พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ลบเงาการเมืองในการบินไทย ผ่าตัดใหญ่ระบบ “เส้นสาย”

พีระพันธุ์พูดเรื่องการบินไทย
สัมภาษณ์พิเศษ

พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หน่ายการเมือง โบกมือลาพรรคประชาธิปัตย์ไม่ทันข้ามคืน ถูกเทียบเชิญเข้าทำเนียบรัฐบาล ขึ้นชั้นเป็น “กุนซือ” ประจำตัว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

ครอบครองตำแหน่งคู่ขนานทั้งฝ่ายบริหาร-นิติบัญญัติ คุมชีพจรการเมืองในตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาหลักเกณฑ์และวิธีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560

อยู่ในทีมผ่าตัด “การบินไทย” เส้นเลือดใหญ่ของธุรกิจการบินประจำชาติ

ภารกิจที่ท้าทายที่สุด คือ เป็นพายุใต้ปีกให้การบินไทยกลับมาบินได้อีกครั้ง

“ประชาชาติธุรกิจ” ตีตั๋วสัมภาษณ์พิเศษกับ “พีระพันธุ์” เมื่อการบินไทยเดินทางขึ้นบันไดขั้นแรก เช็กอิน ที่ศาลล้มละลายกลาง เมื่อวันที่ 17 สิงหาคมที่ผ่านมา

“พีระพันธุ์” บอกว่า “ความมุ่งมั่นตั้งใจที่ผู้บริหารและคณะกรรมการที่ทำอยู่ตอนนี้ รวมถึงสิ่งที่เราพยายามประสานกับเจ้าหนี้ต่าง ๆ เราไม่คิดว่าจะมีปัญหาแม้ว่าจะมีเจ้าหนี้บางรายคัดค้าน ซึ่งเป็นจำนวนน้อย เจ้าหนี้ส่วนใหญ่เห็นชอบกับฝั่งเราอยู่แล้ว เจ้าหนี้จำนวนมากทำหนังสือยินยอมให้มายื่นศาลให้เราเป็นผู้ทำแผน” บันไดขั้นที่สอง ต้องทำให้การบินไทยปรับโครงสร้าง-ลดต้นทุน กลับมาบินได้อีกครั้ง

“ถ้าการบินไทยกลับมาทำธุรกิจได้เหมือนเดิม โดยไม่มีปัญหาเรื่องโควิด-19ผมไม่หนักใจเลย เพราะเราปรับโครงสร้างลดต้นทุน จัดการรูปแบบการบริหารงานใหม่ ต้นทุนของบริษัทลดลงแน่นอน สามารถกลับมาทำธุรกิจอย่างเดิมได้”

“แต่ที่ผมหนักใจก็คือ แม้เราจะลดค่าใช้จ่าย ปรับโครงสร้าง การหามืออาชีพเข้ามาทำงาน แต่ธุรกิจเดินไม่ได้เหมือนปกติ เพราะการทำธุรกิจการบินไม่ได้อยู่ที่เรา แต่ปัญหา คือ เมื่อกลับมาบินไปแล้ว ต้องมีผู้โดยสารไป-กลับกับเรา”

การแข่งขันรอบใหม่ “พีระพันธุ์” จึงให้ความสำคัญกับการบิน “เส้นทางในประเทศ” ตามดีมานด์ที่สูงขึ้น

คู่ขนานกับการ “สางคอร์รัปชั่น” และระบบ “เส้นสาย” ในฝ่ายบริหาร

“ผมก็เป็นคนปากไม่ค่อยดีนะ ผมว่ามันไม่ใช่แค่คอร์รัปชั่น เรื่องการบริหารจัดการที่ผิดพลาด เรื่องความสามารถที่ไม่เพียงพอของผู้บริหาร เรื่องการอาศัยคอนเน็กชั่นที่เอาคนเข้ามาสู่ตำแหน่งต่าง ๆ ไม่อาศัยฝีไม้ลายมือ พูดง่าย ๆ ไม่ได้บริหารแบบธุรกิจจริง ๆ เลยทำให้เกิดปัญหา เกิดความแตกแยกภายในองค์กร”

“การทุจริตคอร์รัปชั่น ความโปร่งใสการบริหารงานบุคคล เรื่องของประสิทธิภาพในการคำนวณต้นทุน ในการทำงาน เป็นปัญหามาทั้งหมด”

ต้องเริ่มจากการต้องมี good governance จริง ๆ ผู้บริหารระดับสูง ตั้งแต่กรรมการลงไปจนถึงซีอีโอที่เรียกว่าดีดี หรือฝ่ายบริหารต้องทำงานเพื่อบริษัทอย่างแท้จริง และไม่อาศัยเรื่องของคอนเน็กชั่น ไม่อาศัยเรื่องของเส้นสาย ดึงคนที่มีฝีไม้ลายมือในทางธุรกิจ และต้องปรับโครงสร้างให้ถูกต้อง

การตรวจสอบต้องมีความโปร่งใส ชัดเจน คนผิดต้องได้รับการลงโทษอย่างจริงจัง ในอดีตเป็นรัฐวิสาหกิจ ไม่มีเจ้าของที่แท้จริง ทุกคนมาก็มาแสวงหาประโยชน์กันไป ไปก็ไข่ทิ้งเอาไว้ เป็นไข่เน่าเข้าไปอีก คนที่รับช่วงต่อมาแทนที่จะเอาไข่เน่า

ต่อไปต้องทำอย่างไรกับบริษัทเมื่อกลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว ต้องไม่กลับไปเป็นแบบเดิมอีก

“พีระพันธุ์” วาดภาพการบินไทยหลังยุคโควิดไว้ว่า “การบินไทยต้องไม่อยู่ในเงาของนักการเมือง เหมือนในอดีตที่ผ่านมาไม่อยู่เลยครับ ไม่มี แม้ส่วนตัวผมจะเป็นนักการเมือง และถูกส่งไปจากท่านนายกฯ แต่ผมไม่เคยเอาการเมืองไปยุ่ง เพราะเราไม่ได้ไปเพื่อผลประโยชน์ เราเข้าไปเพื่อที่จะช่วยเหลือบริษัทนี้ให้กลับมาเป็นความภูมิใจของประเทศอีกครั้งหนึ่ง”

ความท้าทายของนักกฎหมาย เมื่อต้อง “ผ่าตัด” องค์กรที่ “ล้มละลาย” อีกด้าน คือ “ต้องทำแผนและหาเงินมาบริหารกิจการ”

“สมมุติว่าศาลอนุมัติแผน ไม่ได้แปลว่าเดินหน้าได้ ต้องหาเงินก้อนมหึมามาอีก 1 ก้อน เพื่อมาเดินงานบริษัท เพราะ5-6 เดือนที่ผ่านมา แทบจะไม่มีรายได้เลย รายได้จากการบินที่เคยได้เดือนหนึ่งเป็นพันล้านหมื่นล้าน เหลือไม่กี่ตังค์ แต่ขณะที่รายจ่ายประจำมีอยู่ตลอดเวลา เพราะฉะนั้น รายได้ รายจ่ายก็ไม่เป็นสมการกัน”

ปีที่แล้วทั้งปีขาดทุน 19,000 ล้านบาท ปีนี้ 6 เดือน ขาดทุนไปแล้ว 28,000 ล้านบาท เหตุที่ 28,000 เพราะว่า รายจ่ายมัน fix แต่รายได้ไม่เข้า เพราะฉะนั้น จากนี้ไปอีก 6 เดือน แปลว่า มันต้องมีปัญหาหมักหมมไปอีก

“หลังศาลจะอนุมัติ สิ่งที่เราต้องเร่งดำเนินการ คือ อันดับหนึ่งเลย หาเงินเข้า 1.เพิ่มทุน 2.กู้ 3.ขายทรัพย์สิน ถึงเวลาจำเป็นแล้ว เราอาจจะต้องดำเนินการในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง หรืออาจจะต้อง 3 แบบเลยก็ได้ หลังจากนั้นเราต้องรีสตาร์ตธุรกิจกลับมา เริ่มบินใหม่”

หัวใจสำคัญ คือ ผู้กล้าที่จะมาเป็น “พันธมิตรธุรกิจ” กับการบินไทย ซึ่ง “พีระพันธุ์” มั่นใจว่า จะโฟกัสนักลงทุนไทย

“ผมเชื่อว่าจะต้องมีคนเข้ามาสนใจเข้ามาถือหุ้น วันหนึ่งเมื่อปัญหาโควิดจบธุรกิจการบินต่าง ๆ ก็จะกลับมาเหมือนเดิม ส่วนตัวผมคิดว่า อยากได้คนไทย ใจผมอยากได้คนไทย”

ทว่าแม้วันข้างหน้าการบินไทยจะกลับมาบินได้ แต่ก็ต้องเจอคู่แข่งที่แข็งแกร่งอย่าง “แอร์เอเชีย” แต่ “พีระพันธุ์” ไม่ได้มองเช่นนั้น

“ผมไม่ได้มองว่าเขาเป็นคู่แข่ง เพราะว่าลูกค้าของการบินไทยไม่ใช่ลูกค้า low cost ลูกค้าการบินไทย คือ ลูกค้าพรีเมี่ยม คนที่เขาอยากจะบินการบินไทย ไม่ได้อยากจะไปบิน low cost ลูกค้า low cost เขาก็ไม่อยากไปบินการบินไทยอยู่แล้ว ตลาดของการบินไทยกับ low cost แยกกัน เทียบกันไม่ได้ เพียงแต่ว่าการบินไทยต้องโปรโมต และมีเส้นทางการบิน มีสิ่งที่ดึงดูดใจในเชิงบริการให้กับผู้โดยสารมากขึ้นในช่วงเริ่มต้น”

ลมใต้ปีกอีกด้านของการบินไทย คือ “พนักงาน” ที่ขณะนี้ถูกลดค่าตอบแทนยาวไปจนถึงสิ้นปี 2563 “พีระพันธุ์” ให้ความหวังว่า

“เหตุผลของบริษัทที่ขอความร่วมมือพนักงานลดเงินเดือน เพราะเราไม่มีรายได้เข้า เรามีแต่เงินเก็บที่สะสมไว้ แต่เราต้องจ่ายออก ซึ่งเราต้องพยายามเก็บเงินสดไว้ให้ได้มากที่สุด ให้ได้นานที่สุด แต่เราต้องมีรายจ่ายประจำ คนละไม้คนละมือ ก็จะทำให้รายจ่ายประจำน้อยลง มีเงินยืดอายุของบริษัท ก่อนที่จะเริ่มสตาร์ต business กลับมาใหม่ได้ให้นานขึ้น เมื่อธุรกิจกลับมาเหมือนเดิมได้ ก็สามารถจ่ายเงินทุกอย่างได้ตามปกติเหมือนเดิม”

ในช่วง 1 ปีกว่า ถึง 2 ปี เราจะต้องกลับมาบินในประเทศ เพื่อที่จะเสริมรายได้ และหาทางที่จะทำรายได้จากด้านอื่น เช่น จากครัวการบิน หรือจากธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเรื่องระบบการเดินอากาศ ซึ่งทางฝ่ายช่าง หรือคนที่เกี่ยวข้องกับการวางแผนการบิน บอกว่า สามารถเอาโปรแกรมคอมพิวเตอร์ เขียนโปรแกรมขายสายการบินอื่นได้

แม้จะพูดยากว่าในปี 2564 พนักงานอาจจะไม่มีโอกาสกลับมามีรายได้ปกติ “กุนซือนายกฯ” ก็กัดฟันเอ่ยว่า “เราจะพยายามทำให้กลับเข้าสู่ภาวะปกติให้เร็วที่สุด และจะพยายามทำให้พนักงานในระดับล่างเดือดร้อนน้อยที่สุด”

“ผมต้องบอกให้ฟังว่า พนักงานการบินไทยความจริงมี 2 กลุ่ม กลุ่มหนึ่งเรียกว่า ผู้บริหาร อีกกลุ่มหนึ่ง คือ พนักงานแท้ ๆ คนที่เป็นปัญหาที่ทำให้บริษัทเดินมาถึงจุดนี้ได้ ไม่ใช่พนักงาน แต่เป็นกลุ่มบริหารจัดการ หรือผู้บริหารนี่แหละ ที่เป็นต้นเหตุทำ

“เราทำก็เพื่อให้บริษัทอยู่ได้ ถ้าบริษัทอยู่ไม่ได้ อย่าว่าแต่เงินเดือนน้อยเลยครับ ไม่เหลือเงินเดือนจ่ายเลยนะครับ วันนี้ได้น้อยก็ยังดีกว่าไม่ได้ แต่ถ้าบริษัทไปไม่ได้เลย คือ ต้องเลิกกิจการ ทุกคนก็เดือดร้อนหนักกว่านี้”

“พีระพันธุ์” สัญญาว่า “สิ่งที่คณะทำงานและคณะกรรมการชุดนี้พยายามเข้ามาทำงาน เมื่อสามารถฟื้นฟูกลับมาสู่ปกติได้ ทุกคนก็จะกลับมาสู่ตรงจุดเดิม”

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ