เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (1 พ.ย. 69) ปรับขึ้น 50 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 63,050 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (1 พ.ย. 69) ปรับขึ้น 50 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 63,050 บาท
กรรมของผี
คุยกับเอกราช กรรมของผี
ธอส.ลุย 2 โปรเจ็กต์รัฐปล่อยกู้บ้าน 3 ล้าน-ติดโซลาร์
Finance ธอส.ลุย 2 โปรเจ็กต์รัฐปล่อยกู้บ้าน 3 ล้าน-ติดโซลาร์
สภาพอากาศวันนี้ (1 พ.ย.) ไทยยังมีฝนฟ้าคะนอง กทม.-ปริมณฑล 40% ของพื้นที่
News สภาพอากาศวันนี้ (1 พ.ย.) ไทยยังมีฝนฟ้าคะนอง กทม.-ปริมณฑล 40% ของพื้นที่
เร่งปิดดีลขาย ‘รอยัลออคิดฯ’ เคลียร์หนี้-คืนเงินผู้ถือหน่วย
Finance เร่งปิดดีลขาย ‘รอยัลออคิดฯ’ เคลียร์หนี้-คืนเงินผู้ถือหน่วย
ราคาน้ำมันวันนี้ (1 พ.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (1 พ.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (1 พ.ย. 69) ขยับขึ้น 0.3% อยู่ที่ 77,422 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (1 พ.ย. 69) ขยับขึ้น 0.3% อยู่ที่ 77,422 เหรียญสหรัฐ
ยศชนัน เยี่ยมชมมหกรรมหนังสือฯ โค้งสุดท้ายยอดนักอ่านทะลุล้าน
Biz Movement ยศชนัน เยี่ยมชมมหกรรมหนังสือฯ โค้งสุดท้ายยอดนักอ่านทะลุล้าน
ชมพู่ อารยา เผยเบื้องหลัง “กุ๊กกู๋” ที่แม่ซับพอร์ต
Biz Movement ชมพู่ อารยา เผยเบื้องหลัง “กุ๊กกู๋” ที่แม่ซับพอร์ต
ททท.คาดท่องเที่ยวสงขลา 2 เดือนสุดท้ายคึกคัก นักท่องเที่ยวทะลุ 9 แสนคน-ครั้ง สร้างรายได้ 7.5 พันล้าน  
Business ททท.คาดท่องเที่ยวสงขลา 2 เดือนสุดท้ายคึกคัก นักท่องเที่ยวทะลุ 9 แสนคน-ครั้ง สร้างรายได้ 7.5 พันล้าน  
ดูทั้งหมด

VC เจ๊งหุ้นซ้ำเติมสตาร์ตอัพ “ดีป้า”อัด170ล.หวังฟื้นดิจิทัลอีโคโนมี

17 เม.ย. 2563 | 11:04น.

สตาร์ตอัพหืดจับพิษโควิดฉุดรายได้เป็นศูนย์-เงินลงทุนหด สมาคมไทยเทคฯชี้ส่วนใหญ่กัดฟันสู้ได้อีก 3 เดือน จับตาแรงงานทักษะสูงตกงานระนาว ฟาก “ดีป้า” เร่งปรับงบประมาณ 170 ล้านบาท ช่วยหนุน หวังช่วยสตาร์ตอัพปั้นเทคโนโลยีสร้างกลไกขับเคลื่อนดิจิทัล

นายพณชิต กิตติปัญญางาม นายกสมาคมไทยเทคสตาร์ตอัพ เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า สถานการณ์ของสตาร์ตอัพในขณะนี้ไม่ต่างจากธุรกิจทั่วไปที่ได้รับผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 โดยหลายรายไม่มีรายได้เข้ามาเลย แม้ว่าจะมีลูกค้าอยู่ แต่ไม่สามารถเก็บเงินได้ รวมถึงไม่สามารถหาลูกค้าใหม่ได้เช่นกัน ขณะที่บรรดากองทุน นักลงทุน หรือ VC ที่ปกติจะเข้ามาลงทุนในสตาร์ตอัพ ก็ไม่มีเงินเข้ามาอุดหนุน เพราะขาดทุนจากการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ หรือมีความระมัดระวังในการเลือกลงทุนมากขึ้น ไม่ต้องการแบกรับความเสี่ยงจากการลงทุนในจังหวะนี้

“โดยปกติแล้วสตาร์ตอัพจะมีกระแสเงินสดเดือนต่อเดือน ทุ่มกระแสเงินสดที่มีเพื่อให้เกิดการเติบโตอย่างก้าวกระโดด ซึ่งเท่ากับต้องมีรายจ่ายเยอะมากตามไปด้วยเมื่ออยู่ดี ๆ รายได้วูบหายไปเป็นศูนย์ ก็ต้องแบกรับต้นทุนที่สูงตามไปด้วย ขณะที่สตาร์ตอัพบางรายต้องปิดดีลกับ VC ในเดือนนี้ก็ไม่สามารถปิดดีล ทำสัญญากันได้ เพราะการเดินทางเข้าออกประเทศมีอุปสรรค ทำให้สตาร์ตอัพดี ๆ ไม่มีเงินลงทุนเข้ามาพยุง ตอนนี้หลายแห่งเริ่มลดเงินเดือนพนักงานครึ่งหนึ่ง มีการเลย์ออฟพนักงาน ถ้ายังเป็นแบบนี้ต่อไป คาดว่าอีก 3 เดือน น่าจะเห็นการปิดตัวของสตาร์ตอัพเยอะอยู่”

TravelTech ตายสนิท

สำหรับสตาร์ตอัพที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด คือ กลุ่ม TravelTech เทคโนโลยีเพื่อการท่องเที่ยว และกลุ่มที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับการจัดอีเวนต์ สัมมนาต่าง ๆ ที่ต้องใช้สถานที่กายภาพ อีกกลุ่มคือ กลุ่มที่ใช้เทคโนโลยีซัพพอร์ตองค์กรธุรกิจต่าง ๆ เนื่องจากแต่ละองค์กรต้องรัดเข็มขัดรักษากระแสเงินสดของตัวเองให้มากที่สุด

“ไม่ว่าบริษัทหรือสตาร์ตอัพ ทุกคนเจอ cash flow shock กันหมด เพราะอยู่ดี ๆ ก็วูบหายไป เป็นกันทั้งประเทศ ในช่วง 3 เดือนนี้ก็จะได้เห็นแรงงานที่มีทักษะสูงอย่างโปรแกรมเมอร์ จะถูกเลย์ออฟราว ๆ พันราย”

ส่วนกลุ่มที่จะเติบโตได้ดี คือ สตาร์ตอัพที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ การปรึกษาแพทย์ผ่านทางออนไลน์ รวมถึงที่เป็นช่องทางให้คอนซูเมอร์จับจ่ายใช้สอยผ่านช่องทางดิจิทัล และกลุ่มโลจิสติกส์ ซึ่งสตาร์ตอัพหลายรายปรับมาสู่ธุรกิจนี้เพิ่มขึ้น

ปีแห่งการปรับตัว

ขณะที่ภาพรวมการเติบโตของสตาร์ตอัพในประเทศไทย ปีนี้ถือเป็นปีแห่งการปรับตัว เพราะสภาพตลาดเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว เกิดตลาดใหม่ที่เกิดขึ้นจากการเข้ามาของไวรัสโควิดที่ทำให้พฤติกรรมต่าง ๆ เปลี่ยนไป จึงอยู่ที่ว่าใครจะปรับตัวได้เร็วกว่ากัน และตลาดจะมีเงินพร้อมจะจับจ่ายได้เมื่อใด

“ทุกวิกฤตก็มีโอกาส ภาพรวมสตาร์ตอัพในปีนี้ บางส่วนอาจจะหายไป อย่าง TravelTech ที่ตายสนิท แต่ก็จะมีช่องทางให้ตลาดใหม่ ๆ ตอนนี้ทุกรายพยายามรักษากระแสเงินสดให้มากที่สุด”

ดีป้าพร้อมหนุน 170 ล้านบาท

ด้านนายณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อํานวยการใหญ่ สํานักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือดีป้า เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ปีนี้ถือเป็นปีที่ยากในการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล ทั้งในแง่ของงบประมาณกำลังซื้อต่าง ๆ ที่ลดน้อยลงจากภาวะเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ทำให้องค์กรต่าง ๆ ต้องรัดเข็มขัด และลังเลที่จะลงทุนในเทคโนโลยีใหม่ ๆ

“แต่ก็เป็นโอกาสจากการที่คนได้ตระหนักถึงประโยชน์จากการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ เพื่อลดต้นทุน ดังนั้นหากมีกลไกที่จะเข้ามาช่วยลดความเสี่ยงหรือแบ่งเบาความเสี่ยงจากการลงทุนก็จะช่วยทำให้เศรษฐกิจดิจิทัลเติบโตได้”

ดังนั้น ดีป้าจึงได้ปรับแผนใช้งบประมาณประจําปี 2563 ออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกจะใช้งบประมาณ 90 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนสตาร์ตอัพในการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่ตอบโจทย์ของภาคธุรกิจเมื่อการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ยุติลง กับส่วนที่สองอีก 80 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อย SMEs โรงงานต่าง ๆ รวมถึงเกษตรกร ที่ต้องการนำเทคโนโลยีจากบรรดาสตาร์ตอัพไปใช้เพื่อปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพของธุรกิจ

พยุง Real Sector ประเทศ

“ภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ทำให้สตาร์ตอัพไม่มีรายได้ ไม่มีเงินสนับสนุน ซึ่งถ้าปล่อยไว้ก็จะล้มหายตายจากไป ทำให้ประเทศขาดกลไกของดิจิทัลเทคโนโลยีที่จะเข้ามาช่วยขับเคลื่อนธุรกิจในยุคใหม่ การที่ดีป้าใส่เงินทุนลงไป 90 ล้านบาท ให้กับสตาร์ตอัพ ก็จะช่วยให้มีกระแสเงินสดหมุนเวียนเพียงพอที่จะสามารถพัฒนาเทคโนโลยีได้ดีขึ้น สามารถซัพพอร์ต real sector ให้ก้าวต่อไปได้ เมื่อวิกฤตเศรษฐกิจในประเทศต่าง ๆ ที่หยุดชะงักเพราะโควิดเริ่มคลี่คลาย”

ขณะเดียวกัน อีก 80 ล้านบาทที่ใส่ให้กับผู้ประกอบการก็เป็นการเพิ่มกำลังซื้อ ช่วยแบ่งเบาความเสี่ยง ทำให้กล้าตัดสินใจลงทุนด้านเทคโนโลยีมากขึ้น โดยเทคโนโลยีเป้าหมายที่ดีป้าต้องการสนับสนุนเพื่อตอบโจทย์ประเทศ เช่น เทคโนโลยีเพื่อการเกษตร การศึกษา การเงิน บริการภาครัฐ ท่องเที่ยว และสุขภาพ รวมถึงการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ เพื่อจะช่วยให้ทุกฝ่ายก้าวข้ามวิกฤตนี้ไปให้ได้

แท็กที่เกี่ยวข้อง

Digital Economy สตาร์ตอัพ