คกก.สรรหาฯ สั่ง “หมอสรณ” หยุดปฏิบัติหน้าที่ใน 7 วัน ฝ่าฝืนปรับวันละ 5 หมื่น
คณะกรรมการสรรหา กสทช. ออกคำสั่งทางปกครอง ถึง นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. ให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ใน 7 วัน ฝ่าฝืนปรับวันละ 5หมื่นบาท
รายงานจาก คณะกรรมการสรรหากรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (คณะกรรมการสรรหากรรมการ กสทช.) สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา เรื่อง การบังคับตามคำสั่งทางปกครองที่กำหนดให้กระทำหรือละเว้นกระทำ ถึง ศาสตราจารย์คลินิกสรณ บุญใบชัยพฤกษ์
อ้างถึง หนังสือคณะกรรมการสรรหากรรมการ กสทช. ลับ ด่วนที่สุด ที่ สว (กสทช) 0008/(ส)33330
ลงวันที่ 21กรกฎาคม 2569 ตามหนังสือที่อ้างถึง คณะกรรมการสรรหากรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (คณะกรรมการสรรหากรรมการ กสทช.) ได้เคยมีหนังสือแจ้งคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหากรรมการ กสทช. ที่ 1/2569 ลงวันที่ 21 กรกฎาคม 2569
ซึ่งวินิจฉัย โดยมติเอกฉันท์ว่า ท่านสละสิทธิ์ในการเข้ารับตำแหน่งกรรมการ กสุทช. ตามมาตรา 18ประกอบมาตรา 8(2) แห่งพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2553 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
และต่อมาท่านได้ใช้สิทธิขอให้ศาลปกครองเพิกถอนคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหากรรมการ กสทช. ฉบับดังกล่าว โดยศาลปกครองสงสงสด ได้มีคำสัง ที่ 952/2569 ลงวันที่ 31 สิงหาคม 2569 โดยระบุสถานะของคำวินิจฉัยของผู้ถูกฟ้องคดีไว้ในตอนท้าย ของหน้า 10 ว่า
“…..ถูกฟ้องคดีได้มีดาวนิจดังดังกล่าว ย่อมถือเป็นหตุให้ผู้ต้องทันจากกรรมการ กสทช. ตามมาตรา 20 วรรคหนึ่ง (5) แห่งพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรและกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.ศ. 2553 ไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งประธานกรรมการ กสทช. ต่อไปได้ ตามนัยมาตรา 20 วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ พ.ศ. 2553 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560 …”
ประกอบกับเมื่อวันศุกร์ที่ 25 กันยายน 2569 ศาลปกครองกลางได้มีคำวิมีคำพิพากษา คดีหมายเลขดำ ที่ 1455/2569 คดีหมายเลขแดงที่ 1590/2569 โดยพิพากษายกฟ้องคดีของท่าน เนื่องจากเห็นว่า คำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหากรรมการ กสทช. ที่ 1/2569 ลงวันที่ 21 กรกฎาคม 2569 เป็นคำสั่งทางปกครองที่ชอบด้วยกฎหมายแล้ว ความละเอียดพราบอยู่แล้ว นั้น
ในการนี้ คณะกรรมการสรรหากรรมการ กสทช. ได้รับข้อร้องเรียนจากกรรมการ กสทช. เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2569 ว่า ท่านยังคงปฏิบัติหน้าที่ประธานกรรมการ กสทช. ซึ่งการกระทำดังกล่าว เป็นการขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ ของกรรมการ กสทช. อื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการประชุม กสทช.อันเป็นส่วนที่มีความสำคัญอย่างมากต่อผลประโยชน์ของประเทศ ซึ่งมีวาระการประชุมที่คณะกรรมการกสทช. จะต้องพิจารณาและปัจจุบันมีวาระการประชุมค้างการพิจารณาจำนวนมาก
คณะกรรมการสรรหรรหา กรรมการ กสทช. จึงอาศัยอำนาจตามมาตรา 63/๒๒/๒๒ แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2562
ขอแจ้งให้ท่านยุติการปฏิบัติหน้าที่ประธานกรรมการ กสทช. ภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ได้รับคำสั่งฉบับนี้
ทั้งนี้ เพื่อให้เป็นไปตามคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหากรรมการ กสทช. ที่ 1/2569 ลงวันที่ 21 กรกฎาคม 2569 ประกอบคำสั่งศาลปกครองสูงสูงสุด ที่ 952/2569 รวมถึงคำพิพากษาศาลปกครองกลาง คดีหมายเลขดำที่ 14555/2569 คดีหมายเลขแดงที่ 1590/2569
อย่างไรก็ตาม หากท่านยังคงฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งทางปกครองต่อไป คณะกรรมการสรรหากรรมการ กสทช. อาศัยอํานาจตามมาตรา ๖๗/๒///๑ แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติวิติวิธีปฏิบัติ ราชการทางปกครอง (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. 2562
ขอกำหนดมาตรการบังคับทางปกครองให้ท่านชำระค่าปรับ บังคับการเป็นเงินห้าหมื่นบาทต่อวัน ตลอดระยะเวลาที่ทำการฝ่าฝืน
อนึ่ง หากท่านไม่เห็นด้วยกับการบังคับทางปกครองฉบับนี้ ให้ทำคำฟ้องคดีใต้แย้งการบังคับทางปกครองเป็นหนังสือยื่นต่อศาลปกครองภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่รู้หรือควรรู้ถึงเหตุแห่งการฟ้องคดีตามมาตรา ๔๙ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 ประกอบมาตรา 63/25 แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 และโดยพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง (ฉบับที่ ที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖