การนำเทคโนโลยีมาปรับใช้กับการดำเนินชีวิต และการทำธุรกิจ เป็นสิ่งที่หลายฝ่ายตื่นตัว และให้ความสำคัญ เพราะต่างรู้ดีว่าเป็นตัวช่วยสำคัญในทุกสิ่ง ดังจะเห็นได้จากจำนวนประชากรในประเทศไทย 71 ล้านคน แต่เข้าถึงการใช้งานโทรศัพท์มือถือมากถึง 96.6 ล้านเลขหมาย เข้าถึงบริการอินเทอร์เน็ต และโซเชียลมีเดีย 67.8 ล้านราย และ 56.6 ล้านบัญชี ตามลำดับ
ในแง่โครงสร้างพื้นฐานด้านการสื่อสารของไทยก็ไม่แพ้ใครในโลกด้วย ทำให้ประเทศไทยกลายเป็นหมุดหมายสำคัญของการลงทุนจากผู้ให้บริการดิจิทัลและดาต้าเซ็นเตอร์ทั่วโลก
หนึ่งในนั้นคือ “กูเกิล” (Google) ที่เพิ่งเปลี่ยนแม่ทัพคนใหม่ “ราฟาเอล ซิสโลว์สกี” ในตำแหน่ง Country Manager Google ประเทศไทย เมื่อ 2 เดือนก่อน
เปิดประวัติการทำงาน
จากข้อมูลบน LinkedIn ระบุว่า “ราฟาเอล” จบการศึกษาระดับปริญญาโทด้านการตลาดจาก University of Technology Sydney ในปี 2004 มีประวัติร่วมงานกับองค์กรชั้นนำมากมาย ตั้งแต่การเป็น APAC P&G Brand Manger, Senior Director, APAC Marketing Head, LEGO Group, Marketing Director-SEA, Uber และ Regional Marketing Head ID, PH, MY, Grab เป็นต้น
การร่วมงานกับกูเกิล “ราฟาเอล” เริ่มต้นในตำแหน่ง Head of BrandLab-APAC ตั้งแต่ปี 2014-2016 และขยับมานั่งในตำแหน่ง Industry Sales Head, Singapore ในปี 2018 ตำแหน่งล่าสุดก่อนขึ้นมาเป็น Country Manager Google ประเทศไทย คือ Industry Sales Lead, Ho Chi Minh City, Vietnam
มุมมองต่อ “ไทย”
“ราฟาเอล ซิสโลว์สกี” Country Manager, Google ประเทศไทย ระบุว่า ประเทศไทยมีภูมิทัศน์ด้านเศรษฐกิจดิจิทัลที่แข็งแรง ด้วยการอ้างอิงรายงาน e-Conomy SEA 2025 โดย Google, Temasek และ Bain & Company เพื่อฉายภาพให้เห็นถึงมูลค่าเศรษฐกิจดิจิทัลของไทยในปี 2025 ว่าจะสูงถึง 5.6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (1.8 ล้านล้านบาท) เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 16% ขนาดของเศรษฐกิจดิจิทัลใหญ่เป็นอันดับ 2 ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ขณะเดียวกัน อุตสาหกรรม “อีคอมเมิร์ซ” ในไทยยังเติบโตเร็วที่สุดในภูมิภาค คาดว่าในปี 2025 จะมีมูลค่าแตะ 3.3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (1 ล้านล้านบาท) โตขึ้น 22% จากปีก่อน โดยมีปัจจัยสำคัญจากการเติบโตของ “วิดีโอคอมเมิร์ซ” ที่พบว่ามีผู้ขายสินค้าผ่านวิดีโอมากถึง 850,000 ราย เพิ่มขึ้น 175% ส่งผลให้ไทยเป็นตลาดที่มีจำนวนผู้ขายสินค้าผ่านวิดีโอที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคด้วย
“ผมรู้สึกตื่นเต้นที่ได้รับตำแหน่งในไทย เพราะเป็นประเทศที่เศรษฐกิจดิจิทัลกำลังเติบโต จึงมีโอกาสให้ทำอะไรได้อีกมากมาย”
ขับเคลื่อน AI ผ่าน 3 ด้าน
สำหรับกลยุทธ์ขับเคลื่อนการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัล และเทคโนโลยี AI ในไทย “ราฟาเอล” มองใน 3 ด้าน คือ 1.การเพิ่มทักษะในกลุ่มผู้บริโภค โดยกูเกิลจะยังลงทุน และให้ความสำคัญกับการเพิ่มทักษะผ่านโครงการต่าง ๆ เช่น เปิดให้นักศึกษาใช้งาน Gemini แพ็กเกจ Pro ฟรี 1 ปี
2.การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ด้วยการทำงานอย่างใกล้ชิดกับรัฐบาล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแรงอยู่แล้วให้ดียิ่งขึ้น รองรับการเติบโตในอนาคต
โดยปี 2024 ที่ผ่านมา กูเกิลประกาศลงทุนกว่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (3.6 หมื่นล้านบาท) สร้างศูนย์ข้อมูลและ Cloud Region แห่งแรกในไทย รวมถึงการเปิดตัว “TalayLink” สายเคเบิลใต้น้ำเชื่อมระหว่างไทย-ออสเตรเลีย ที่ช่วยยกระดับการเชื่อมต่อในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกให้ดียิ่งขึ้น
และ 3.การสนับสนุนผู้ประกอบการในประเทศ ด้วยการมุ่งมั่นที่จะช่วยระบบนิเวศทางธุรกิจของไทยให้สามารถใช้งาน AI ผ่านโซลูชั่น และผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ พร้อมขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศ ในยุค “Cross-Border” ที่การค้าข้ามพรมแดนหมดแล้ว
พร้อมรับมือความท้าทาย
“ราฟาเอล” พูดถึงความท้าทายในการรับตำแหน่งด้วยว่าประเทศไทยกำลังประสบปัญหาเศรษฐกิจมหภาคอ่อนตัว การท่องเที่ยวซบเซา และการบริโภคในประเทศชะลอตัว ดังนั้นโจทย์สำคัญคือต้องสร้างสมดุลระหว่างความอ่อนแอเหล่านี้กับโอกาสที่มีอยู่ในเศรษฐกิจดิจิทัล เพื่อสร้างการเติบโตที่มีคุณภาพ
สำหรับการรับมือกับปัจจัยภายนอก และความเปลี่ยนแปลงทางการเมือง “ราฟาเอล” ย้ำว่า กูเกิลมีการลงทุนในประเทศไทยอย่างยาวนานจึงสามารถปรับตัวกับสถานการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว อีกทั้งยังมีความสัมพันธ์ที่มั่นคงกับรัฐบาลไทย แม้จะมีการเปลี่ยนผ่าน แต่การพูดคุยยังดำเนินต่อเนื่องด้วยวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน
“การเข้ามารับตำแหน่งของผมจะช่วยสร้างความมั่นใจว่ากูเกิลพร้อมสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านด้านดิจิทัลในประเทศ และในปี 2026 ที่จะมาถึงนี้ คาดว่ากูเกิลจะยังมีการประกาศลงทุน พัฒนา LLM และอัพเกรดบริการต่าง ๆ เช่น Search AI และ YouTube Shopping เพื่อให้ผู้ใช้งานได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่ และเกิดการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลในประเทศต่อไป”