นอกจากเป็นนักแสดงมากฝีมือที่มีผลงานการันตี “พีช-พชร จิราธิวัฒน์” หนึ่งในทายาทคนดังของ “เครือเซ็นทรัล” ยังเป็นที่รู้จักในบทบาทของนักธุรกิจรุ่นใหม่ ผู้ร่วมปลุกปั้นแบรนด์ร้านอาหารและเครื่องดื่มดาวรุ่ง ภายใต้การบริหารงานของ “Rocks Group” ไม่ว่าจะเป็น Potato Corner, ข้าวโซอิ (Khao So-i) และ Uno Coffee
ความสำเร็จของทั้ง 3 แบรนด์ ทำให้ Rocks Group ขึ้นแท่นเครือร้านอาหารมาแรงที่น่าจับตาขึ้นเรื่อย ๆ
จากการตรวจสอบข้อมูลบน Creden Data พบว่า บริษัท ร็อคส์ พีซี จำกัด สามารถสร้างการเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง โดยปี 2565 มีรายได้ 553 ล้านบาท กำไร 25 ล้านบาท ปี 2566 รายได้ 630 ล้านบาท กำไร 37 ล้านบาท และปี 2567 รายได้ 782 ล้านบาท กำไร 62 ล้านบาท
ในงาน Bitkub Summit 2025 ที่ผ่านมา “พีช” ในฐานะผู้ร่วมก่อตั้ง Rocks Group ได้บรรยายในหัวข้อ “Thai SMEs Reshape 2026 ทางรอด SMEs ไทย” พร้อมถ่ายทอดแนวคิด และเรื่องราวชีวิตพาร์ตการเป็นนักธุรกิจที่น่าสนใจหลากหลายแง่มุม
จุดเริ่มต้นเส้นทางนักธุรกิจ
“พีช” เล่าว่า จุดเริ่มของการทำธุรกิจเกิดจาก “แพสชั่น” และความสนใจเกี่ยวกับอาหาร เป็นคนชอบกินของอร่อย ๆ มาตั้งแต่เด็ก จนมีความฝันว่า “อยากเปิดร้านอาหารของตัวเองสักครั้ง”
ประกอบกับช่วงที่เรียนอยู่มหาวิทยาลัย มีเพื่อน ๆ มาชวนให้หาอะไรทำด้วยกัน จึงตัดสินใจทำธุรกิจเล็ก ๆ ขึ้นมา
“ไม่ได้ตั้งใจทำธุรกิจในสเกลแบบเอ็นเตอร์ไพรส์ ตอนแรกแค่อยากทำธุรกิจเหมือนกลุ่มเพื่อนมารวมตัวทำกิจกรรมด้วยกัน ถ้าเป็นคนอื่นอาจจับกลุ่มกันทำวงดนตรี แต่เพื่อนผมเล่นดนตรีไม่เป็น เลยมาจบที่ตรงนี้”
ทำไมเลือก Potato Corner ?
หลังตกลงกันในกลุ่มเพื่อนว่า จะทำธุรกิจ “ร้านอาหาร” ก็ทดลองทำมาหลายโมเดล ลองผิดลองถูกมา 3-4 รอบ ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหารแบบฟูลเซอร์วิส หรือไฟน์ไดนิ่ง
แต่ขณะนั้นยังขาดประสบการณ์ และความรู้หลายอย่าง เช่น การบริหารสต๊อกและรายการสินค้า (Inventory) จนได้เจอกับ “Potato Corner” ร้านเฟรนช์ฟรายส์จากฟิลิปปินส์แล้ว รู้สึกว่า “ตอบโจทย์ที่สุด”
“การทำงานกับแบรนด์ที่มีเพลย์บุ๊กของตนเองอยู่แล้ว ช่วยให้เราออกสตาร์ตได้ง่ายขึ้น เพราะเหมือนมีคนมาช่วยตีกรอบให้และตัดชอยซ์หลายอย่างที่ไม่จำเป็น เช่น ต้องมี 4 รสหลักที่ขายทุกสาขา หรืออย่างสีประจำแบรนด์ ก็ถูกกำหนดมาแล้วว่า ใช้ได้แค่นี้”
แม้แบรนด์แม่จะมีเพลย์บุ๊กไกด์ไลน์มาให้ แต่ประเทศไทยเป็นตลาดที่มีความ “ยูนีค” ทำให้จำเป็นต้อง “รื้อ” บางอย่างในเพลย์บุ๊ก
แล้วโลคอลไลซ์ (การปรับให้เข้ากับสถานที่) ให้เข้ากับสไตล์ของคนไทย เช่น การมีหน้าร้านตามสาขาต่าง ๆ ซึ่งจะต่างกับในต่างประเทศที่เป็นตู้คีออสก์ (Kiosk) รวมถึงวิธีการทำตลาดที่ต้องรุกแบบ Aggressive เพราะการแข่งขันในตลาด F&B ของไทยรุนแรงมาก
“เทสต์การกินของคนไทยมีความเฉพาะตัวมาก ก่อนเปิดตัวเป็นทางการ ทีมอินเฮาส์ใช้เวลา R&D (วิจัยและพัฒนา) เรื่องโปรดักต์และรสชาติอยู่ประมาณ 1 ปีครึ่ง”
อยากให้แบรนด์โตด้วยตัวเอง
“พีช” พูดถึงการใช้ Personal Branding ในการขับเคลื่อนธุรกิจ และยอมรับว่า “ชื่อเสียง” หรือ “ความเป็นดารา” มีประโยชน์กับการเติบโตของแบรนด์ในช่วงแรก ๆ
แต่ถ้าแบรนด์ผูกติดกับ “ตัวตน” ของเจ้าของมาก ๆ แล้ว ในอนาคตจะทำอย่างไร หากตัวเราอยากไปทำอย่างอื่นแทน แล้วแบรนด์จะไปต่ออย่างไร ?
“แนวทางการใช้ Personal Branding ไม่มีถูกหรือผิดอยู่แล้ว แต่สำหรับผมมองเรื่องความยั่งยืนของแบรนด์ อยากให้แบรนด์อยู่ได้โดยไม่มีเรา และสิ่งที่สร้างมา หรือทีมที่ทำงานมาด้วยกันต้องมีอะไรในมือที่ไปต่อได้ในวันที่เราไม่อยู่แล้ว”
AI คือ Team Player
มุมมองต่ออิทธิพลของ AI ในโลกธุรกิจ สำหรับ “พีช” มองว่า ในอุตสาหกรรม F&B ยังถูก AI เข้ามาแทนที่ได้ยาก
เพราะแกนหลักในการให้บริการ คือ “คน” แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า AI เป็นเทคโนโลยีที่มาแรงมาก ๆ ในฐานะผู้ประกอบการต้องหาวิธีที่จะนำ AI เข้ามาใช้เพิ่มประสิทธิภาพธุรกิจให้ดียิ่งขึ้น
ซึ่งใน Rocks Group ก็มีการประยุกต์ใช้ AI ในหลายด้าน
เช่น การวางแผนจัดแคมเปญการตลาด ที่กำหนดขอบเขตได้ชัดขึ้น การวางดราฟต์กราฟิก ที่ช่วยลดเวิร์กโหลดของทีมได้เยอะมาก
รวมถึงการเลือกที่ตั้งสาขานั้น AI จะช่วยตัดชอยซ์หรือทางเลือกตามเกณฑ์ที่ใส่ข้อมูลเข้าไป ทำให้ประหยัดเวลาในการไปสำรวจพื้นที่จริง เป็นต้น
“ผมว่า AI คือ Team Player ที่ช่วยให้ทีมแกร่งขึ้น สามารถเทรน AI ผ่านดาต้าเบสของบริษัท แล้วปรับให้เข้ากับการทำงานของฝ่ายต่าง ๆ ได้ ช่วยประหยัดเวลา ตัดสินใจได้เร็วขึ้น ทั้งลดต้นทุนการทำงานหลาย ๆ อย่าง”
“พีช” ฝากคำแนะนำถึงผู้ประกอบการหน้าใหม่ด้วยว่า แม้ทุกคนจะรู้สึกว่าช่วงนี้ การเป็น SMEs ลำบากมาก
“แต่ผมมองว่า นี่คือ โอกาสทอง ที่ SMEs จะโตเร็วที่สุด เมื่อธุรกิจสร้างคุณค่าให้กับลูกค้าได้อย่างแท้จริง”
เพราะถ้าเทียบกับคอร์ปอเรตหรือองค์กรแล้ว เขาต้องแบกรับ “ต้นทุน” ค่อนข้างเยอะ และกำลังเจอกับความท้าทายที่หนักกว่ามาก