Skip to content

ผ่ากลยุทธ์ยักษ์ ‘ซิสโก้’ พาองค์กรไทยก้าวผ่าน ‘AI Disruption’

29 ก.ย. 2568 | 09:10น.
ผ่ากลยุทธ์ยักษ์ ‘ซิสโก้’ พาองค์กรไทยก้าวผ่าน ‘AI Disruption’

การเปลี่ยนผ่านสู่ยุค AI Disruption นำมาซึ่งความเปลี่ยนแปลงภายในองค์กรธุรกิจต่าง ๆ หลายอย่าง ตั้งแต่การปรับสกิลเซตคนในองค์กรให้พร้อมเรียนรู้สิ่งใหม่ การปรับกระบวนการทำงานไปจนถึงการเตรียมความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานที่หลายองค์กรยังมองข้ามไป

จากผลสำรวจในรายงาน Cisco’s 2024 AI Readiness Index ระบุว่า ในปีที่ผ่านมา องค์กรมีความจำเป็นเร่งด่วนในการนำ AI มาใช้ และขณะเดียวกันเทคโนโลยี AI ก็นำมาซึ่งความท้าทายใหม่ ๆ ไม่ว่าจะเป็นความซับซ้อนที่เพิ่มขึ้น แรงกดดันต่อโครงสร้างพื้นฐานเดิม และปัญหาด้านความน่าเชื่อถือ

ฉายภาพ 3 ความท้าทาย

“วีระ อารีรัตนศักดิ์” กรรมการผู้จัดการ ซิสโก้ ประจำประเทศไทย และเมียนมา กล่าวว่า วิวัฒนาการของเทคโนโลยีกำลังเปลี่ยนผ่านไปอย่างรวดเร็ว หากย้อนกลับไปในยุคที่เริ่มมีการใช้งานอินเทอร์เน็ตในช่วงปี 1980 ขยับมาสู่ยุค Cloud Adoption ที่องค์กรหันมาทำงานบนคลาวด์ แทนการลงทุนเซิร์ฟเวอร์ของตนเอง กระทั่งมาถึงยุคของ AI ที่ใช้ Universal Data หรือชุดข้อมูลภายนอกมาประมวลผลอยู่เบื้องหลัง

อย่างไรก็ตาม องค์กรไทยมีเวลาในการเตรียมโครงสร้างพื้นฐานที่เหมาะสมกับการใช้งาน AI อย่างจำกัด และยังต้องเผชิญกับความท้าทายหลัก ๆ 3 เรื่อง ได้แก่ 1.โครงสร้างพื้นฐานที่ไม่พร้อมรองรับ เพราะโครงสร้างพื้นฐานในอดีตไม่ได้เตรียมไว้สำหรับการใช้งาน AI โดยเฉพาะขั้นตอน Training Model ที่ต้องใช้ปริมาณข้อมูลมหาศาล

จากผลการศึกษา Cisco’s 2025 Networking Report ระบุว่า ผู้นำด้านไอทีไทยมองว่ามีดาต้าเซ็นเตอร์น้อยกว่า 1 ใน 3 ได้รับการปรับปรุงให้เหมาะสมกับงาน AI ที่มีความสามารถขั้นสูงแล้ว ด้วยความจุดาต้าเซ็นเตอร์ของไทยที่คาดว่าจะขยายตัว 3 เท่าใน 3 ปีข้างหน้า

2.ความเสี่ยงด้านความปลอดภัยไซเบอร์ เนื่องจากมีการใช้ข้อมูลทั้งภายใน และภายนอก ทำให้มีความเสี่ยงด้านความปลอดภัยสูงมาก และ 3.ความน่าเชื่อถือและการยอมรับ หลายองค์กรยังมีความกังวลเรื่องความปลอดภัย และความน่าเชื่อถือจากการใช้งาน AI

3 กลยุทธ์ปีงบฯ 2026

“วีระ” กล่าวต่อว่า สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้ในปีงบประมาณ 2026 (1 ส.ค. 2025-31 ก.ค. 2026) ซิสโก้จะขับเคลื่อนกลยุทธ์ในประเทศไทย ผ่าน 3 เรื่องหลัก

ประกอบด้วย 1.ดาต้าเซ็นเตอร์ที่พร้อมใช้งาน AI โดยปรับปรุง ดาต้าเซ็นเตอร์ให้รองรับ AI และใช้ AI เข้ามาช่วยบริหารจัดการดาต้าเซ็นเตอร์ เช่น โซลูชั่น Cisco Secure AI Factory ที่ร่วมกับ NVIDIA ช่วยให้การสร้างเครือข่ายดาต้าเซ็นเตอร์พร้อมใช้งาน AI ง่ายขึ้น พร้อมฝังระบบรักษาความปลอดภัยด้วย Cisco AI Defense และ Hybrid Mesh Firewall

2.สถานที่ทำงานที่พร้อมรับอนาคต มีการเตรียมพร้อมสำหรับสภาพแวดล้อมการทำงานแบบไฮบริด (Hybrid Workplace) และระยะไกล (Remote Working) ทำให้การยืนยันตัวตน และประเด็นด้านความปลอดภัยสำคัญยิ่งขึ้น

“รูปแบบการทำงานไม่มีทางกลับไปเหมือนช่วงก่อนโควิด-19 ที่ทุกคนเข้าออฟฟิศอีกแล้ว ทุกวันนี้เวลาสัมภาษณ์งาน เด็ก ๆ จะถามตลอดว่าทำงานแบบรีโมตได้ไหม ไม่ต้องเข้าออฟฟิศได้หรือเปล่า”

และ 3.ความยืดหยุ่นทางดิจิทัล ทำให้ดาต้าเซ็นเตอร์ สถานที่ทำงาน และโครงสร้างดิจิทัลทั้งหมดมีความยืดหยุ่นต่อภัยคุกคามทุกประเภท เพราะระบบไอทีไม่ได้เป็นเพียงส่วน “สนับสนุน” ทางธุรกิจ แต่ได้กลายเป็น “แกนหลัก” ของธุรกิจไปแล้ว หากระบบขัดข้องขึ้นมา จะเกิดความเสียหายมูลค่ามหาศาลทันที

“การปรับเปลี่ยนวิธีการออกแบบ ขยายขนาด และรักษาความปลอดภัยของโครงสร้างพื้นฐาน เป็นเรื่องที่องค์กรจำเป็นต้องทำ เพราะนอกจากต้องรองรับความต้องการด้าน AI ที่มีแต่จะสูงขึ้นแล้ว ยังเป็นการอัพเกรดอุปกรณ์ตามรอบใช้งานให้ทันสมัยขึ้นด้วย”

เปิดตัว AI Canvas

นอกจากนี้ ซิสโก้ยังใช้แนวทางแพลตฟอร์ม (Platform Approach) รวมโซลูชั่นต่าง ๆ เป็นหนึ่งเดียว ทั้งเครือข่าย ความปลอดภัย การสังเกตการณ์ และการทำงานร่วมกัน พร้อมฝังระบบรักษาความปลอดภัยเข้าไปในเครือข่าย เพื่อให้การใช้งานมีเสถียรภาพ และเพิ่มความคล่องตัวในการจัดการปัญหาต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว

โดยในปลายปี 2025 นี้ ซิสโก้เตรียมเปิดตัวโซลูชั่นใหม่ “AI Canvas” หรือ AI Assistant Platform ที่ได้รับการออกแบบเพื่อทำงาน “On Top” ให้มองเห็นภาพรวมของเครือข่ายผ่านการแสดงผลแบบ “แดชบอร์ด” ที่สามารถดึงข้อมูลทั้งหมดที่มีอยู่บนแพลตฟอร์มมาวิเคราะห์ ตรวจสอบ และให้คำแนะนำในการแก้ปัญหาทีละสเต็ป

เบื้องหลัง “AI Canvas” เป็น Agentic AI ทำให้ประมวลผลโดยอัตโนมัติ และสามารถใช้ภาษามนุษย์ (Human Language) เพื่อสั่งการ และหาคำตอบได้ทันที เช่น “เน็ตเวิร์กช้า เกิดอะไรขึ้น” เป็นต้น

“การรวมข้อมูลจากเครือข่าย ระบบรักษาความปลอดภัย และแอปพลิเคชั่นทั้งหมด มาไว้บนแพลตฟอร์มเดียว จะทำให้องค์กรมองเห็นปัญหาในภาพรวม และช่วยลดความซ้ำซ้อนในการใช้คนเข้าไปตรวจสอบในแต่ละจุด เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานด้วยจำนวนทรัพยากรที่มีอยู่เท่าเดิม”

“วีระ” บอกด้วยว่า ที่ผ่านมา ซิสโก้มีการเติบโตด้าน AI อย่างต่อเนื่อง โดยปีงบประมาณ 2025 (1 ส.ค. 2024-31 ก.ค. 2025) บริษัทได้รับคำสั่งซื้อโครงสร้างพื้นฐาน AI มูลค่ามากกว่า 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (6.4 หมื่นล้านบาท) สูงกว่าเป้าหมายเดิมที่ 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (3.2 หมื่นล้านบาท) ถึง 2 เท่า

ส่งเสริมอัพสกิลคน

ฝั่งการพัฒนาทักษะคน “วีระ” บอกว่า ซิสโก้มีโปรแกรม Country Digital Acceleration Program ที่ช่วยผลักดันการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลในประเทศสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจท้องถิ่น ผ่านโปรแกรมพัฒนาทักษะด้าน AI, Cybersecurity และ Networking อย่าง “Cisco Networking Academy” ซึ่งมีนักเรียนไทยเข้าร่วมโปรแกรมแล้ว 117,000 คน และกว่า 31% เป็นนักเรียนผู้หญิง

“แต่ละปีมีนักเรียน นักศึกษา และคนทั่วไป ต้องการอัพสกิลเข้ามาเรียนในโปรแกรมของเรา ประมาณ 20,000 คน และจากผลสำรวจในปีที่ผ่านมา พบว่าใบรับรองการจบหลักสูตรของซิสโก้ ยังช่วยให้นักเรียนกว่า 99% ได้งาน หรือมีโอกาสศึกษาต่อตามที่ต้องการ”

แม่ทัพซิสโก้ ประเทศไทย และเมียนมา ทิ้งท้ายด้วยว่า ซิสโก้ดำเนินธุรกิจในไทยมากกว่า 30 ปี และยังคงมุ่งมั่นในการเชื่อมต่อผู้คนกับเทคโนโลยี พร้อมช่วยองค์กรไทยขับเคลื่อนธุรกิจในยุค AI และใช้ประโยชน์จาก AI เพื่อเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลโดยสมบูรณ์

แท็กที่เกี่ยวข้อง

AI (เอไอ) ซิสโก้ (Cisco)