“การบินไทย” ชี้แจงกรณียุบ “ไทยสมายล์” ต้องรอแผนฟื้นฟูแล้วเสร็จ

การบินไทย
Photo by Mladen ANTONOV / AFP

“การบินไทย” ยันสายการบินไทยสมายล์ยังเป็นบริษัทย่อยในกลุ่มบริษัทการบินไทย มีความพร้อมในการให้บริการทั้งภายในประเทศ-ระดับภูมิภาค แจงแม้ขาดทุนหนัก แต่มีแนวโน้มดีขึ้นแล้ว

นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร รักษาการแทนกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงกรณีที่มีข่าวเรื่องการยุบ บริษัท ไทยสมายล์แอร์เวย์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทลูกของการบินไทยนั้น ขณะนี้บริษัทฯ กำลังอยู่ระหว่างการไต่สวนของศาลล้มละลายกลาง ตามที่บริษัทฯ ได้ขอยื่นคำร้องเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการ และศาลล้มละลายกลางได้นัดไต่สวนครั้งแรกไปเมื่อวันที่ 17 สิงหาคมที่ผ่านมา และจะมีการไต่สวนเพิ่มเติมในวันที่ 20 และ 25 สิงหาคมนี้

ซึ่งเมื่อกระบวนการไต่สวนแล้วเสร็จ ศาลจึงจะมีการพิจารณาว่าบริษัท การบินไทยควรเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูหรือไม่ รวมทั้งศาลจะแต่งตั้งคณะผู้ทำแผน ซึ่งจะประกาศในราชกิจจานุเบกษาต่อไป หลังจากนั้นคณะผู้ทำแผนจะดำเนินการจัดทำแผน ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลา 3 ถึง 5 เดือน

ชาญศิลป์ ตรีนุชกร รักษาการแทนผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย

อย่างไรก็ตาม สายการบินไทยสมายล์ซึ่งเป็นบริษัทลูกของการบินไทย และเป็นสายการบินแบบ Full Service ยังคงให้บริการในเส้นทางภายในประเทศและภูมิภาคเหมือนเดิม แม้ว่าไทยสมายล์จะมีผลประกอบการขาดทุน แต่ในช่วงปีที่ผ่านมา ไทยสมายล์ก็มีผลประกอบการที่ดีขึ้นตามลำดับ กล่าวคือ ขาดทุนน้อยลง และยังได้รับ 2 รางวัล จากการจัดอันดับโดยเว็บไซด์ทริปแอดไวเซอร์ (Tripadvisor Travellers’ Choice Airline Awards) ประจำปี 2563 ได้แก่ รางวัลแรกเป็น สายการบินยอดเยี่ยมในภูมิภาคเอเชีย (Best Regional Airline – Asia) เป็นครั้งที่ 3 และรางวัลที่สองเป็น สายการบินยอดเยี่ยมอันดับหนึ่งของประเทศไทย (Best Airline Thailand) ติดต่อกันเป็นปีที่ 4

อีกทั้งการบินไทยและไทยสมายล์ยังเป็น 2 สายการบินแรกของประเทศไทยที่ได้รับมอบตราสัญลักษณ์มาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัย (Amazing Thailand Safety & Health Administration : SHA) เพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่นและยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยและสุขอนามัยให้แก่ผู้โดยสารตลอดการเดินทาง

ทั้งนี้ บริษัทฯ ขอให้ลูกค้า คู่ค้า พันธมิตร เจ้าหนี้ ผู้ถือหุ้น รวมทั้งสาธารณชนเชื่อมั่นว่าบริษัทฯ จะจัดทำแผนการกำกับดูแลบริษัท ไทยสมายล์แอร์เวย์ฯ ให้สามารถดำเนินกิจการได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถทำกำไรได้ต่อไป