Skip to content

ETIX Everywhere ลงทุน 7.5 พันล้าน เปิดศูนย์ดาต้าเซ็นเตอร์ใหม่ BKK2

14 ส.ค. 2568 | 18:21น.
ETIX Everywhere ลงทุน 7.5 พันล้าน เปิดศูนย์ดาต้าเซ็นเตอร์ใหม่ BKK2

ETIX Everywhere ทุ่ม 7.5 พันล้านบาท เปิดตัวศูนย์ดาต้าเซ็นเตอร์แห่งที่ 2 “ETIX BKK#2” ขนาด 27,000 ตารางเมตร และพร้อมให้บริการด้าน IT เพิ่มเติมอีก 23 เมกะวัตต์ รับดีมานด์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากการใช้งาน AI พุ่ง ชี้ชัดไทยก้าวขึ้นเป็นผู้นำดาต้าเซ็นเตอร์ภูมิภาค แซงหน้าอินโดนีเซียแล้ว

นายปิแอร์ ปาทริส ซีอีโอ ประจำภูมิภาคเอเชียของ ETIX Everywhere ผู้ให้บริการดาต้าเซ็นเตอร์ระดับสากล เปิดเผยว่า ศูนย์ดาต้าเซ็นเตอร์ทั้งแคมปัสได้รับการออกแบบมาเพื่อรองรับ งานประมวลผลความหนาแน่นสูง (High-Density Computing) เช่น งานด้าน AI, การประมวลผลกราฟิก (GPU) และระบบคลาวด์ขนาดใหญ่บนที่ดินขนาด 27,000 ตารางเมตร มีพื้นที่อาคารกว่า 16,000 ตารางเมตร

โดยศูนย์ข้อมูลแห่งใหม่นี้ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการใช้งานที่เข้มข้นเป็นพิเศษ รองรับพลังงานได้สูงถึง 150 กิโลวัตต์ต่อแร็ก พร้อมระบบระบายความร้อนที่หลากหลาย ทั้งแบบลม แบบของเหลว และแบบแช่ในของเหลว (Immersion Cooling) เพื่อรองรับโครงสร้างพื้นฐานยุคใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ขณะเดียวกันก็ยังสามารถใช้งานร่วมกับระบบ IT แบบเดิมได้อย่างไร้รอยต่อ

“การพัฒนา ETIX BKK#1 เป็นไปอย่างก้าวกระโดด เราเพิ่มกำลังการให้บริการขึ้นถึง 6 เท่าในเวลาเพียง 3 ปี ขณะนี้เรามีความจุพร้อมให้ใช้งานทันทีอีก 2 เมกะวัตต์ และการเปิด ETIX BKK#2 พร้อมอีก 23 เมกะวัตต์ก็ถือเป็นจังหวะที่เหมาะสมอย่างยิ่ง จุดแข็งสำคัญคือ ETIX BKK#2 ตั้งอยู่ติดกับอาคารเดิม ลูกค้าสามารถใช้ระบบโทรคมนาคม ระบบไฟเบอร์ และระบบสนับสนุนอื่น ๆ ร่วมกันได้ทั้งหมด เหมือนอยู่ในอาคารเดียวกัน ช่วยลดต้นทุนและความซับซ้อนในการขยายระบบ” นายปิแอร์กล่าว

อย่างไรก็ดี การเปิดตัวครั้งนี้เกิดขึ้นควบคู่กับการเผยแพร่สมุดปกขาว (White Paper) เรื่อง “แนวโน้มศูนย์ดาต้าเซ็นเตอร์ในประเทศไทย ปี 2568” ซึ่ง ETIX Everywhere จัดทำร่วมกับผู้เชี่ยวชาญจากบริษัทชั้นนำ ได้แก่ Schneider Electric, CommScope, DC Byte และ Cushman & Wakefield

โดยชี้ให้เห็นว่า อุตสาหกรรมดาต้าเซ็นเตอร์ของไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ ด้วยการขยายกำลังการให้บริการอย่างรวดเร็ว การลงทุนจากบริษัทเทคโนโลยีระดับโลก (hyperscaler) ที่เพิ่มขึ้น และการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วไปสู่โครงสร้างพื้นฐานที่รองรับปัญญาประดิษฐ์ (AI) ข้อมูลเชิงลึกเหล่านี้มาจากการเสวนาระดับสูงที่จัดโดย Etix Everywhere ในงาน BKNIX Peering Forum ซึ่งรวบรวมผู้นำความคิดจากทั่วโลกมาร่วมวิเคราะห์บทบาทที่เพิ่มขึ้นของประเทศไทยในเศรษฐกิจดิจิทัลของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ข้อมูลสำคัญ คือ
• ไทยแซงหน้าอินโดนีเซีย ในแง่ของกำลังการให้บริการที่ใช้งานอยู่ โดยมีมากกว่า 150 เมกะวัตต์ และอีกกว่า 500 เมกะวัตต์ อยู่ระหว่างการพัฒนา

• แนวโน้มการใช้งานเปลี่ยนไปสู่ระบบที่ใช้ GPU หนาแน่น เช่น AI และ Machine Learning ทำให้ต้องใช้แร็กแบบกำลังไฟสูง และระบบระบายความร้อนที่มีประสิทธิภาพ

• เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) กำลังกลายเป็นศูนย์กลางด้านการฝึก AI การจัดเก็บข้อมูลชั่วคราว และเป็นที่ตั้งของแคมปัสดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่ของบริษัทระดับโลก

• นักลงทุนได้ประโยชน์จากสิทธิพิเศษของ BOI รวมถึงความยืดหยุ่นในการถือครองกรรมสิทธิ์โดยชาวต่างชาติ และการเข้าถึงระบบพลังงานและไฟเบอร์ที่ได้รับการอนุมัติล่วงหน้า

• ความยั่งยืนเป็นหัวใจสำคัญ โดยศูนย์ดาต้าเซ็นเตอร์ตั้งเป้าค่า PUE (ค่าประสิทธิภาพการใช้พลังงาน) ต่ำกว่า 1.4 มีการใช้พลังงานหมุนเวียนในพื้นที่ และเริ่มมีการติดตั้งระบบกักเก็บพลังงาน (BESS) เพื่อใช้ควบคู่กับพลังงานสะอาด

นอกจากนี้ ในโครงการ BKK2 มีการลงทุน 200 ล้านยูโร หรือราว 7.5 พันล้านบาท

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ดาต้าเซ็นเตอร์