LINE MAN Wongnai
ซีอีโอ LINE MAN Wongnai สนับสนุนให้โครงการ “คนละครึ่ง” คัมแบ็ก เพราะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ-แก้ปัญหายอดขายตกได้จริง หลังโครงการรอบที่แล้วช่วยร้านเล็กกระตุ้นยอดขายโต 1.7-4 เท่า พร้อมชงการเสริมสิทธิพิเศษให้บริษัทที่ต้องการ IPO ในไทย
นายยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai กล่าวว่า LINE MAN Wongnai สนับสนุนให้โครงการ “คนละครึ่ง” กลับมาอีกครั้ง เพราะช่วยแก้ปัญหาเรื่องค่าครองชีพได้จริง ช่วยให้ธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางทำธุรกิจได้คล่องตัวขึ้น รวมถึงเป็นเรื่องดีสำหรับวงการร้านอาหารไทยที่ประสบปัญหายอดขายตกอย่างหนักในปีนี้
จากสถิติของ LINE MAN Wongnai พบว่ายอดขายเฉลี่ยของร้านอาหารทั่วประเทศไทยลดลงมาตั้งแต่ต้นปี 2568 ที่ผ่านมา โดยไตรมาส 2 ลดลงมากถึง 14% หากดูเฉพาะพื้นที่กรุงเทพฯ ยอดขายลดลง 16%, พื้นที่ย่านธุรกิจ (Central Business District : CBD) 19% และพื้นที่ยอดนิยมอย่างบรรทัดทองลดลงถึง 35%
“มีการศึกษามาแล้วว่า โครงการลักษณะ Copayment ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้ดีกว่าการที่รัฐจ่ายให้ 100% เพราะสามารถป้องกันการฉ้อโกงได้ในระดับหนึ่ง เนื่องจากลูกค้าต้องออกเงินด้วย และใช้จ่ายไปยังร้านค้าที่ต้องลงทะเบียนจริง อีกทั้งยังสร้างพายุหมุนทางเศรษฐกิจได้นานกว่า เนื่องจากมีการจำกัดวงเงินรายวัน ดีกว่าเงินให้เปล่าที่อาจเกิดการใช้จ่ายเพียงครั้งเดียว”
นายยอดกล่าวต่อว่า ในฐานะที่ LINE MAN Wongnai เคยร่วมโครงการคนละครึ่งรอบที่แล้ว และมีร้านค้าเข้าร่วมโครงการมากกว่า 5 หมื่นร้าน พบว่ายอดขายของร้านขนาดเล็กโตขึ้น 1.7-4 เท่าในช่วงนั้น รวมถึงหลังจบโครงการก็ยังสามารถรักษายอดขายได้อย่างต่อเนื่อง
“หากรัฐบาลมีอายุเพียง 4 เดือนก่อนยุบสภา การนำระบบไอทีเดิมที่เคยมีอยู่แล้วกลับมาใช้งาน ก็น่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดในแง่ระยะเวลาการทำงาน ส่วนการยืนยันตัวตนร้านค้าที่อาจเปลี่ยนหน้าไปบ้างในช่วง 3-4 ปีที่ไม่มีโครงการคนละครึ่ง ก็สามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีช่วยได้”
นายยอดบอกด้วยว่า เร็ว ๆ นี้ LINE MAN Wongnai จะเข้าไปพูดคุยกับพรรคภูมิใจไทยที่เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล เกี่ยวกับกรณีศึกษาการทำโครงการคนละครึ่งครั้งที่แล้ว และข้อมูลร้านอาหารที่อัพเดตเป็นปัจจุบัน
ส่วนประเด็นอื่น ๆ ที่ต้องการให้รัฐบาลสนับสนุนเพิ่มเติมในระยะยาว คือการสนับสนุนการเติบโตของบริษัทขนาดใหญ่ โดยเฉพาะการเสนอขายหุ้นต่อสาธารณะครั้งแรก (IPO) ซึ่งข้อเสนอของตลาดหลักทรัพย์ในต่างประเทศมีหลายสิ่งที่จูงใจกว่า เช่น สิทธิประโยชน์ทางภาษี และความยืดหยุ่นของข้อกฎหมายต่าง ๆ เป็นต้น
“เราเป็นบริษัท Made in Thailand ต้องอยาก IPO ในตลาดประเทศไทยอยู่แล้ว ซึ่งการปลดล็อกนโยบายเหล่านี้ เป็นความคาดหวังในระยะยาว ที่ต้องมาพร้อมกับเสถียรภาพของรัฐบาล”