เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เจาะลึกกลยุทธ์ ‘Limited Drop’ ทำไมยิ่งสินค้ามีน้อย คนยิ่งรีบซื้อจน Sold Out ?
Business เจาะลึกกลยุทธ์ ‘Limited Drop’ ทำไมยิ่งสินค้ามีน้อย คนยิ่งรีบซื้อจน Sold Out ?
ปิดดีลแล้ว ที่ดินสถานทูตเนเธอร์แลนด์ 20 ไร่กลางกรุง สะพัด “อสังหาตระกูลดัง” ทุ่มซื้อ
Real Estate ปิดดีลแล้ว ที่ดินสถานทูตเนเธอร์แลนด์ 20 ไร่กลางกรุง สะพัด “อสังหาตระกูลดัง” ทุ่มซื้อ
เนเน่ฟัง “เนเน่นายแน่มาก” แล้วน้ำตาไหล เผยพรีเซนเตอร์ 10 ตัวไม่เกินจริง
Biz Movement เนเน่ฟัง “เนเน่นายแน่มาก” แล้วน้ำตาไหล เผยพรีเซนเตอร์ 10 ตัวไม่เกินจริง
ทรงห่วงใย ถุงยังชีพพระราชทานถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอีก 200 ชุด
News ทรงห่วงใย ถุงยังชีพพระราชทานถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอีก 200 ชุด
หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
Economic หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
ไทย-ญี่ปุ่น จับมือหา New Engine of Growth นอกรอบ STS forum
การศึกษา ไทย-ญี่ปุ่น จับมือหา New Engine of Growth นอกรอบ STS forum
เลิกดับไฟรายวัน หันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอ
SD Talk เลิกดับไฟรายวัน หันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอ
‘ไทยเบฟ’ โชว์ศิลปะเยาวชนสู่สายตานานาชาติ-ประชุม IMF
Biz Movement ‘ไทยเบฟ’ โชว์ศิลปะเยาวชนสู่สายตานานาชาติ-ประชุม IMF
14 องค์กรธุรกิจ ร่วมใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
SD 14 องค์กรธุรกิจ ร่วมใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
Infineon ปักหมุดไทย เป็นฐานใหญ่ผลิตชิปป้อนโลก
Economic Infineon ปักหมุดไทย เป็นฐานใหญ่ผลิตชิปป้อนโลก
ดูทั้งหมด

ถอดรหัส เนคเทค De Facto พลิกงานวิจัยสู่การใช้งานจริง

27 ก.ค. 2565 | 22:00น.
ดร.ชัย วุฒิวิวัฒน์ชัย
สัมภาษณ์

ถ้าเปิดดูข้อมูลบนเว็บไซต์ขององค์กร เพื่อหาจุดตั้งต้น และพันธกิจในการก่อตั้ง “เนคเทค” หรือศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ จะพบคำอธิบายว่า เป็นองค์กรวิจัยที่ดำเนินการร่วมกับหน่วยงานพันธมิตรในสาขาเทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์ และคอมพิวเตอร์ เพื่อสร้างผลงานที่เป็นเลิศ เกิดประโยชน์ต่อเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ

จากจุดเริ่มต้นในปี 2529 ตลอด 36 ปีและในวาระที่ 2 ในตำแหน่งผู้อำนวยการ “เนคเทค-ดร.ชัย วุฒิวิวัฒน์ชัย” กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ต้องการเปลี่ยนเนคเทคจากผู้วิจัย เป็นผู้ผลักดันนโยบาย และผู้สร้างระบบนิเวศของการใช้เทคโนโลยีไปสู่การพัฒนาแพลตฟอร์มที่สามารถใช้งานได้จริง (De Facto Platform)

“ถ้าจะให้ผลักดันเทคโนโลยีตั้งแต่ต้นทางจนปลายทาง เราจะเจอทางตัน เพราะคนเรามีน้อย มีแค่ 580 คน เป็นนักวิจัย 400 คน ขณะที่กำลังสำคัญที่จะนำเทคโนโลยีไปใช้คือภาคเอกชน”

จึงต้องทำให้เป็น “open innovation” ทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์

มุ่ง Open Innovation

โดยหาทุนวิจัยจากเอกชนที่เห็นประโยชน์จาก open innovation

“องค์กรสมัยใหม่หันมาสนใจความยั่งยืนและนวัตกรรมมากขึ้น ฉะนั้นการเปิดกว้างทางนวัตกรรมทำไปพร้อมกับธุรกิจได้ คนที่รายได้น้อย หรือสตาร์ตอัพที่เพิ่งเริ่มต้นก็เข้ามาใช้ open innovation ส่วนองค์กรที่มีงบประมาณก็จ้างเนคเทคทำให้ก็ได้”

ดร.ชัยกล่าวว่าที่ผ่านมาตั้งใจว่าเนคเทคจะต้องไม่ใช่ผู้ที่ทำวิจัยอย่างเดียว แต่เป็นผู้ที่สร้างระบบนิเวศการนำงานวิจัยไปใช้ จึงวางแนวทางการทำงานภายใต้กลยุทธ์ที่เรียกว่า 3 เอื้อม

ถอดรหัสกลยุทธ์ 3 เอื้อม

1.เอื้อมบน คือ ขับเคลื่อนด้านนโยบาย

“เราร่วมกับกระทรวงดีอีเอส ผลักดันแผนปฏิบัติการปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติเพื่อการพัฒนาประเทศไทยกำลังจ่อเข้า ครม. เพื่อวางแนวทางการพัฒนาและบริหารจัดการเอไอให้ไปในทิศทางเดียวกัน”

และผลักดันให้เกิดศูนย์นวัตกรรมการผลิตยั่งยืน (sustainable manufacturing center : SMC) ที่ EECi อ.วังจันทร์ จ.ระยอง เพื่อขับเคลื่อนสู่อุตสาหกรรม 4.0 ด้วยเทคโนโลยีมีทั้งไอโอที สมาร์ทแวร์เฮาส์ ยานยนต์ไฟฟ้า การออกแบบมอเตอร์ เป็นสิ่งที่ได้ทำในเชิงนโยบาย ไม่ใช่แค่การเป็นนักวิจัย

ถัดมาเป็น 2.เอื้อมกลางด้านการปฏิบัติการ เน้น open innovation ไม่ว่าสิทธิบัตรหรือเทคโนโลยีใดที่เห็นว่ามีความพร้อม จะเปิดกว้างให้ใช้งาน

โดยในปี 2562 เริ่มนำ AI for Thaiเป็นเทคโนโลยีด้านการประมวลผลภาพ เสียง และภาษาออกมาให้ใช้ ปัจจุบันมีการใช้ 30 ล้านครั้ง นักพัฒนา 6 พันกว่าคน แอ็กทีฟ 1.3 พันคน

ปี 2563 เปิด Netpie เป็น IOT แพลตฟอร์มรองรับเอดจ์คอมพิวติ้ง

ปี 2564 นำระบบเกษตรแม่นยำหรือฟาร์มอัจฉริยะมาใช้งาน handysense.io เป็นบอร์ดอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้ควบคุมอุณหภูมิ สั่งให้น้ำให้ปุ๋ย ฮาร์ดแวร์นี้ราคาถูกและใช้งานง่าย

“หลายปีก่อน เนคเทคทำดาต้าแพลตฟอร์มเยอะมาก ทั้ง Thai School Lunch, Agri-map, TP-map จึงนำแพลตฟอร์มข้อมูลทำหมดนี้ออกมาเปิดให้ใช้ฟรี เพื่อให้เกิดดาต้าแพลตฟอร์มใหม่ ขึ้นในประเทศ เราใช้ชื่อว่า open-D (open-d.openservice.in.th) ทำให้มีหลายหน่วยงานมาใช้ เช่น สำนักงานสถิติ และกระทรวง อว.”

ล่าสุด ปี 2565 พัฒนาระบบเกษตรแม่นยำขึ้นใหม่จาก handysense ที่มีราคาถูกให้เป็น WiMarc มีประสิทธิภาพสูงขึ้น มีเอไอตรวจวัดด้วยเซ็นเซอร์แบบเครือข่ายไร้สายควบคุมแปลงเกษตรอัตโนมัติ

เปิดผลงานที่ใช้ได้จริง

จุดแข็งด้านเทคโนโลยีของเนคเทคที่ปรากฏให้เห็นในช่วง 4 ปีนี้ คือ 1.ด้านการทำเซ็นเซอร์ 2.ด้านการทำระบบและเครือข่าย และ 3.เอไอ/บิ๊กดาต้า ทั้ง 3 ส่วนเกื้อหนุนกันและกัน เมื่อมีเซ็นเซอร์ที่ดี จะส่งข้อมูลที่ดีที่เก็บได้ผ่านระบบและเครือข่ายที่ดีเพื่อเทรนเอไอ แล้วเอไอนั้นจะกลับไปควบคุมเซ็นเซอร์อีกครั้ง

“เรายังมีเทคโนฯพร้อมใช้สำหรับภาคธุรกิจกว่า 269 prototype บทความวิชาการ 302 ชิ้น สิทธิบัตร/อนุสิทธิบัตรกว่า 432 รายการ ที่ทำให้ได้รับความเชื่อมั่นอย่างสูงทั้งระดับชาติและระดับสากล”

สำหรับ เอื้อมล่าง คือต้องคิดถึงความยั่งยืนในการพัฒนาเทคโนโลยีต่อเนื่อง ใน 4 ปี ที่ผ่านมาได้ spin off บริษัทออกไป 4 บริษัท ได้แก่

1.บริษัท เอไอไนท์ จํากัด ต่อยอดเทคโนโลยีแปลงเสียงพูดเป็นข้อความภาษาไทย (พาที)

2.บริษัท BIGGO จํากัด ต่อยอดผลงาน open-D : open data service platform พัฒนาระบบรองรับการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่

3.บริษัท BrainiFit จํากัด ต่อยอดเทคโนโลยีนิวโรฟีดแบ็ก วิเคราะห์สัญญาณสมองด้วยการทำเกมให้กับผู้ป่วยพาร์กินสัน

และ 4.บริษัท ดาร์วินเทค โซลูชันส์ (ประเทศไทย) จํากัด ต่อยอดผลงาน Thai School Lunch และ KidDiary Platform สําหรับการจัดอาหารและดูแลสุขภาพในสถานศึกษา ซึ่งได้รับความสนใจจากบริษัทต่างชาติ เช่น อายิโนะโมะโต๊ะ ที่ต้องการระบบการจัดการโรงอาหารของเขาเพื่อคำนวณต้นทุนและโภชนาการด้วยระบบดิจิทัล เราจึงได้สปินออฟบริษัทไปต่อยอดดิจิทัลโซลูชั่นด้านการจัดการอาหารในโรงอาหารโดยเฉพาะ

แผน 4 ปีข้างหน้า “De Facto”

เมื่อผลักดันเชิงนโยบาย มีการต่อยอดด้วยบริษัทเอกชนแล้ว เราต้องมาคิดว่า เรื่อง “ความยั่งยืน” จะทำอย่างไรให้ open innovation ที่พัฒนามา มีการใช้งานจริง สร้างระบบนิเวศให้เกิดขึ้นทำอย่างไรให้ใช้ง่าย ทำให้เกิดการใช้เทคโนฯและเตรียมพร้อมสำหรับเทคโนฯในอนาคตไว้ด้วย

ผมค่อนข้างจะตั้งเป้าหมายแบบก้าวร้าว คือ อยากจะเอา open innovation ที่มีอยู่แล้ว พัฒนาไปเป็นแพลตฟอร์มที่ใช้งานได้จริงระดับชาติ (De Facto Platform) แบบที่คนไทยเมื่อตื่นขึ้นมาต้องใช้เลย อย่างน้อยให้มีปีละ 1 แพลตฟอร์ม ระหว่างปี 2565-2570 จึงนิยาม De Facto Platform ว่าเป็นนวัตกรรมจากงานวิจัยขั้นสูง ตอบปัญหาสังคมจนมีผู้ใช้งานจํานวนมาก มีแนวทางการให้บริการที่ยั่งยืน จะเห็นว่ามีโครงการที่น่าจะต่อยอดเป็น De Facto ได้ 5 โครงการ คือ

1.AI for Thai แพลตฟอร์มบริการปัญญาประดิษฐ์ ต่อยอดให้มีระบบสังเคราะห์ภาพและเสียงเป็นอวตาร ระบบสรุปเนื้อหาข่าว ระบบแปลภาษาไทย-เมียนมา ระบบแยกแยะเสียงผู้พูด ผลักดันให้เป็นโครงสร้างพื้นฐานหลักทางเอไอ ภายใต้แผนปฏิบัติการปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติ มุ่งสู่ De Facto ภายในปี 2570 ผลักดันให้ระบบเอไอของเราดึงส่วนแบ่งการตลาดจากเจ้าใหญ่อย่าง Google หรือ Amazon ให้ได้

2.TPMAP ขยายผลการใช้งานไปยังศูนย์อํานวยการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนฯ (ศจพ.) ทั่วประเทศใช้ TPMAP เป็นฐานกลางในการติดตามแก้ไขปัญญาความยากจน

3.KidDiary ต่อยอดจากระบบ Thai School Lunch ระบบแนะนําสํารับอาหารกลางวันสําหรับโรงเรียนแบบอัตโนมัติ มีผู้ใช้งาน 58,046 หน่วยงาน ขยายกรอบแนวคิดสู่ระบบ farm-to-school เชื่อมโยงระหว่างโรงอาหารของโรงเรียนและฟาร์มที่อยู่ใกล้เคียงได้โดยไม่ผ่านตัวกลาง

4.Traffy Fondue แม้เหมือนจะสำเร็จไปแล้วแต่การจะเป็น De Facto ต้องขยายความความร่วมมือกับสํานักนายกรัฐมนตรีและกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อขยายให้ อปท.ทั่วประเทศใช้งาน

5.Digital Farming อยากให้เกิดเพราะคนไทยเป็นเกษตรกรกว่า 14 ล้านคน การที่มีเทคโนโลยีแพลตฟอร์มต่าง ๆ เข้ามาช่วยคำนวณเพื่อพยากรณ์ และลดต้นทุนเป็นสิ่งที่จะช่วยภาคเกษตรได้มาก

ถอดบทเรียน Traffy Fondue

ดร.ชัยกล่าวด้วยว่าสิ่งสำคัญคือระบบหรือเทคโนโลยีต้องตอบโจทย์ และเข้าใจปัญหา ถ้าไม่ได้จะไม่มีวันไปต่อได้ เช่น ถ้าให้นักวิจัยทำเซ็นเซอร์วัดสารในน้ำ โดยไม่รู้ว่าปัญหาในบ่อเลี้ยงกุ้งคืออะไร ก็ไม่มีทางที่เซ็นเซอร์นั้นจะตอบสนองความต้องการของเกษตรกรเลี้ยงกุ้งได้

“นักวิจัยเองก็ต้องออกไปข้างนอกเพื่อรับรู้ปัญหาให้เยอะให้รอบด้านจึงต้องมีตัวเชื่อมเพื่อนำปัญหาจากพื้นที่จริง ๆ เข้าสู่แล็บของนักวิจัย และโน้มน้าวให้นักวิจัยเข้าใจปัญหา”

จึงสร้างทีมที่เรียกว่า “โซ่ข้อกลาง” เพื่อทำความเข้าใจปัญหาสังคมแล้วตีแผ่ออกมาให้นักวิจัยเข้าใจ เพื่อสร้าง De Facto Platform ดังจะเห็นได้จากกรณี Traffy Fondue เพราะ “นักวิจัยมองรอบด้าน” รู้ปัญหาแล้วหาวิธีแก้จึงจะพยายามถอดบทเรียนจาก Traffy Fondue ว่าอะไรคือความสำเร็จ

“ใช่การมีอินฟลูเอนเซอร์แบบผู้ว่าชัชชาติหรือเปล่า ถ้ามองจริง ๆ คือความเอาจริงเอาจังของผู้ว่าฯ ความเอาจริงเอาจังของหน่วยงานเมื่อทุกส่วนเอาจริงมันก็ใช้งานได้ดี”

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เนคเทค