เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

Instagram ลงสนาม ‘ปักตะกร้า’ เพิ่มช่องทางรายได้ มัดใจ ‘ครีเอเตอร์’

19 มิ.ย. 2569 | 13:00น.
เรวี ซิลวิเนีย

เรวี ซิลวิเนีย

คอนเทนต์คุณภาพจากการสร้างสรรค์ของเหล่า “ครีเอเตอร์” คือหัวใจสำคัญที่ตรึงผู้ใช้งานให้อยู่บนแพลตฟอร์ม “โซเชียลมีเดีย” ซึ่งมีผลกับโมเดลธุรกิจ และการสร้างรายได้

ทำให้แต่ละแพลตฟอร์มแข่งกันพัฒนาฟีเจอร์ และสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ เพื่อ “เอาใจ” ครีเอเตอร์ให้ผลิตคอนเทนต์ลงในแพลตฟอร์มอย่างต่อเนื่องปีนี้ “อินสตาแกรม” (Instagram : IG) มาพร้อมฟีเจอร์ และโปรแกรมสร้างรายได้หลายอย่างที่ช่วยให้การผลิตคอนเทนต์ของครีเอเตอร์มีประสิทธิภาพมากขึ้น

เปิดจุดแข็ง Instagram

“เรวี ซิลวิเนีย” Director of Global Partnerships ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และตลาดเกิดใหม่ Meta กล่าวว่า ปัจจุบันอินสตาแกรมมีผู้ใช้กว่า 3 พันล้านคนทั่วโลกต่อเดือน ครีเอเตอร์จึงมีโอกาสขยายอิทธิพลคอนเทนต์ไปได้ไกลกว่าขอบเขตทางภูมิศาสตร์

ขณะเดียวกัน อินสตาแกรมไม่ได้เป็นพื้นที่ให้ครีเอเตอร์สร้างปฏิสัมพันธ์กับผู้ติดตามของตนเองเท่านั้น แต่เป็นพื้นที่ในการสร้างคอมมิวนิตี้ และอิทธิพลทางวัฒนธรรมช่วยให้ครีเอเตอร์เข้าถึงผู้ชมกลุ่มใหม่ ๆ ไปจนถึงช่องทางการสร้างรายได้โดยตรง (Direct Monetization)

ที่สำคัญผู้ใช้งานยังให้ความเชื่อมั่นกับครีเอเตอร์บนอินสตาแกรม หลายคนเปลี่ยนจากติดตามเพียงคนดัง มาเป็นการติดตามคอนเทนต์ที่ให้ความรู้หรือเจาะจงตามความสนใจ โดยครีเอเตอร์หน้าใหม่สามารถมียอดเข้าชมระดับ 2-3 ล้านวิวได้แม้ผู้ติดตามจะยังน้อย หากคอนเทนต์นั้นถูกแชร์ต่อเยอะเพราะอัลกอริทึ่มให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมมากกว่าจำนวนผู้ติดตาม

“ผลการศึกษา Generation Zeitgeist 2026 ของ Meta ระบุว่า 81% ของผู้บริโภคมองว่า ความรู้และความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน (Expert Knowledge) เป็นคุณสมบัติที่สำคัญที่สุดที่พวกเขามองหาในตัวครีเอเตอร์ มากกว่าความตลก ความใกล้ชิดเข้าถึงง่าย หรือแม้แต่ความโด่งดัง”

เจาะพฤติกรรมผู้ใช้ไทย

หากเจาะมาที่ประเทศไทยโดยเฉพาะจะพบว่า Instagram Reels เป็นแพลตฟอร์มวิดีโอสั้นที่เติบโตเร็วที่สุดในประเทศไทย นับตั้งแต่ปี 2566 สอดคล้องกับเทรนด์ระดับโลกที่ปัจจุบันผู้ใช้งานใช้เวลามากกว่า 50% ไปกับการดู Reels

โดยคอนเทนต์ที่มีการแชร์ผ่าน Instagram DM สูงถึง 85% คือ Reels เป็นพฤติกรรมที่ผลการวิจัยเรียกว่า “Digital Pebbling” เปรียบได้กับ “นกเพนกวิน” ที่ส่งมอบก้อนหินให้แก่กันเพื่อแสดงความผูกพัน

ขณะที่ในประเทศไทยเรียกความสัมพันธ์ในรูปแบบนี้ว่า “Reelslationship” แทนที่ผู้ใช้งานจะพิมพ์คำว่า “คิดถึง” ในรูปแบบข้อความทั่วไป แต่เลือกที่จะแสดงความใส่ใจ และรักษาความสัมพันธ์ด้วยการส่ง Reels ส่วนตัว ไม่ว่าจะเป็นคลิปตลก ๆ สูตรอาหาร หรือสถานที่ท่องเที่ยวที่นับเป็นกลไกขับเคลื่อนการเติบโตที่ทรงพลังสำหรับครีเอเตอร์บนแพลตฟอร์ม

ในฝั่งของคอนเทนต์ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก คือซีรีส์ BL (Boy Love) และ T-Pop สามารถทลายกำแพงพรมแดนอย่างสิ้นเชิง และสร้างฐานแฟนคลับในต่างประเทศที่เหนียวแน่น ทั้งในญี่ปุ่น, เกาหลี, ฟิลิปปินส์ และละตินอเมริกา ผ่าน Reels

แนวทางสนับสนุนครีเอเตอร์

สำหรับเครื่องมือ และฟีเจอร์สนับสนุนครีเอเตอร์ “เรวี” บอกว่า อินสตาแกรมลงทุนทั้งด้านเครื่องมือและโครงสร้างพื้นฐานในการสร้างรายได้เพื่อช่วยให้ครีเอเตอร์ชาวไทยเปลี่ยน “คอมมิวนิตี้” ให้เป็น “อาชีพ” ได้อย่างแท้จริง

ในฝั่งของการสร้างสรรค์คอนเทนต์ จะมี “Edits” แอปตัดต่อฟรีแบบที่ไม่มีลายน้ำ และสามารถนำคลิปไปใช้กับแพลตฟอร์มอื่นได้ มีฟีเจอร์ตัดต่อเสียง และใส่คำบรรยายอัตโนมัติ ซึ่งมียอดดาวน์โหลดกว่า 7 ล้านครั้งในสัปดาห์แรก

นอกจากนี้ ยังมี Meta AI Translation ฟีเจอร์ช่วยแปลภาษา ทั้งส่วนของคำบรรยาย และการแปลเสียง (Voice Translation) ทำให้คอนเทนต์เข้าถึงชาวต่างชาติได้ง่ายขึ้น และ Trial Reels เครื่องมือให้ครีเอเตอร์ทดลองโพสต์ Reels เพื่อดูผลตอบรับแบบส่วนตัว หากผลลัพธ์ดีก็สามารถกดเผยแพร่ได้ แต่หากผลลัพธ์ยังไม่น่าพอใจจะได้มีแนวทางในการลองทำคอนเทนต์ให้ดียิ่งขึ้น

แอป Edits

โปรแกรมสนับสนุนรายได้

ขณะที่ในฝั่งของการสร้างรายได้ มีโปรแกรมที่หลากหลาย เช่น Partnership Ads รูปแบบโฆษณาที่ให้ครีเอเตอร์โปรโมตแบรนด์ผ่านคอนเทนต์ของตนเอง ซึ่งในตลาดระดับโลกสร้างรายได้กว่าหมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า จากปีก่อนหน้า

มี Subscription & Bonus เป็นการทำระบบสมาชิกเพื่อให้แฟนคลับตัวยงเข้ามาดูคอนเทนต์เอ็กซ์คลูซีฟ รวมถึงการรับโบนัสจากการใช้งานฟีเจอร์ต่าง ๆ ของแพลตฟอร์ม และ Creator Marketplace พื้นที่เชื่อมต่อโดยตรงระหว่างแบรนด์กับครีเอเตอร์ แบรนด์สามารถเลือกครีเอเตอร์ได้จากเป้าหมายและผลงาน โดยไม่จำเป็นต้องผ่านเอเยนซี่

นอกจากนี้ ยังมี Affiliate Commerce เครื่องมือช่วยขายสินค้าเพื่อรับส่วนแบ่งรายได้ เป็นความร่วมมือกับยักษ์แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ “ช้อปปี้” (Shopee) และกำลังจะเปิดตัวบนอินสตาแกรมในประเทศไทยเร็ว ๆ นี้ หลังประสบความสำเร็จบนเฟซบุ๊กมาแล้ว

“ปัจจุบันมีครีเอเตอร์ทั่วโลกเข้าร่วมโปรแกรมแอฟฟิลิเอตของ Meta แล้วกว่า 5 ล้านคน”

คำแนะนำถึง “ครีเอเตอร์”

“เรวี” ฝากคำแนะนำถึงครีเอเตอร์ด้วยว่า เคล็ดลับการทำคอนเทนต์ให้ประสบความสำเร็จ มีทั้งหมด 4 เรื่องหลัก ๆ คือ 1.สร้างคอนเทนต์ที่ทำให้คนต้องการส่งต่อ เพราะยอดการส่งต่อ (Share) เป็นสัญญาณที่ทำให้อัลกอริทึ่มช่วยดันคอนเทนต์ให้คนเห็นมากขึ้น

2.เจาะลึกเฉพาะทาง นำเสนอเนื้อหาให้มีความลึก และชัดเจน 3.เปิดสวิตช์การสร้างรายได้ผ่านโปรแกรมต่าง ๆ เช่น Partnership Ads และ Affiliate Commerce เพื่อรับโอกาสในการสร้างรายได้ และ 4.เกาะกระแสเทศกาล ใช้ประโยชน์จากช่วงเวลาและวัฒนธรรมสำคัญ เช่น เทศกาลสงกรานต์ เพื่อดึงดูดความสนใจจากผู้ชมทั่วโลก

“แม้แพลตฟอร์มจะมีเครื่องมือคอยสนับสนุนการทำงานของครีเอเตอร์ แต่หัวใจสำคัญของการผลิตคอนเทนต์ให้โดนใจคนดู คือ Authenticity หรือความจริงใจที่ออกมาจากตัวตนของครีเอเตอร์จริง ๆ”

แท็กที่เกี่ยวข้อง

Instagram ครีเอเตอร์ อินสตาแกรม