KBTG เปิดกลยุทธ์ “AI 5+1” ขับเคลื่อนองค์กรด้วย Agentic AI แบบ End-to-End ยกระดับการทำงานสู่การเป็น AI-Infused Tech Powerhouse ระดับภูมิภาค ตั้งเป้า 20% ของโค้ดทั้งหมดจะมาจาก AI พร้อมก้าวสู่การเป็น “AI Mastery” ที่มี MVP Project เกี่ยวกับ AI ถึง 40 โปรเจ็กต์ภายในปีนี้
นายเรืองโรจน์ พูนผล ประธานกลุ่มบริษัท กสิกร บิซิเนส-เทคโนโลยี กรุ๊ป (KBTG) กล่าวว่า KBTG ขับเคลื่อนแผนงานภายใต้แนวคิด Human-First x AI-First Transformation ที่ผสานความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี AI เข้ากับความเชี่ยวชาญของบุคลากร เพื่อการพัฒนาและส่งมอบบริการทางการเงินที่ทันสมัย ตอบสนองธนาคารและภาคธุรกิจ ตั้งแต่ปี 2567 เป็นต้นมา โดยมีกลไกสำคัญที่ขับเคลื่อน คือ Agentic AI หรือโมเดล AI ที่สามารถประสานงานและสั่งการ AI ตัวอื่น ๆ เพื่อการทำงานที่ซับซ้อนได้มากขึ้น
ล่าสุด KBTG เดินหน้ายกระดับการใช้ Agentic AI ในกระบวนพัฒนาซอฟต์แวร์และนวัตกรรมใหม่ เพื่อส่งเสริมการบริการและพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงิน ประกาศแผนการขับเคลื่อนองค์กรสู่การเป็น “AI-Infused Tech Powerhouse” ระดับภูมิภาค ด้วยการฝัง AI ในทุกจุดการทำงาน เพิ่มประสิทธิภาพและศักยภาพด้านเทคโนโลยีขั้นสูงสุด ด้วยกลยุทธ์ AI 5+1 ประกอบด้วย
- การสร้างและประยุกต์ใช้ AI เพื่อส่งเสริมธุรกิจธนาคาร (AI for Banking)
- การพัฒนาและประยุกต์ใช้ AI ในกระบวนการด้านไอที (AI for IT Delivery & Operations)
- การพัฒนาแพลตฟอร์ม Data และ AI เพื่อรองรับการสร้าง AI Use Case ใหม่ ๆ (AI & Data Platform)
- การกำกับดูแลการใช้งาน AI (Governance & Ecosystem)
- การพัฒนา AI Products เพื่อต่อยอดเชิงพาณิชย์ (AI Tech Business)
และ +1 คือการยกระดับพนักงานขององค์กรให้มีความรู้และความพร้อมด้าน AI (People) ซึ่งนับเป็นหัวใจสำคัญของกลยุทธ์หลักทั้งหมด
“ปัจจุบันทีม AI Engineer ของ KBTG อยู่ในระหว่างการวางรากฐานให้ AI Agent สามารถรองรับงานภายในองค์กรได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ทั้งกระบวนการพัฒนาซอฟต์แวร์แบบอัตโนมัติครบวงจร (End-to-End) และกระบวนการดำเนินงานของระบบหลังบ้าน (Back-office Operations)”
ด้านนายจิรัฎฐ์ ศรีสวัสดิ์ Assistant Managing Director – Software Development Excellence KBTG เสริมว่า KBTG ยังคงยึดมั่นในการนำ AI มาช่วยยกระดับการทำงานของมนุษย์ โดยไม่เข้ามาแทนที่ ผ่านแนวคิด Augmented และ Embedded ที่เน้นในการฝัง AI เข้าไปในกระบวนการทำงาน และให้ทุกคนในองค์กรสามารถเข้าถึงแพลตฟอร์มพัฒนา AI Agent เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน
ตัวอย่างเช่น การพัฒนา AthenaMind แพลตฟอร์มสร้างแชตบอตเฉพาะทาง เพื่อตอบคำถามเกี่ยวกับองค์ความรู้ต่าง ๆ เช่น HR, PDPA, Vendor Management และ Cybersecurity โดยดึงคำตอบจากฐานข้อมูลภายใน เพื่อให้ความช่วยเหลือพนักงานได้ทุกวันตลอดเวลา หรือการนำ AI Coding Assistant มาเพิ่มประสิทธิภาพและความรวดเร็วในการพัฒนาซอฟต์แวร์
โดยในปี 2568 ได้มีการขยายการใช้งานให้กับ Software Engineer และ Tester มากกว่า 600 คนในองค์กร พบว่าช่วยเพิ่ม Productivity ในบาง Use Case ได้มากกว่า 45% และมี Code ที่เขียนด้วย AI และถูกรีวิวโดย Engineers แล้ว รวมเป็นจำนวนกว่า 10 ล้าน Line of Code คิดเป็น 10% ของโค้ดที่พัฒนาทั้งหมด ช่วยลดต้นทุนได้มากถึง 32 ล้านบาท
นอกจากนี้ KBTG ยังมีแผนที่จะยกระดับกระบวนการพัฒนาซอฟต์แวร์ภายในองค์กร (Software Development Life Cycle : SDLC) ให้ครอบคลุมทุก Role ในกระบวนการ เช่น Business Analyst Agent, Solution Architect Agent, Software Engineer Agent, Testing Agent ไปถึง DevOps Agent โดยจะยังคงรักษามาตรฐาน คุณภาพ และความปลอดภัยไว้อย่างครบถ้วน
“องค์กรเริ่มนำ Coding Agent มาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานบางส่วนของ Software Engineer ล่าสุดจากการทดลองใช้กับ MAKE by KBank พบว่าสามารถลดระยะเวลางานพัฒนาบางส่วนจาก 1 วัน เหลือเพียง 15 นาที”
แม่ทัพ KBTG ทิ้งท้ายด้วยว่า สำหรับช่วงครึ่งหลังของปี 2568 KBTG จะมุ่งเน้นไปที่ 4 เป้าหมายสำคัญ คือ 1.การทรานส์ฟอร์มฝ่ายธุรกิจธนาคารและปฏิบัติการด้วย AI โดยมุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และใช้เทคโนโลยีช่วยสร้างผลตอบแทนให้ได้มากยิ่งขึ้น
2.การทรานส์ฟอร์มกระบวนการพัฒนาซอฟต์แวร์จากต้นน้ำถึงปลายน้ำด้วย Agentic AI ที่พัฒนาขึ้นโดย KBTG 3.การพัฒนาและขยายผล AI Agent เฉพาะทางสำหรับชนิดงานที่ต่างกัน เพื่อตอบโจทย์อย่างตรงจุด
และ 4.การสร้างความเข้าใจและส่งเสริมให้พนักงานประยุกต์ใช้ AI ในการทำงาน เพื่อขับเคลื่อน KBTG สู่การเป็น AI-Infused Organization ในยุค Agentic AI อย่างแท้จริง สะท้อนการเป็นองค์กรเทคโนโลยีทางการเงินชั้นนำระดับประเทศและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
“KBTG ตั้งเป้าที่จะให้ 20% ของโค้ดที่พัฒนาทั้งหมด มาจากการทำงานของ AI เพื่อที่คนในองค์กรจะได้มี Productivity มากขึ้น ทำให้คนจำนวน 2,600 คน ทำงานได้เทียบเท่า 4,000 คน เตรียมพร้อมกับความท้าทายจากโปรเจ็กต์ใหม่ ๆ ที่จะเข้ามาอย่างต่อเนื่อง และก้าวสู่การเป็น AI Mastery ที่มี MVP Project เกี่ยวกับ AI ถึง 40 โปรเจ็กต์ภายในปีนี้”