Skip to content

เจาะธุรกิจอวกาศ NT คุมน่านฟ้าอาเซียน เติมรายได้ใหม่พันล้าน

21 ธ.ค. 2568 | 15:02น.
เจาะธุรกิจอวกาศ NT คุมน่านฟ้าอาเซียน เติมรายได้ใหม่พันล้าน

ฝ่าด่านอรหันต์มาเกือบ 4 ปี สำหรับ บมจ.โทรคมนาคม หรือ NT ที่พยายามปลุกปั้นบริการอินเทอร์เน็ตจากดาวเทียมสื่อสารวงโคจรต่ำ (LEO) ร่วมกับพันธมิตรหลักอย่าง Eutelsat OneWeb ไม่ว่าจะเป็นการขออนุญาตสร้างสถานีเกตเวย์ เพื่อควบคุมสัญญาณทั่วทั้งภูมิภาคอาเซียนตอนบน หรือ CLMV (กัมพูชา, ลาว, เมียนมา, เวียดนาม) และการขอใช้ช่องสัญญาณดาวเทียมต่างชาติในการให้บริการในประเทศ (Landing Right) จากคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) มาตั้งแต่ปี 2565

คิกออฟธุรกิจใหม่

ล่าสุด NT-OneWeb กดปุ่มให้บริการ NT nexConnect มีบริการแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตความเร็วตั้งแต่ 10/2 Mbps จนถึง 100/20 Mbps รองรับการเชื่อมต่อกับระบบที่ต้องการความเร็วสูงแบบ Real-time ในการรับ-ส่งข้อมูล เช่น โครงข่าย IOT และอุปกรณ์ปลายทางที่มีความต้องการใช้งานแอปพลิเคชั่นที่หลากหลาย

ด้วยรูปแบบการเชื่อมต่อทั้งบนภาคพื้นดินทั้งแบบประจําที่ (Fixed Land) 
แบบเคลื่อนที่ (Land Mobility) และแบบการใช้งานภาคพื้นมหาสมุทร (Maritime) ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายอุตสาหกรรมเฉพาะทาง เช่น ภาคพลังงาน ภาคการผลิต อุตสาหกรรมการบิน อุตสาหกรรมการเดินเรือ การขนส่ง การเกษตร รวมไปถึงหน่วยงานภาครัฐ และโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ฯลฯ ตลอดจนเป็นเครื่องมือในการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตบนภาคพื้นดิน หรือการสื่อสารในช่วงฉุกเฉินและภัยพิบัติ

“สรรพชัยย์ หุวนันทน์” กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ NT กล่าวว่า บริการนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นในการทำธุรกิจอวกาศ ซึ่งจะเป็นรายได้ใหม่ของ NT ทดแทนการสูญเสียรายได้จากสัมปทานเครือข่ายมือถือที่สิ้นสุดลงตั้งแต่ ส.ค. 2568 ที่ผ่านมา

“รายได้ที่เราตกลงไว้กับ OneWeb คือ 10 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 300 ล้านบาท ภายใน 5 ปี หรือราว 60 ล้านบาทต่อปี หากมองในแง่สัดส่วนรายได้นับว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับธุรกิจโมบายหรือบรอดแบนด์ที่มีรายได้นับหมื่นล้านบาท แต่ถือเป็นจุดเริ่มต้นของธุรกิจอวกาศที่กำลังจะเติบโตขึ้นอีกมาก ขณะที่ค่าบริการจะเริ่มถูกลงเรื่อย ๆ”

จุดเด่นของบริการอินเทอร์เน็ต LEO คือเร็ว และมีความหน่วงต่ำกว่าอินเทอร์เน็ตดาวเทียมวงโคจรค้างฟ้า (GEO) และไม่ด้อยกว่าโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ แต่ไม่เท่า “ไฟเบอร์ออปติก” และสามารถทะลุเข้าไปในพื้นที่ที่สายไฟเบอร์ไปไม่ถึง ทั้งกลางป่า เขา หรือทะเล รวมถึงบนยานพาหนะที่กำลังเคลื่อนที่ เช่น เรือเดินสมุทร เรือประมง หรือเครื่องบิน

ปักธงธุรกิจอวกาศ

“สรรพชัยย์” กล่าวถึงรายงานของบริษัท Gartner, Inc. ที่คาดการณ์ความต้องการใช้งานบรอดแบนด์ผ่านดาวเทียม LEO ในปี 2569 ว่าจะมีมูลค่ารวมทั่วโลกสูงถึง 1.48 หมื่นล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 24.5% จากปี 2568 และจากเทคโนโลยีที่ก้าวหน้ารวดเร็ว คาดว่าในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าจะมีผู้ให้บริการดาวเทียม LEO เพิ่มมากกว่า 20 ราย และมีดาวเทียมมากกว่า 40,000 ดวง ซึ่งเป็นแนวโน้มทิศทางสำหรับการขับเคลื่อนกลุ่มธุรกิจ NT Satellite Solutions

“การร่วมมือกับ OneWeb เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการเข้าสู่อุตสาหกรรมอวกาศ การที่ NT ตั้งสถานีเกตเวย์ระดับโลกอย่าง OneWeb ทำให้ไทยเข้าสู่ระบบนิเวศของเศรษฐกิจอวกาศ รองรับการเชื่อมโยงสัญญาณ จากดาวเทียมกว่า 600 ดวง ของ OneWeb ที่โคจรอยู่ทั่วโลก และมีขอบข่ายการให้บริการคลุมภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ตอนบน หรือ CLMV”

ซึ่งสถานีเกตเวย์ดังกล่าวตั้งอยู่ที่ อ.สิรินธร จ.อุบลราชธานี จะรับสัญญาณจากทั้ง CLMV แล้วส่งต่อไปยังศูนย์กลางข้อมูลที่สิงคโปร์ผ่านโครงข่ายเคเบิลใต้น้ำของ NT เส้น APG และ AAG อีกหนึ่งโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของการเป็น ASEAN Digital Hub ที่ NT มีรองรับ

ธุรกิจดาวเทียมวงโคจรต่ำ LEO กำลังจะพัฒนาไปสู่ยุคถัดไปจากยุคแรกเป็นการเชื่อมต่อโดยตรงกับตัวรับเพื่อให้สัญญาณอินเทอร์เน็ต ไปสู่ยุคที่สองที่จะเน้นไปที่เรื่องการเชื่อมต่ออุปกรณ์ IOT ต่าง ๆ ส่วนยุคที่ 3 เป็น Mobile to Satellite เป็นแนวโน้มสำคัญที่ผู้ผลิตคาดการณ์ว่าจะเกิดขึ้นใน 4-5 ปีข้างหน้า

“เทคโนโลยีนี้จะทำให้โทรศัพท์มือถือทั่วไปรับและส่งสัญญาณตรงไปยังดาวเทียมได้ ช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการใช้งานและลดต้นทุนลง ในอนาคตธุรกิจอวกาศจะเกี่ยวข้องกับ IOT โดยเฉพาะในภูมิภาคที่อยู่ห่างไกล อุปกรณ์เหล่านี้จะเป็นอุปกรณ์ขนาดเล็กที่จะนำไปใช้ในด้านต่าง ๆ การเติบโตของอุตสาหกรรมอวกาศจะเหมือนอุตสาหกรรมโทรศัพท์มือถือที่เริ่มจาก 1G, 2G 3G ที่ราคาเครื่องถูกลงและแบนด์วิดท์เพิ่มขึ้น”

ปัจจุบันราคาเครื่องรับสัญญาณดาวเทียม (Terminal) ยังมีราคาสูง แต่ในระยะยาวคาดว่าจะลดลงเช่นกันกับค่าบริการรายเดือน และแน่นอนว่าเมื่อมีผู้เล่นเข้ามาในตลาดเพิ่มขึ้น จะผลักดัน
ให้ “ราคา” ลดลง ทำให้ประโยชน์ทั้งหมดไปถึงผู้บริโภคในที่สุด

“ไม่ใช่ว่ามีดาวเทียม LEO แล้วจะทำให้เทคโนโลยีอื่น เช่น 5G แต่จะเป็นส่วนเติมเต็มในพื้นที่ที่การลากสาย Fiber Optic มีความเสี่ยงหรือต้นทุนสูง”

“ผู้บริหาร NT” เชื่อว่าดาวเทียม LEO จะเป็นตัวเลือกหนึ่งในอนาคต และวางตำแหน่งตัวเองเป็นผู้เล่นที่เป็นกลาง หรือ Neutral Player ในธุรกิจ Space Economy

“เราต้องเข้าคุมโครงสร้างพื้นฐานสำหรับกิจการอวกาศ มีหน้าที่ในการรับเทคโนโลยีและสร้างประโยชน์สูงสุดให้กับคนไทย”

โมเดลรายได้จากดาวเทียม

สำหรับรายได้ของ NT จากการเป็นพันธมิตรกับ OneWeb แบ่งเป็น 3 ส่วนหลัก คือ

1.รายได้จากการให้บริการสถานีภาคพื้นดิน (Satellite Network Provider -SNP/Gateway) โดย NT ติดตั้ง ดูแล และรับผิดชอบสถานีเกตเวย์ (Gateway) ให้ OneWeb ปัจจุบันมีรายได้จากการควบคุมสถานีฐานก่อนเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์ เดือนละเกือบ 20 ล้านบาท

2.รายได้จากการขาย Capacity และ 3.รายได้จากการขายบริการให้ลูกค้าปลายทาง ที่เป็นรายได้ส่วนใหญ่ที่เข้าถึงลูกค้าปลายทางโดยตรง ลูกค้ากลุ่มนี้ ได้แก่ ภาครัฐ, ทหาร, บริษัทน้ำมันและก๊าซหรือบริษัทเดินเรือ (Marine/Maritime)

“รายได้ขั้นต่ำที่ทำข้อตกลงกับ OneWeb ไว้ที่ 2 ล้านเหรียญสหรัฐต่อปี หรือ 10 ล้านเหรียญสหรัฐภายใน 5 ปี ขณะที่ในแผนธุรกิจของเราเองประเมินว่าจะสร้างรายได้หลักพันล้านบาท โดยงบฯลงทุนที่ได้รับอนุมัติจากบอร์ด 5 ปีอยู่ที่ราว 800 ล้านบาท”

ในด้านการขายส่ง NT เป็นผู้แทนจำหน่ายแต่เพียงผู้เดียว (Sole Distributor) และขายบริการเป็นแบบแพ็กเกจ ภายใต้ชื่อ “Next Connect” รวมทั้งอุปกรณ์ (จานดาวเทียม), การรับส่งสัญญาณ และเนื้อน้ำอินเทอร์เน็ต (Capacity) ในรูปแบบรายปี

โดยสามารถแต่งตั้ง Reseller หรือ Wholesaler เป็นพันธมิตรในการสร้างรายได้ ปัจจุบันอยู่ระหว่างเจรจากับผู้แทนจำหน่ายเจ้าใหญ่ 4-5 ราย เพื่อไม่ให้เกิดการแข่งขันแย่งลูกค้ากันเอง

“การทำตลาดไม่ใช่แค่ประเทศไทย ด้วยสถานีเกตเวย์ NT เป็นศูนย์กลางอาเซียนตอนบนจึงต้องเจรจาผู้แทนจำหน่ายในประเทศต่าง ๆ ด้วย NT ตั้งเป้าหมายที่จะเป็น Hub ดาวเทียมวงโคจรต่ำ หรือ ASEAN Digital Hub สำหรับภูมิภาคนี้ มีแผนที่จะให้บริการไปยังกลุ่มประเทศ CLMV ในรูปแบบการควบคุมสัญญาณและความมั่นคงผ่านลิงก์ที่เชื่อมต่อกับประเทศไทย”