Skip to content

ทศวรรษใหม่ Shopee พาแบรนด์ไทยไปอาเซียน ขยายน่านน้ำ Content Commerce

15 พ.ย. 2568 | 08:30น.
ทศวรรษใหม่ Shopee พาแบรนด์ไทยไปอาเซียน ขยายน่านน้ำ Content Commerce

เป็นเวลากว่า 1 ทศวรรษ ที่ “ช้อปปี้” (Shopee) แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซในเครือ Sea Group ปักธงเข้ามาทำตลาดในประเทศไทย และทำให้ภูมิทัศน์ของค้าปลีกไทยเปลี่ยนผ่านสู่ความเป็นออนไลน์เต็มรูปแบบ

ในงาน Shopee SUMMIT TOGETHER WE GROW เมื่อเร็ว ๆ นี้ “ช้อปปี้” ประกาศวิสัยทัศน์การเป็น “ประตูสู่เศรษฐกิจดิจิทัล” พร้อมกางโรดแมปโปรแกรมและบริการใหม่ ๆ สนับสนุนทั้งผู้ซื้อ และผู้ขาย

ก้าวสู่ทศวรรษใหม่

“ฮันดิกา จาห์จา” กรรมการผู้จัดการใหญ่ ช้อปปี้ (ประเทศไทย) กล่าวว่า ที่ผ่านมาช้อปปี้มอบประสบการณ์ที่สะดวกและเข้าถึงง่ายให้ทั้งผู้ซื้อ และผู้ขาย โดยในฝั่งผู้ซื้อจะมุ่งสร้างประสบการณ์ ครอบคลุมทุกหมวดหมู่สินค้า พร้อมดีลพิเศษ และแคมเปญใหญ่ตลอดปี รวมถึงระบบการชำระเงิน และบริการที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคดิจิทัล ส่วนฝั่งผู้ขายจะเป็นแพลตฟอร์มที่ช่วยเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยทุกขนาดขยายธุรกิจได้กว้างขึ้น และมีบทบาทในการขับเคลื่อนยกระดับธุรกิจของผู้ขายให้เติบโตยั่งยืน เข้าถึงลูกค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศได้มากยิ่งขึ้น

ฮันดิกา จาห์จา
ฮันดิกา จาห์จา

ในโอกาสก้าวสู่ทศวรรษใหม่ของการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย ช้อปปี้จะเดินหน้าภายใต้วิสัยทัศน์ในการเป็นประตูสู่เศรษฐกิจดิจิทัล (Gateway to the Digital Economy) เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการไทยทุกระดับให้เข้าถึงโอกาสทางธุรกิจได้อย่างเท่าเทียม ตั้งแต่ร้านค้าครอบครัว ผู้ผลิตชุมชน ไปจนถึงองค์กร และแบรนด์ระดับประเทศ โดยใช้พลังของเทคโนโลยีและเครือข่ายเป็นเครื่องมือสำคัญในการเชื่อมโยงสินค้าไทยสู่ผู้บริโภค ทั้งในประเทศและตลาดต่างประเทศ สร้างการเป็นที่ยอมรับบนแผนที่เศรษฐกิจดิจิทัลของโลก

เปิดตัว PRIME Seller

“ธัญญธร เหล่าวัชระ” ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ ช้อปปี้ (ประเทศไทย) กล่าวต่อว่า “อีคอมเมิร์ซ” ยังคงเป็นพลังขับเคลื่อนการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัล โดยคาดว่าในปี 2026 จะครองสัดส่วนกว่า 53% ของมูลค่าเศรษฐกิจดิจิทัลในประเทศ

ธัญญธร เหล่าวัชระ
ธัญญธร เหล่าวัชระ

ขณะที่มูลค่าตลาดอีคอมเมิร์ซในปี 2026 มีโอกาสแตะ 3.4 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 1 ล้านล้านบาท) และขยายตัวอย่างน้อยปีละ 15-20% ใน 4-5 ปีข้างหน้า ที่สำคัญการซื้อสินค้าผ่านช่องทางอีคอมเมิร์ซคิดเป็นสัดส่วนถึง 21% ของการซื้อขายทั้งหมดแล้ว

“ช้อปปี้เห็นโอกาสจากการเติบโตของตลาดอีคอมเมิร์ซ จึงเดินหน้าพัฒนาโซลูชั่นใหม่ ๆ ที่เข้ากับแต่ละหมวดหมู่สินค้ามากขึ้น พร้อมเปิดตัวโปรแกรม PRIME Seller ที่เพิ่มสิทธิประโยชน์จากโปรแกรมส่งฟรี/ส่วนลด ร้านโค้ดคุ้ม ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้ขายอยู่แล้ว”

สิทธิประโยชน์ในโปรแกรม PRIME Seller แบ่งเป็นแบบมาตรฐาน (Standard) คือ Affiliate for Seller ผู้ขายจะได้รับค่าคอมมิชชั่นคืนจากการทำ Affiliate สูงสุด 8% ต่อออร์เดอร์ และตามเวลาที่กำหนด (Seasonal) เช่น Special SPayLater ให้ผู้ซื้อผ่อนชำระ 0% ได้นาน 3 เดือน

“เราหวังให้โปรแกรมนี้เป็นเครื่องมือช่วยลดค่าใช้จ่าย และเพิ่มความสามารถในการลงทุนให้กับผู้ขาย โดยมีแผนที่จะเพิ่มสิทธิประโยชน์อื่น ๆ ต่อเนื่องด้วย”

ผุด Shopee Global Sales

นอกจากนี้ ยังมีแผนที่พาเอสเอ็มอี (SMEs) และแบรนด์ไทยบุกตลาดอาเซียน ผ่านโปรแกรม “Shopee Global Sales” ที่ผู้ขายใช้เครื่องมือทางการตลาดบนช้อปปี้กระตุ้นยอดขายในต่างประเทศได้เต็มที่ เช่น Shopee Live, Shopee Video, Seller Voucher และระบบแปลอัตโนมัติ เป็นการยกระดับจากโปรแกรม Shopee International Platform ที่เปิดตัวเมื่อปี 2022 ซึ่งผู้ขายลงขายสินค้าได้อย่างเดียว

การส่งสินค้าไปยังต่างประเทศมีขั้นตอนที่ซับซ้อน ต้องเตรียมเอกสาร หาแหล่งกระจายสินค้า และบริหารจัดการเรื่องระบบขนส่ง แต่เมื่อเข้าร่วมโปรแกรมนี้ เราจะเป็นตัวกลางในการจัดการระบบหลังบ้านผ่านการทำงานร่วมกับพาร์ตเนอร์ให้ทั้งหมด สะดวกเหมือนขายในประเทศ”

อย่างไรก็ตาม โปรแกรมดังกล่าวนำร่องในประเทศฟิลิปปินส์ไปแล้วในไตรมาส 3/2025 ที่ผ่านมา ตามด้วยสิงคโปร์ และมาเลเซียในไตรมาส 4/2025 และในปี 2026 จะเปิดรับสมัครผู้ขายในประเทศอื่น ๆ เพิ่มเติม

“กลุ่มผู้ซื้อในต่างประเทศมีความต้องการสินค้าไทยเป็นจำนวนมากอยู่แล้ว เช่น หมวดเสื้อผ้าผู้หญิงและบิวตี้ติดอันดับท็อป ๆ ในฟิลิปปินส์ มาเลเซีย และสิงคโปร์ โดยโปรแกรมนี้จะยิ่งช่วยให้ผู้ประกอบการไทยสามารถทำตลาดในต่างประเทศได้ง่ายขึ้น”

เน้นหนัก O2O-AI

อีกสิ่งที่ช้อปปี้จะให้ความสำคัญมากขึ้น คือบริการแบบ O2O (Online-to-Offline) ใช้โครงสร้างพื้นฐานด้านออนไลน์ คอมมิวนิตี้ของผู้ขาย และความครบของสินค้า เข้าไปเสริมการทำธุรกิจแบบออฟไลน์ เช่น เพิ่มทางเลือกในการจัดส่งที่เร็วขึ้น โดยเฉพาะบริการส่งทันที รับสินค้าภายใน 4 ชั่วโมง (Instant Delivery) ที่ทำให้เกิด Use Case ใหม่ ๆ ปลดล็อกข้อจำกัดของการจัดส่งแบบเดิม ซึ่งช้อปปี้เตรียมต่อยอดที่การจัดส่งภายใน 1 ชั่วโมงด้วย

รวมถึงการขยายสิทธิประโยชน์ และการใช้ SPayLater ให้ครอบคลุมร้านค้าแบบออฟไลน์ สามารถผ่อน 0% ได้สูงสุด 24 เดือน และจากฐานผู้ใช้ (Active Users) ของช้อปปี้ มีผู้ใช้บริการของ SPayLater มากกว่า 20% ทั้งยังนำ AI เข้ามาเป็นกลไกสำคัญเพื่อขับเคลื่อนการซื้อขายบนแพลตฟอร์มผ่านฟีเจอร์ต่าง ๆ เช่น AIGC Listing Optimizer ช่วยในการทำ Listing เมื่อผู้ขายอัพโหลดรูป และระบุชื่อสินค้า, Try It On ลองเสื้อผ้าก่อนซื้อจริง, Brand Max กำหนดการแสดงแบนเนอร์หรือสินค้าไปยังกลุ่มลูกค้าที่เหมาะสม และ AI Live Streamer สร้างอวตารเพื่อไลฟ์ขายสินค้า เป็นต้น

“ช้อปปี้มุ่งมั่นที่จะพัฒนาโซลูชั่น หรือโปรแกรมการขายที่ยืดหยุ่น และหลากหลาย เพื่อช่วยผู้ขายสร้างโอกาสทางการขายใหม่ ๆ เพิ่มประสิทธิภาพทางธุรกิจให้ดียิ่งขึ้น และโตไปด้วยกันกับแพลตฟอร์มอย่างยั่งยืน”

เดินหน้าโปรแกรม Affiliate

“คงกฤช ล้อเลิศรัตนะ” หัวหน้าฝ่ายธุรกิจการตลาด ช้อปปี้ (ประเทศไทย) กล่าวว่า เตรียมยกระดับประสบการณ์ของลูกค้าไว้อย่างรอบด้านในทุกมิติ เช่น Reinvented In-App Experience ปรับรูปแบบหน้าแอปพลิเคชั่นให้เข้ากับความสนใจของแต่ละบุคคล และ Unbeatable Value for Users สร้างความคุ้มค่าให้กับลูกค้า สามารถใช้คูปองซ้อนกันได้หลายต่อ เป็นต้น

คงกฤช ล้อเลิศรัตนะ
คงกฤช ล้อเลิศรัตนะ

และในไตรมาสสุดท้ายปี 2025 จะเปิดตัวแคมเปญ “Mega Brand Day” ซึ่งเป็นแคมเปญระดับสูงสุด ที่สร้างอิทธิพลและผลลัพธ์สูงสุดในสเกลที่ทรงพลังกว่า Super Brand Day โดยเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา มีแคมเปญ Mega Brand Day ร่วมกับหัวเว่ย (Huawei) สร้างสถิติยอดขายและจำนวนผู้ซื้อพุ่งสูงกว่า 5 เท่า ถือเป็นต้นแบบความสำเร็จที่จะพัฒนาและต่อยอดไปยังแบรนด์อื่น ๆ

ขณะเดียวกันยังให้ความสำคัญกับ “Content Commerce” และการซื้อสินค้าผ่านโซเชียลมีเดียแบบไร้รอยต่อ จึงจับมือกับแพลตฟอร์มระดับโลก “ยูทูบ” (YouTube) และ “เมตา” (Meta) ยกระดับโปรแกรม Affiliate ให้มีเครือข่ายกว้างขึ้น

ปัจจุบัน ช้อปปี้มีเครือข่าย KOLs กว่า 1 ล้านคน เพิ่มจากปี 2022 ถึง 900% มีปริมาณคอนเทนต์ Affiliate 10 ล้านคอนเทนต์ต่อเดือน เป็นยอดทราฟฟิกที่เพิ่มขึ้น 70% ต่อปี โดย 45% ของครีเอเตอร์ยูทูบที่มีผู้ติดตามมากกว่า 5,000 คน มีการติดแท็กสินค้าบนช้อปปี้ในวิดีโอ ขณะที่ 40% ของผู้ใช้เฟซบุ๊ก และ 20% ของผู้ใช้อินสตาแกรมที่มีผู้ติดตามมากกว่า 1 หมื่นคน แปะลิงก์สินค้าบนช้อปปี้ในคอนเทนต์แล้ว

“ช้อปปี้ขับเคลื่อนการเป็น Content Commerce ต่อเนื่อง โดยแต่ละปีใช้เงินลงทุนในส่วนของค่าคอมมิชชั่น และโบนัสสำหรับครีเอเตอร์ กว่า 1,000 ล้านบาท พร้อมต่อยอดไปสู่โปรแกรม Golden Tick Creators หรือการคัดสรรครีเอเตอร์ที่มีคุณภาพผ่านระบบ Invitation Only ให้แบรนด์ได้เลือกร่วมงาน โดยมีครีเอเตอร์เข้าร่วมโปรแกรมนี้แล้วกว่า 5,000 คน