เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
SD ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
ดูทั้งหมด

Big Data สู้ภัย COVID “ไต้หวัน” เตรียมก่อนพร้อมก่อน

23 มี.ค. 2563 | 16:54น.

แม้ไต้หวันจะอยู่ห่างจากประเทศจีนที่เป็นศูนย์กลางของการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 เพียง 160 กิโลเมตร ทั้งแต่ละปียังมีชาวจีนหลายล้านคนเดินทางไปยังดินแดนนี้ แต่ไต้หวันมีผู้ติดเชื้อไวรัสนี้ ณ 18 มี.ค. เพียง 77 ราย ทำให้กลายเป็น “ต้นแบบ” ของการรับมือไวรัสนี้ ซึ่งสื่อทั่วโลกไม่ว่าจะเป็น Time, NBC, Japantime หรือ Toronto Star Newspapers ยังร่วมกันถอดบทเรียนจากไต้หวัน

“Chih-Hung Jason Wang” อาจารย์กุมารแพทย์และศาสตราจารย์ด้านนโยบายสาธารณสุข มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ซึ่งเป็นชาวไต้หวัน-อเมริกัน บรรยายวิธีรับมือโควิด-19 ของไต้หวันผ่านบทความวิชาการ ในวารสารสมาคมการแพทย์อเมริกัน ซึ่งฉายภาพชัดเจนว่า “big data” คืออาวุธสำคัญของทางการไต้หวัน

ด้วยการรวมฐานตรวจคนเข้าเมืองของไต้หวันและฐานข้อมูลประกันสุขภาพแห่งชาติ แล้วนำมาวิเคราะห์ ซึ่งทำให้รัฐบาลสามารถระบุตัวตนของผู้ป่วยได้ โดยมีศูนย์บัญชาการการแพร่ระบาดของโรค (CECC) เป็นศูนย์กลางในการสั่งการ

ทั้งยังสร้างเครือข่ายการแจ้งเตือนแบบเรียลไทม์ ที่โรงพยาบาล คลินิก และร้านขายยาทั่วประเทศ สามารถเข้าถึงประวัติการเดินทางของผู้ป่วยได้ทันทีเมื่อสแกนบัตรประกันสุขภาพ

และเช่นเดียวกับชาวไต้หวัน นักท่องเที่ยวทุกคนที่เดินทางเข้ามา ก็ต้องระบุประวัติการเดินทาง 14 วัน ก่อนมาถึงไต้หวัน ซึ่งหากปกปิดอาจถูกปรับถึง 7,000 ดอลลาร์

โดยผู้ที่เข้าข่ายกลุ่มเสี่ยง จะต้องกักตัวรอดูอาการ 14 วัน ไม่ว่าจะเป็นชาวต่างชาติหรือชาวไต้หวัน

และในระหว่างกักตัว จะต้องคอยอัพเดตอาการและมีเจ้าหน้าที่สาธารณสุขตรวจสอบพิกัดตำแหน่งที่อยู่ได้แบบเรียลไทม์ผ่านทางโทรศัพท์มือถือ ทั้งยังมีผู้ดูแลแต่ละพื้นที่คอยตรวจสอบและส่งอาหารให้ถึงหน้าบ้าน

หากฝ่าฝืนการกักตัวจะมีโทษปรับสูงมาก เมื่อต้น ก.พ. มีคู่สามีภรรยาถูกปรับเป็นเงิน 13,725 ดอลลาร์

นอกจากนี้ยังได้พัฒนาแพลตฟอร์มแสดงข้อมูลสาธารณะที่เป็นประโยชน์ในการลดการแพร่ระบาด ทั้งการระบุสถานที่เสี่ยง จำนวนผู้ติดเชื้อ วิธีปฏิบัติตัว ที่สำคัญคือ “Instant Mask Map” แผนที่แสดงจุดจำหน่ายหน้ากากอนามัยที่อัพเดตสต๊อกแบบเรียลไทม์

ทั้งยังมีระบบให้ซื้อหน้ากากอนามัยทางออนไลน์ เพื่อแก้ปัญหาให้วัยแรงงานที่ไม่สามารถมาต่อแถวเข้าคิวซื้อได้ โดยในการซื้อหน้ากากอนามัยทุกช่องทางจะต้องใช้บัตรประกันสุขภาพยืนยันตัวตน เพราะรัฐบาลจำกัดโควตาให้สัปดาห์ละไม่เกิน 3 ชิ้นต่อคน (เด็ก 5 ชิ้น)

จากกระบวนการรับมือทั้งหมดจะเห็นได้ว่า “ข้อมูล” และการเชื่อมต่อให้ไหลเวียนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างราบรื่นและเรียลไทม์ คือ หัวใจสำคัญ ซึ่งจะเกิดขึ้นได้ต้องอาศัย “ความเข้าใจ” และความรู้ที่จะออกแบบระบบหลังบ้านที่เกี่ยวข้องให้ “พร้อมใช้” สำหรับทุกคนอย่างแท้จริง ซึ่งไม่ได้เกิดขึ้นได้ภายในวันเดียว แต่ “ไต้หวัน” ได้ใช้บทเรียนจากครั้งการระบาดของโรคซาร์ส มาพัฒนาปรับปรุงแก้ไขปัญหาที่เคยพบ และลงมือตั้งรับแต่เนิ่น ๆ

โดย “ไต้หวัน” ตั้งศูนย์บัญชาการตั้งแต่ 20 ม.ค. ตั้งแต่ยังไม่ชัดเจนว่า “คน” จะเป็นพาหะได้ และห้ามส่งออกหน้ากากอนามัยตั้งแต่ 24 ม.ค. และคุมเข้มการเข้าเมืองอย่างต่อเนื่อง “ก่อน” ประเทศอื่น

แท็กที่เกี่ยวข้อง

บิ๊กดาต้า (Big Data) ไต้หวัน