รายงานข่าวจากกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(ดีอีเอส) แจ้งว่า หลังจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลฯ นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ และ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้มอบหมายให้ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) สืบสวนติดตามคนร้ายที่เข้ามาขัดขวางหรือรบกวนการประมวลผลของเว็บไซต์ “ชิมช้อปใช้.com” ทำให้ประชาชนไม่ได้รับความสะดวกในการลงทะเบียนใช้สิทธิ์
พล.ต.ต.ไพบูลย์ น้อยหุ่น ผบก.ปอท. ได้จัดทีมทำงานสืบสวนสอบสวน จนสามารถทราบว่าคนร้ายคือ นาย ธีรณัฐ มหัทธโนบล อายุ 19 ปี อยู่ที่จังหวัดปัตตานี จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายจับ ต่อศาลอาญากรุงเทพใต้ ในข้อหา “กระทำด้วยประการใดโดยมิชอบ เพื่อให้การทำงานของระบบคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นถูกระงับ ชะลอ ขัดขวาง หรือรบกวน จนไม่สามารถทำงานตามปกติได้ ตาม มาตรา 10 พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550”
และเมื่อวันที่ 28 ต.ค. 2562 บก.ปอท. จึงได้นำกำลัง เจ้าหน้าที่ตำรวจ ปอท. ลงพื้นที่ จังหวัดปัตตานี ร่วมกับ พ.ต.อ.เอกชัย วิเชียร ผกก.สส.ภ.จว.ปัตตานี, พ.ต.ท.ศรีสันต์ เฟื่องสังข์ รอง ผกก.สส.ภ.จว.ปราจีนบุรี(ศปอส.ตร.), พ.ต.ท.ธัชชัย พงศ์มานะวุฒิ รอง ผกก.ฯ/รอง หน.งานสืบสวนคดีความมั่นคง และคดีพิเศษ, และ เจ้าหน้าที่ทหาร ร.ท.ศุภพร ชิกวี ผบ.ร้อย ร.15312 ฉก.ปน. 25 เข้าทำการตรวจค้น บ้านเลขที่ 10 ซอย 1 ต.จะบังติกอ อ.เมือง จว.ปัตตานี พบผู้ต้องหา จึงได้จับกุมพร้อมตรวจยึดของกลาง ที่ใช้ในการกระทำผิด ตามหมายจับที่ ที่ 606/2562 ลงวันที่ 27 ต.ค. 62

โดยของกลางประกอบด้วย คอมพิวเตอร์ประกอบเอง 1 ชุด คอมพิวเตอร์โน้ตบุ้ค 1 เครื่อง คอมพิวเตอร์ขนาดจิ๋ว(raspberry pi) 1เครื่อง โทรศัพท์มือถือ 7 เครื่อง external HD 2 อัน และของกลางอื่นๆ รวม 17 รายการ
ขณะที่ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ ว่าเป็นผู้ทำให้ระบบเว็บไซต์ประมวลผลล่าช้า ทั้งเมื่อสอบปากคำเพิ่มเติมพบกว่าผู้ต้องหาผู้เขียนชุดคำสั่งเอง และเผยแพร่ทาง facebook
เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้แจ้งข้อหา “กระทำด้วยประการใดโดยมิชอบ เพื่อให้การทำงานของระบบคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นถูกระงับ ชะลอ ขัดขวาง หรือรบกวน จนไม่สามารถทำตามปกติได้ ตาม มาตรา 10 พ.ร.บ.ความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ” อัตราโทษ จำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
และข้อหา “เผยแพร่ชุดคำสั่งที่จัดทำขึ้นโดยเฉพาะเพื่อนำไปใช้เป็นเครื่องมือในการกระทำความผิดตามมาตรา 10” อัตราโทษ จำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 20,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ