FETTA วอนรัฐบาลใหม่ทบทวนขึ้นค่าแรง ตั้งกองทุนปลุกชีพท่องเที่ยว

FETTA วอนรัฐบาลใหม่ทบทวนขึ้นค่าแรง

7 สมาคมท่องเที่ยวจัดตั้ง FETTA หวังขับเคลื่อนท่องเที่ยวไทย เชื่อคล่องตัว ออกหน้าเสนอแนวคิดได้โดยตรง เตรียมคุยภาครัฐ-เอกชน หวังตั้งรัฐบาลโดยเร็ว เร่งแก้ปัญหา e-VISA ทบทวนค่าแรง ตั้งกองทุนปลุกชีพผู้ประกอบการ

วันที่ 28 มิถุนายน 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สมาคมด้านการท่องเที่ยวจำนวน 7 สมาคม ได้แก่ สมาคมไทยธุรกิจท่องเที่ยว (ATTA), สมาคมโรงแรมไทย (THA), สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ (สทน.), สมาคมไทยบริการท่องเที่ยว (TTAA), สมาคมผู้ประกอบการรถขนส่งทั่วไทย (สปข.), สมาคมมัคคุเทศก์อาชีพแห่งประเทศไทย (PGAT) และสมาคมส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวไทย (สธทท.) ได้ลาออกจากการเป็นสมาชิกสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) และจัดตั้ง สหพันธ์สมาคมท่องเที่ยวไทย (สสทท.) หรือ FETTA ขึ้น

นายศิษฎิวัชร ชีวรัตนพร นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (ATTA) เปิดเผยว่า FETTA มีเป้าหมายทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ แก้ไขความเดือดร้อนภาคการท่องเที่ยว และวางแผนรองรับอนาคตความเปลี่ยนแปลงของการท่องเที่ยวโลกและการท่องเที่ยวไทยอย่างเป็นระบบ

อีกทั้งสร้างเครือข่ายหน่วยงานภาครัฐ และเอกชน ที่เกี่ยวข้องมาสนับสนุนได้อย่างเป็นรูปแบบมีความยั่งยืน มีความยืดหยุ่น และเป็นที่ยอมรับจากทุกภาคส่วน นำมาสู่เป้าหมายของความยั่งยืนในด้านเศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม

สำหรับภารกิจเบื้องต้นนั้น FETTA โดยแอตต้าจะเร่งรัดการแก้ไขปัญหาการออกวีซ่าให้กับนักท่องเที่ยวจีน ที่มองว่ายังใช้ระยะเวลาอนุมัติที่นาน และเสนอให้เพิ่มเที่ยวบินเข้าสู่ประเทศไทยทั้งในส่วนกลางและภูมิภาคในระยะเร่งด่วน

“เชื่อว่า FETTA เป็นหนึ่งกลไกเสาหลักของการท่องเที่ยวไทยที่ดูแลตลาด Inbound Outbound Domestic & Supply Chain ที่มีประสิทธิภาพ ขับเคลื่อนการท่องเที่ยวไทยให้แข่งขันบนเวทีโลกได้” นายศิษฎิวัชรกล่าว

นายอดิษฐ์ ชัยรัตนานนท์ เลขาธิการสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) กล่าวว่า การจัดตั้ง FETTA จะช่วยให้สมาชิกดำเนินงานได้คล่องตัวมากขึ้น สามารถเสนอแนวคิดแก่ผู้เกี่ยวข้องได้โดยตรง และเราลาออกจากสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยแล้ว คงไม่ไปละลาบละล้วงการทำงานของสภา

จากนี้แอตต้าจะเป็นหน่วยงานประสานเบื้องต้นในการจดทะเบียนจัดตั้ง FETTA ในอนาคต รวมถึงวางแผนการจัดงาน Thailand International Tourism Conference ขึ้น รวมถึงแนะนำตัวกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน

เอกชนท่องเที่ยวหวัง จัดตั้งรัฐบาลโดยเร็ว

นายศิษฎิวัชรกล่าวว่า ภาคเอกชนมีความคาดหวังให้สามารถตั้งรัฐบาลได้โดยเร็ว และขอให้รัฐบาลชุดใหม่พิจารณาส่งเสริมการดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าประเทศ หนึ่งในนั้น คือ การแก้ไขปัญหาการลงทะเบียนวีซ่าผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-VISA)

จากนโยบายของพรรคที่ได้รับการเลือกตั้งสูงสุดสองพรรค คือ พรรคก้าวไกลและพรรคเพื่อไทย ซึ่งมีนโยบายปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ จากเดิมเป็น 450 บาท และ 600 บาทในปี 2570 ตามลำดับนั้น นางมาริสา สุโกศล หนุนภักดี นายกสมาคมโรงแรมไทย (THA) ให้ความเห็นว่า ปัจจุบันผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรมยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ และปรับขึ้นค่าแรงให้เหมาะสมกับสถานการณ์

“อยากให้รัฐบาลพิจารณายับยั้ง ใหเหมาะสมกับสถานการณ์ซึ่งโรงแรมยังไม่ได้ฟื้นตัวเต็มที่ บางโรงแรมมีแขกเยอะ แต่บางโรงแรมก็ยังกระท่อนกระแท่นอยู่ ฉะนั้นอยากให้ชะลอการขึ้นค่าแรง เพราะต้นทุนค่าไฟ ค่าแก๊สปัจจุบันก็อยู่ในระดับสูง” นางมาริสากล่าว

ด้านนายวสุเชษฐ์ โภสณเถียร นายกสมาคมผู้ประกอบการรถขนส่งทั่วไทย กล่าวว่า สถานการณ์โควิด-19 ส่งผลกระทบอย่างหนักกับผู้ประกอบการรถขนส่ง โดยหลังสถานการณ์โควิด-19 มีผู้ให้บริการรถขนส่งจำนวน 15,000 คันที่พร้อมให้บริการ จากเดิมที่มีอยู่กว่า 40,000 คัน ปัจจุบันผู้ประกอบการติดขัดปัญหาหลายประการและยังเผชิญกับจำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าประเทศไทยไม่เต็มที่ จึงเสนอข้อเรียกร้อง ดังนี้

1. งบประมาณ หรือกองทุนฟื้นฟูให้กับผู้ประกอบการรถขนส่ง เพื่ใช้ซ่อมแซมรถที่ไม่ได้ใช้งานเป็นเวลานาน ซึ่งค่าซ่อมอาจสูงถึง 500,000 บาท

2. ส่งเสริมการเดินทางด้วยรถทัวร์

3. ปลดล็อกเงื่อนไขการยื่นประมูลงานภาครัฐ ซึ่งกำหนดให้บริษัทผู้ยื่นประมูลต้องไม่มีผลประกอบการติดลบ เพราะในช่วงโควิด-19 ผู้ประกอบการจำนวนมากมีผลประกอบการติดลบอยู่แล้ว

4. ความชัดเจนในแนวทางการปรับเปลี่ยนรถขนส่งจากเครื่องยนต์สันดาป เป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (EV)

“เรามีแรงงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงครอบครัวที่อยู่ข้างหลังจำนวนมาก เราต้องการเสนอรัฐบาลที่เข้ามาใหม่ ไม่ว่าเป็นใครก็ตาม แก้ไขปัญหาที่ภาคท่องเที่ยวเผชิญโดยด่วน” นายวสุเชษฐ์กล่าว


ทั้งนี้ ในนามของ FETTA เตรียมพูดคุยกับเอกชน ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต่าง ๆ ในภาคท่องเที่ยว และเตรียมจัดทำเอกสารเปิดผนึกข้อเรียกร้อง ข้อเสนอในการผลักดันภาคอุตสาหกรรมท่องเที่ยวถึงผู้บริหารประเทศ รัฐมนตรีกว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เมื่อมีการจัดตั้งรัฐบาลเสร็จสิ้น