ดร.สันติธาร ชี้โลกยุค AI แบ่งคนทำงาน 4 กลุ่ม-ใครรอด ใครร่วง
ดร.สันติธาร พาบุกมอง “ภาพใหญ่” ของอนาคตแรงงานท่ามกลางกระแส AI ที่เปลี่ยนเกมอย่างรวดเร็ว จากเจ้าของสนาม AI ไปจนถึงผู้ที่ถูกแทนที่และหลุดออกจากระบบ-ประเทศต้องเร่งสร้างระบบ Reskill-Upskill เพื่อให้คนไต่ขึ้นแทนที่จะร่วงลง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของคณะกรรมการนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า เปิดตัวเวอร์ชั่นใหม่ที่ฉลาดและเร็วกว่าเดิมขึ้นไปอีก
แต่บทความนี้ไม่ได้มาชวนคุยฟีเจอร์ของมัน-แต่อยากชวนคุณมอง “ภาพใหญ่” ว่า โลกหลังจากนี้กำลังจัดระเบียบคนทำงานอย่างไร
ในช่วงที่ผ่านมา ผมมีโอกาสพูดคุยเรื่องอนาคตของงานและการศึกษายุค AI กับผู้เชี่ยวชาญหลายคนในวงของ World Economic Forum’s Global Future Council
สิ่งเหล่านี้ทำให้ผมตกตะกอนความคิดใหม่เกี่ยวกับ
“ชะตาชีวิตของคนทำงาน” และ “ความเหลื่อมล้ำรูปแบบใหม่”
ในโลกที่ AI เข้ามาทำงาน “ร่วมกับ” หรือ “แทน” เราอย่างเต็มตัว
โลกใหม่ใบนี้คล้าย “เกม” ที่เราไม่ได้กด Join ด้วยตัวเองไม่มีปุ่ม Pause ไม่มี Tutorial ชัดเจน
แต่ทุกคนถูกดึงเข้าสู่สนามนี้แล้ว-ไม่มากก็น้อย
เลยอยากชวนว่า “เรากำลังเล่นอยู่ในบทบาทไหน”
จาก 4 กลุ่มผู้เล่นหลักในโลกยุค AI :
- AI Landlords-เจ้าของสนามในโลกใหม่
ผู้ที่เป็นเจ้าของสมองของ AI-ตั้งแต่ผู้พัฒนาโมเดลพื้นฐาน (Foundation Models) เจ้าของชิป ศูนย์ข้อมูล ไปจนถึงแพลตฟอร์มระดับโลก AI Landlords ไม่จำเป็นต้องลงเล่นเอง แต่เก็บ “ค่าเช่า” จากผู้เล่นทุกคนในสนาม แม้วันนี้สนามดูเหมือนปิดตายโดยยักษ์ใหญ่ระดับโลก แต่ “ชั้นของแอปพลิเคชั่น” อาจยังเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการรุ่นใหม่-รวมถึงสัญชาติไทย-สร้างผลิตภัณฑ์ สร้างแพลตฟอร์มของตัวเองขึ้นมาได้ประเทศใดสร้างผู้เล่นที่สามารถไต่ขึ้นไปถึงชั้นนี้ได้… ประเทศนั้นอาจกลายเป็นผู้ชนะในยุคใหม่
- The Cyborgs-ผู้เล่นที่ถูก “Buff” โดย AI
คนกลุ่มนี้ไม่สร้าง AI เอง แต่ใช้ AI เป็น “อวัยวะเสริม” ที่หลอมรวมเข้ากับทักษะเดิม ทำให้เก่งขึ้นกว่าที่เคยเป็นหลายเท่า
-นักวิเคราะห์ที่ใช้ AI สแกนข้อมูลได้ในไม่กี่นาที
-หมอที่มี AI คู่คิดช่วยวินิจฉัย
-นักกฎหมายที่จัดการเอกสารได้เร็วกว่าเดิมสิบเท่า
แต่ Cyborgs ต้องเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง เพราะใครที่ใช้ AI ไม่ทัน ก็มีโอกาสหล่นไปอยู่ในกลุ่มถัดไปได้เสมอ AI มาเพิ่มพลังให้คนเก่งกลายเป็น “10x Human” แต่ปัญหาคือโลกใหม่นี้มีจุดย้อนแย้งในระบบ (Experience Paradox)
คนที่จะใช้ AI ได้ดีที่สุด ต้องมี “ความรู้ลึก” ในศาสตร์นั้น ๆ (เช่น รู้ลึกการเงิน กฎหมาย การแพทย์ ฯลฯ) ควบคู่กับทักษะการใช้เอไอ แต่ถ้าองค์กรเร่งใช้ AI แทนคนระดับจูเนียร์ทั้งหมด ระบบจะขาด “พื้นที่บ่มเพาะ” ให้คนกลายเป็นมืออาชีพที่รู้ลึกในอนาคต
แม้ว่านักลงทุนชั้นครูที่ใช้เอไอเป็น ยังเก่งกว่าเอไอเดี่ยว ๆ แต่เราสร้างนักลงทุนชั้นครูได้ยังไง หากทุกคนใช้เอไอแทนการพัฒนาคนรุ่นใหม่หมด
- Service Professionals-ผู้เล่นสายเน้น Human Touch
กลุ่มนี้ทำงานที่ยังต้องใช้ “ความเป็นมนุษย์” อย่างแท้จริง เช่น พนักงานบริการ ช่าง พยาบาล ครูเด็กเล็ก บางคนยังใช้ทักษะมนุษย์เติบโตได้ดี แต่หลายคนในกลุ่มนี้เคยทำงานสายความรู้ หรืออาชีพมั่นคงมาก่อน แต่ถูก AI “Nerf” ลง ทำให้งานเดิมหมดความต้องการในตลาด จึงต้องเปลี่ยนมาอยู่ในตำแหน่งที่รายได้ สวัสดิการ และความมั่นคงลดลง
- The Displaced-ผู้ที่ถูก Nerf จนหลุดจากระบบ
คนกลุ่มนี้ไม่ได้แค่รายได้ลดลง แต่ “หลุดออกจากระบบเศรษฐกิจ” ไปเลย บางคนเคยรุ่งในระบบเดิม แต่ไม่มีโอกาสเรียนรู้ใหม่ทันเวลา อยู่ห่างจากงานนานเกินไป เสียทักษะ หมดไฟ แม้จะอยากกลับมาก็ไม่รู้จะเริ่มยังไง ความเสี่ยงที่น่ากลัวของกลุ่มนี้ไม่ใช่ “ตกงาน”-แต่คือ “หมดหวัง” ผู้เชี่ยวชาญหชายคนบอกว่า ตอนปฏิวัติอุตสาหกรรม ก็มีการเปลี่ยนบทบาทผู้เล่นแบบนี้ เจ้าของเครื่องจักร-คนที่ใช้เครื่องจักรได้-คนที่ถูกแทนที่-และคนที่หลุดออกจากระบบ
และที่ผ่านมางานไม่ได้มีแต่หาย งานใหม่ก็เกิดขึ้นมากมาย เช่น ในยุคดิจิทัลเกิดอาชีพใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน ไรเดอร์ อินฟลูเอนเซอร์ โค้ชออนไลน์ หรือผู้สร้าง Content บนโซเชียลมีเดีย
แต่สิ่งที่ต่างกันคือ “ความเร็วของการเปลี่ยนผ่าน” อดีตอาจใช้เวลาเป็นสิบปี วันนี้ใช้เวลาแค่ไม่กี่เดือน
ในยุค AI ก็จะเกิดอาชีพใหม่เช่นกัน แต่คำถามคือ… เรามีระบบ Reskill/Upskill ที่เร็วพอไหม ? โจทย์ของประเทศ ไม่ใช่แค่ “จะใช้ AI ยังไง ?” แต่คือ… จะทำอย่างไรให้คนหลุดจากกลุ่ม Displaced ได้น้อยที่สุด
-จะสร้างระบบ Reskill-Upskill ที่เร็วพอให้คนไต่ขึ้นเป็น Cyborg ได้ทัน
-จะเปิดทางให้ Startup ไทยก้าวสู่ระดับ Application Layer ของเศรษฐกิจ AI ได้อย่างไร ?
-จะสร้าง “AI Landlord สัญชาติไทย” ขึ้นมาได้จริงไหม ?
ประเทศไหนสร้าง “คน” ที่ย้ายกลุ่มได้ไวและยั่งยืน… ประเทศนั้นชนะ และคำถามที่หลายคนยังมองข้ามคือ-ถ้าโลกยุคใหม่กำลังจัดระเบียบ “ผู้เล่น” ใหม่ แล้ว “ผู้บริโภค” ล่ะ… จะหน้าตาเป็นอย่างไร ?
ในโลกที่แรงงานจำนวนหนึ่งถูก Nerf หรือหลุดจากระบบ กำลังซื้อในระบบเศรษฐกิจจะกระจุกอยู่แค่บางกลุ่มหรือไม่ ?
เราจะผลิตสินค้าและบริการสำหรับใคร ?
ทั้งหมดนี้เป็นคำถามที่ยังไม่มีคำตอบ แต่ทุกคนคงต้องรีบมาช่วยกันคิดแล้วครับ
ลองใช้โมเดลตัวใหม่กันหรือยังครับ