Skip to content

GABLE มองเทรนด์ AI ปี 2026 ยกระดับ “คน-เทค” รับความท้าทายยุคใหม่

19 ม.ค. 2569 | 19:36น.
GABLE มองเทรนด์ AI ปี 2026 ยกระดับ “คน-เทค” รับความท้าทายยุคใหม่

GABLE มองเทรนด์ AI ปี 2026 เปลี่ยนจาก “ความตื่นเต้น” สู่ “ความคุ้มค่า” องค์กรต้องเร่งยกระดับเทคโนโลยี-บุคลากร และยืดหยุ่นในการฟื้นตัว รับความท้าทายยุค Agentic AI

ดร.ชัยยุทธ ชุณหะชา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท จีเอเบิล จำกัด (มหาชน) หรือ GABLE กล่าวว่า อุตสาหกรรม AI ทั่วโลกกำลังก้าวเข้าสู่ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญ จากยุคของการทดลองและการเร่งลงทุน สู่ช่วงที่องค์กรต้องพิสูจน์ให้ได้ว่า AI สามารถสร้างมูลค่าทางธุรกิจ และผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) ได้จริง สอดคล้องกับกรอบการวิเคราะห์ของการ์ทเนอร์ (Gartner) ที่ชี้ว่า AI กำลังเข้าสู่ช่วง “Trough of Disillusionment” ที่องค์กรต้องหันมาโฟกัสว่า AI จะสร้างคุณค่าให้ธุรกิจได้จริงเพียงใด

โดย 3 มุมมองสำคัญ ที่ขับเคลื่อนองค์กรสู่ความสำเร็จในปี 2026 ประกอบด้วย

1.Human Readiness โจทย์ใหญ่กว่า “เทคโนโลยี”

แม้เทคโนโลยี AI จะพัฒนาอย่างรวดเร็ว แต่ความพร้อมของบุคลากรกลับเป็นคอขวดสำคัญ ต่อให้ Vendor ทั่วโลกหยุดพัฒนา AI ไปอีก 2–3 ปี ความพร้อมของคนก็ยังตามไม่ทัน องค์กรที่ต้องการเห็น ROI จาก AI อย่างแท้จริง จึงจำเป็นต้องลงทุนด้าน Upskill และ Reskill บุคลากรควบคู่ไปกับการลงทุนเทคโนโลยี เพื่อให้มนุษย์สามารถทำงานร่วมกับ AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

2.Financial Value หัวใจของการลงทุน AI

ในมุมของสายการเงินและผู้บริหารระดับสูง AI กำลังเข้ามามีบทบาทผ่านระบบ Business Application เช่น ERP และ HCM เพื่อช่วยลดต้นทุน เพิ่มความแม่นยำในการตรวจสอบข้อมูล (Audit) และเปิดโอกาสในการพัฒนา New Business Model ที่สร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันในระยะยาว AI จึงไม่ใช่เพียงเครื่องมือสนับสนุนการทำงาน แต่กลายเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนผลประกอบการขององค์กร

3.Cyber Resilience ยุทธศาสตร์ใหม่ของโลกการเงินและเทคโนโลยี

เมื่อข้อมูลจำนวนมหาศาลถูกจัดเก็บบน Cloud ความเสี่ยงด้าน Cyber Attack จึงเพิ่มสูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และไม่มีเทคโนโลยีใดป้องกันภัยไซเบอร์ได้ 100% สิ่งที่องค์กรต้องมีในปี 2026 คือความยืดหยุ่นในการฟื้นตัว (Cyber Resilience) ต้องสามารถตรวจจับ ฟื้นฟู และดำเนินธุรกิจต่อได้อย่างรวดเร็ว แม้เผชิญเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยไซเบอร์

ดร.ชัยยุทธ กล่าวด้วยว่า สำหรับความกังวลว่า AI จะเข้ามาแทนที่แรงงานมนุษย์ ข้อมูลจากงานวิจัยชี้ว่ามีเพียง 5% ของการเลิกจ้างงานที่เกิดจาก AI โดยตรง ส่วนใหญ่เป็นการปรับโครงสร้างเพื่อลดความซ้ำซ้อน พร้อมคาดการณ์ว่าในปี 2030 งานกว่า 75% จะถูกขับเคลื่อนโดย Agentic AI และอีก 25% จะเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างคนและ AI ซึ่งจะไม่มีงานใดที่มนุษย์ทำได้เพียงลำพังอีกต่อไป

“ตลอด 36 ปีที่ผ่านมา GABLE ทำหน้าที่เป็น Tech Enabler ที่ไม่ได้หยุดอยู่แค่การติดตั้งระบบ แต่ช่วยออกแบบ Path to Value เพื่อให้การลงทุนด้านเทคโนโลยีของลูกค้าสร้างผลลัพธ์จริงในงบกำไรขาดทุน และเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว”

แท็กที่เกี่ยวข้อง

AI จีเอเบิล