“ASAI” ปักหมุดเยาวราช นำ “ดุสิตธานี” บุกตลาดมิลเลนเนียลเอเชีย

ดุสิตธานี

“ดุสิตธานี” ถือเป็นกลุ่มทุนโรงแรมรายใหญ่และเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองไทย โดยกว่า 70 ปีที่ผ่านมาได้มุ่งมั่นลงทุนโรงแรมระดับไฮเอนด์มาโดยตลอด แต่ปัจจุบันได้พยายามขยายฐานธุรกิจไปยังธุรกิจอาหาร, พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ พร้อมทั้งพลิกมุมคิดด้วยการเปิดโรงแรม “อาศัย” หรือ ASAI แบรนด์น้องใหม่สำหรับลูกค้ากลุ่มมิลเลนเนียล ซึ่งเป็นเทรนด์ใหม่ของการท่องเที่ยวโลกเป็นครั้งแรก

“ศุภจี สุธรรมพันธุ์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มดุสิตธานี บอกว่า โรงแรมอาศัย กรุงเทพฯ ไชน่าทาวน์ ถือเป็นโรงแรมแห่งแรกภายใต้แบรนด์ใหม่อย่าง “อาศัย (ASAI)” ของเครือดุสิตธานี ด้วยงบฯลงทุน 1,100 ล้านบาทโดยได้เปิดให้บริการแล้วในช่วงกลางเดือนกันยายนที่ผ่านมา

สำหรับแบรนด์ “อาศัย” นี้ กลุ่มดุสิตธานีตั้งเป้าเปิดเซ็กเตอร์ใหม่ทำแบรนด์ไลฟ์สไตล์ เจาะตลาดลูกค้ากลุ่มมิลเลนเนียล ซึ่งเป็นกลุ่มประชากรที่จะกลายเป็นตลาดศักยภาพของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวโลก เพื่อให้ดุสิตฯสามารถครอบคลุมกลุ่มลูกค้าที่หลากหลายมากขึ้น

โดยตามแผนแล้วจะเปิดให้บริการ “อาศัย สาทร” ในพื้นที่สาทร 12 ในอีก 12 เดือนข้างหน้า พร้อมแผนระยะยาวในการลงทุนเพิ่มเติมของดุสิตธานีในพื้นที่เกียวโต ประเทศญี่ปุ่น ที่คาดว่าจะเปิดให้บริการในปี 2565 รวมถึงยังมีแผนเข้ารับจ้างบริหารโรงแรมอีก 4 แห่ง ภายใต้แบรนด์อาศัยในพื้นที่ยานคิง เมืองย่างกุ้ง ประเทศเมียนมา1 แห่ง และพื้นที่เซบู ประเทศฟิลิปปินส์3 แห่ง โดยคาดว่าใน 4 แห่งหลังอาจจะล่าช้ากว่าแผนเดิมเล็กน้อย หลังปัญหาวิกฤตการณ์โควิด-19 ที่ต้องอาศัยเวลาในการฟื้นตัว

“กลุ่มมิลเลนเนียลเป็นกลุ่มประชากรที่มีสัดส่วนกว่า 60% ของประชากรโลก และกว่า 45% อยู่ในพื้นที่เอเชีย-แปซิฟิก เดิมหากไม่มีโควิด-19 คาดว่ามิลเลนเนียลจะสร้างมูลค่าท่องเที่ยวสะพัดกว่า 4 แสนล้านเหรียญสหรัฐ และเติบโตอย่างสูงขึ้นเรื่อย ๆ กลุ่มดุสิตฯเล็งเห็นโอกาสและแนวทางใหม่ ๆ ขององค์กร จึงดิสรัปต์ตัวเอง ตัดสินใจสร้าง ASAI ในรูปแบบของสตาร์ตอัพในองค์กร หวังให้กลุ่มคนรุ่นใหม่ใช้แนวทางการทำงานแบบใหม่ที่ดุสิตฯไม่เคยทำมาก่อน”

ขณะที่ “ศิรเดช โทณวณิก” กรรมการผู้จัดการ “อาศัย โฮลดิ้งส์” ผู้บริหารโรงแรมแบรนด์ “อาศัย” ให้ข้อมูลว่า “อาศัย”จะเป็นแพลตฟอร์มโรงแรมที่พัก(hospitality platform) ที่พร้อมเชื่อมโยงกับชุมชนและกลุ่มธุรกิจอื่น ๆ ทั้งในและนอกอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว เน้นทำงานบนระบบเศรษฐกิจที่ขายประสบการณ์ที่เชื่อมต่อกับชุมชนและสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่วิธีการทำงานภายในองค์กรไปจนถึงการมอบบริการให้กับผู้เข้าพัก

“ศิรเดช” บอกว่า โรงแรมอาศัย กรุงเทพฯ ไชน่าทาวน์ เป็นโรงแรมขนาด224 ห้อง ตกแต่งในรูปแบบร่วมสมัย ผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมไทย-จีน สะท้อนแคแร็กเตอร์ของย่านที่ตั้ง โดยห้องพักจะมีขนาดกะทัดรัดระหว่าง 17-26 ตารางเมตรใน 3 ไทป์ ได้แก่ comfy, roomy และ biggy เน้นองค์ประกอบที่จำเป็นสำหรับนักเดินทาง เช่น พื้นที่วางกระเป๋า เตียงคุณภาพดีเยี่ยม ฝักบัวอาบน้ำแรงดันสูง และมุมทำงาน

พื้นที่ส่วนกลางจะมีความกว้างขวางตามคอนเซ็ปต์ Eat, Work, Play ที่สามารถปรับเปลี่ยนเพื่อตอบสนองการใช้งานรูปแบบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นกิน ดื่ม ทำงาน หรือพักผ่อนร่วมกันอย่างสะดวกสบาย ดังนั้น ลูกค้าจะได้รับประสบการณ์การเข้าพักแบบลักเซอรี่ในราคาที่จับต้องได้ เพื่อตอบโจทย์ affordable lifestyle ของลูกค้าอย่างแท้จริง

และเป็นโรงแรมเชนระดับสากลแห่งเดียวในย่านเมืองเก่า และตั้งอยู่ในทำเลที่ดีที่สุดใจกลางเยาวราช ห่างจากสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินวัดมังกรไม่เกิน 150 เมตร และอยู่ท่ามกลางร้านอาหารแนวสตรีตฟู้ดซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวทั่วโลกศาลเจ้า วัดไทย วัดจีน วัดญวน หอศิลป์และพิพิธภัณฑ์ รวมถึงคาเฟ่และสถานที่ท่องเที่ยวในบริเวณเกาะรัตนโกสินทร์

“หลังเปิดให้บริการมาได้ระยะหนึ่ง มีอัตราการเข้าพักราว 20% ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่น่าประทับใจท่ามกลางสถานการณ์โควิด-19 ที่ทำให้การเดินทางไม่สามารถเกิดขึ้นได้ตามปกติ โดยหลังจากนี้จะพยายามรักษาอัตราการเข้าพักและผลักดันให้เติบโตมากขึ้นอีกในช่วงที่เหลือของปี ผ่านการดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวไทยที่ต้องการรู้จักย่านเยาวราชมากขึ้น”

โดยแนวทางการทำการตลาดระหว่างนี้ จะทยอยจัดกิจกรรมเกี่ยวกับอาหาร และศิลปะภายในพื้นที่ของโรงแรม เพื่อสร้างความตระหนักรู้ในแบรนด์และความเชื่อมโยงกับชุมชนอย่างต่อเนื่อง

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ