ETDA ชู 11 นโยบาย หนุนการวางรากฐานจริยธรรม AI
ETDA-AI
ETDA เปิดผลศึกษา “แนวทางขับเคลื่อน AI ไทยสู่มาตรฐานโลก” ชู 11 นโยบายหลักตามกรอบ UNESCO หนุนทุกภาคส่วนวางรากฐานจริยธรรม AI
ดร.ชัยชนะ มิตรพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) หรือ ETDA กล่าวว่า ETDA มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนประเด็น AI Governance ในเวทีโลก ผ่านการสร้างเครือข่ายและความร่วมมือระหว่างประเทศ ภายใต้กรอบแนวคิด AI Global Practice Center ที่มุ่งเน้น 4 เสาหลัก ได้แก่
- Capacity Building การสร้างขีดความสามารถของประเทศให้พร้อมรับมือกับความท้าทาย
- Observatory การจัดตั้งศูนย์เฝ้าระวังเพื่อติดตามข้อมูล มาตรฐาน และแนวโน้มการกำกับดูแลทั่วโลก
- R&D การส่งเสริมการวิจัยและพัฒนา ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ทดลอง (Sandbox) หรือกรอบการประเมินเพื่อสร้าง AI ที่น่าเชื่อถือ
- Expert Network การสร้างเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญที่เชื่อถือได้ เพื่อนำความรู้ระดับสากลมาปรับใช้กับบริบทของไทย
เมื่อเร็ว ๆ นี้ ETDA ร่วมกับ บริษัท โบลลิเกอร์ แอนด์ คอมพานี (ประเทศไทย) จำกัด จัดการสัมมนาเผยแพร่ผลการศึกษาและข้อเสนอเชิงนโยบาย เพื่อนำเสนอผลการศึกษาและระดมความเห็นจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในระบบนิเวศปัญญาประดิษฐ์ของไทย สู่การกำหนดแผนปฏิบัติการที่สอดคล้องกับหลักจริยธรรมสากล สร้างความเชื่อมั่นในการใช้เทคโนโลยี AI อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม
ภายในงานได้นำเสนอผลการศึกษาและร่างข้อเสนอแนะเชิงนโยบายตาม 11 Key Policy Areas ที่ระบุใน UNESCO Recommendation on the Ethics of Artificial Intelligence ได้แก่
- การประเมินผลกระทบทางจริยธรรม (Ethical Impact Assessment)
- การกำกับดูแลและการจัดการด้านจริยธรรม (Ethical Governance and Stewardship)
- นโยบายการกำกับดูแลข้อมูล (Data Policy)
- การพัฒนาและความร่วมมือระหว่างประเทศ (Development and International Cooperation)
- สิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศ (Environment and Ecosystems)
- เพศ (Gender)
- วัฒนธรรม (Culture)
- การศึกษาและวิจัย (Education and Research)
- การสื่อสารและข้อมูล (Communication and Information)
- เศรษฐกิจและแรงงาน (Economy and Labour)
- สุขภาพและสุขภาวะทางสังคม (Health and Social Well-being)
ผลการศึกษาฉายภาพความพร้อมของประเทศที่น่าสนใจ โดยพบว่าไทยมีความก้าวหน้าที่แข็งแกร่งในบางมิติ แต่ก็ยังมีช่องว่างในมิติอื่นที่ต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษ อาทิ ในกลุ่มนโยบายด้านธรรมาภิบาลและกฎหมายพื้นฐาน ประเทศไทยมีรากฐานที่มั่นคงอย่างยิ่งใน ด้านนโยบายข้อมูล (Data Policy) โดยมีการบังคับใช้พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (PDPA) อย่างเต็มรูปแบบตั้งแต่ปี พ.ศ. 2565
อย่างไรก็ตาม ในด้านธรรมาภิบาลและการกำกับดูแล (Ethical Governance) พบว่ากฎหมายหลักที่กำกับดูแล AI โดยตรงยังอยู่ในขั้นตอนการร่างและรับฟังความคิดเห็น ขณะที่ด้านการประเมินผลกระทบทางจริยธรรม (Ethical Impact Assessment – EIA) ยังไม่มีกรอบการทำงานระดับชาติที่กำหนดให้เป็นมาตรฐานภาคบังคับอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการกำกับดูแลเชิงรุกที่ต้องเร่งผลักดัน
ในกลุ่มนโยบายด้านทุนมนุษย์และผลกระทบต่อสังคม นับเป็นกลุ่มที่เห็นความแตกต่างอย่างชัดเจน ประเทศไทยมีความโดดเด่นอย่างยิ่งใน ด้านการศึกษาและการวิจัย (Education and Research)
โดยรัฐบาลได้ริเริ่มโครงการขนาดใหญ่เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจด้าน AI และจริยธรรมในวงกว้าง เช่น แพลตฟอร์ม THAI Academy ที่ตั้งเป้าให้ความรู้แก่ประชาชนหลายล้านคน รวมถึงด้านเศรษฐกิจและแรงงาน (Economy and Labour) ที่มีความสำเร็จอย่างสูงในโครงการยกระดับทักษะ (Upskilling/Reskilling) ภายใต้ยุทธศาสตร์ AI แห่งชาติ
ขณะที่การศึกษากลับพบช่องว่างใหญ่ในด้านเพศ (Gender) ซึ่งถูกประเมินว่าเป็นหนึ่งในด้านที่มีความก้าวหน้าน้อยที่สุด โดยขาดข้อมูลสัดส่วนผู้หญิงในสายงาน AI และยังไม่มีกรอบนโยบายที่ชัดเจนเพื่อจัดการกับอคติทางเพศในระบบอัลกอริทึม เป็นต้น