงครั้งนี้ ผมยังซื้อเหรียญสามเหรียญสำหรับลูก ๆ ของผมแต่ละคน” เคนเนดี้ จูเนียร์ กล่าวกับ Coindesk