“ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์” ฝุ่นตลบ บี้ตั้งทีมเฉพาะกิจเคลียร์ปม

Phuket - Thailand : Photo by Mladen ANTONOV / AFP)

“ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์” ฝุ่นตลบ! หวั่นกระทบอีก 10 จังหวัดนำร่อง วงในเผย สธ.ยันต่างชาติต้องล็อกพื้นที่อยู่ภูเก็ต 14 วัน ททท. เร่งเคลียร์รันเวย์ ดันแอปพลิเคชั่น Go Thailand ช่วยลดความเสี่ยงปลดล็อกกักตัว ศบศ.เคาะ 8 มาตรการ Phuket Sandbox คาด 3 เดือนรายได้ 11,492 ล้าน

แหล่งข่าวในธุรกิจท่องเที่ยวเปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ขณะนี้แผนการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวต่างชาติโดยไม่กักตัวตามโมเดล “ภูเก็ตแซนด์บอกซ์” ยังติดในหลาย ๆ ประเด็น โดยเฉพาะในเรื่องแนวทางการปลดล็อกการกักตัวนักท่องเที่ยวต่างชาติตามโจทย์ “แซนด์บอกซ์” ซึ่งที่ผ่านมา กระทรวงสาธารณสุขยังยืนยันว่า นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าภูเก็ต ยังต้องกักตัวในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต 14 วัน ตามประกาศของกระทรวงการต่างประเทศเมื่อ 1 พ.ค.ที่ผ่านมา ที่บังคับใช้กับผู้เดินทางจากทุกประเทศต้นทาง รวมถึงผู้ที่ฉีดวัคซีนครบโดสแล้ว พร้อมทั้งระบุให้ล็อกดาวน์พื้นที่จังหวัดภูเก็ตด้วย

หวั่น “แซนด์บอกซ์” สะดุด

นอกจากนี้ยังรวมถึงแผนการฉีดวัคซีนให้ประชาชนในพื้นที่ และประชากรแฝงให้ได้ในสัดส่วน 70% ตามแผนการสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ ที่ล่าสุดนี้ยังมีปัญหาเรื่องการจัดสรรจำนวนวัคซีนลงไปในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ที่ไม่เป็นไปตามแผน

“ขณะที่ผู้ประกอบการท่องเที่ยวภูเก็ตเตรียมพร้อมสำหรับการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติแล้ว แต่แนวทางปฏิบัติที่ภาครัฐต้องดำเนินการยังไม่เสร็จ ทำให้ผู้ประกอบการท่องเที่ยวค่อนข้างอึดอัด เนื่องจากประเด็นที่ยังไม่พร้อมนั้นมีผลโดยตรงต่อการทำการตลาดและความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวและคู่ค้าในต่างประเทศ” แหล่งข่าวกล่าวและว่า

ประเด็นความไม่พร้อมที่เป็นอยู่ขณะนี้ทำให้หลายภาคส่วนในจังหวัดภูเก็ตวิตกว่า นโยบาย “ภูเก็ตแซนด์บอกซ์” จะล่ม ไม่สามารถเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติโดยไม่กักตัวได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ หากเป็นเช่นนั้นจะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประเทศไทย และอาจเป็นการยากที่จะเปิดจังหวัดนำร่องอื่น ๆ อีก 9 จังหวัดที่อยู่ในแผนต่อไป

บี้ ททท.ตั้งทีมเฉพาะกิจลุย

แหล่งข่าวจากผู้ประกอบการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ตรายหนึ่งกล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า เพื่อให้การขับเคลื่อน “ภูเก็ตแซนด์บอกซ์” เป็นไปตามแผนเดิมคือ 1 กรกฎาคมนี้ ทางเอกชนจึงได้นำเสนอผ่านไปยังผู้บริหารการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ให้จัดตั้ง “ทีมเฉพาะกิจ” เพื่อดูแลและขับเคลื่อนแนวทางการเปิดรับนักท่องเที่ยวโดยไม่กักตัว ตามโมเดล “แซนด์บอกซ์” ให้บรรลุเป้าหมาย

“ตอนนี้คิดว่าการจัดตั้งทีมเฉพาะกิจเพื่อมาขับเคลื่อนมีความจำเป็นมาก ซึ่งทีมดังกล่าวนี้ต้องมีตัวแทนจากทุกภาคส่วนมาร่วมทำงาน ทั้งตัวแทน ททท. กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงการต่างประเทศ ภาคเอกชนภูเก็ต ฯลฯ เพื่อให้ทุกภาคส่วนได้รับรู้ข้อมูล ปัญหา อุปสรรค รวมถึงความคืบหน้าการเปิดรับนักท่องเที่ยวในทิศทางเดียวกัน ไม่ใช่เอกชนในพื้นที่พร้อม แต่นโยบายภาพรวมยังไม่พร้อม” แหล่งข่าวกล่าว

Go Thailand ปลดล็อกกักตัว

นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ขณะนี้การเตรียมการในพื้นที่ภูเก็ตสำหรับการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติโดยไม่กักตัวนั้นพร้อมหมดแล้ว เหลือแค่รอสรุปบางประเด็นในภาพรวมเท่านั้น เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดในประเทศยังค่อนข้างรุนแรง

“หลัก ๆ ประเด็นที่ยังต้องรอสรุปคือ สถานการณ์การแพร่ระบาด มาตรการต่าง ๆ จะทำอย่างไร การลดวันกักตัว จะควบคุมการเข้า-ออกแบบไหน ฯลฯ ซึ่งหลัก ๆ เป็นเรื่องมาตรฐานการปฏิบัติ หรือ SOP (standard operation procedures) รวมทั้งปัญหาเรื่องวัคซีนเล็กน้อย แต่เราก็ได้รับคำยืนยันว่า ภูเก็ตน่าจะได้รับวัคซีนตามแผน” นายยุทธศักดิ์กล่าวและว่า โดยภาพรวมแล้วยังเดินหน้าต่อ

ขณะที่แหล่งข่าวจาก ททท.กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ที่ผ่านมา ผู้ว่าการ ททท.ได้มอบหมายให้รองผู้ว่าการ 2 คน คือ นายศิริปกรณ์ เชี่ยวสมุทร รองผู้ว่าการด้านตลาดยุโรป แอฟริกา ตะวันออกกลาง และอเมริกา เป็นผู้ประสานงานโครงการภูเก็ตแซนด์บอกซ์ และนายนายฉัททันต์ กุญชร ณ อยุธยา รองผู้ว่าการด้านตลาดเอเชียและแปซิฟิกใต้ ดูแลเรื่องการจัดทำมาตรฐาน SOP

ล่าสุดยังได้มอบหมายให้ นายกรวิทย์ วงศ์ประเสริฐ ผู้อำนวยการฝ่ายดิจิทัลและเทคโนโลยีสารสนเทศ เข้ามาดูแลในเรื่องการจัดหาเครื่องมือสำหรับช่วยลดความเสี่ยง และลดวันกักตัวสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าภูเก็ต

“เครื่องมือช่วยปลดล็อกเรื่องวันกักตัวและลดความเสี่ยงด้านการแพร่ระบาดรอบใหม่นั้น ที่ผ่านมา ททท.ได้ศึกษาข้อมูลของแอปพลิเคชั่นต่าง ๆ ทั้ง travel pass ของสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ หรือ IATA, Thailand Plus ของสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจรัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) และ Go Thailand Health E Visa บริษัท โกแบงคอก อินเตอร์เนชั่นแนล โดยล่าสุด ททท.ได้หารือร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข เบื้องต้นเห็นชอบให้ใช้แอปพลิเคชั่น Go Thailand” แหล่งข่าวกล่าว

8 มาตรการภูเก็ตแซนด์บอกซ์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจ (ศบศ.) เมื่อ 4 มิ.ย.ที่ผ่านมา เห็นชอบข้อเสนอ Phuket Sandbox ของจังหวัดภูเก็ต ดังนี้ 1.ผู้เดินทางซึ่งได้รับวัคซีนครบโดส อย่างน้อย 14 วัน ก่อนการเดินทาง และเป็นผู้เดินทางจากประเทศเสี่ยงต่ำ-กลาง (ตามหลักเกณฑ์ของกระทรวงสาธารณสุข) 2.เด็กอายุต่ำกว่า 6 ปี ต้องได้รับการตรวจเชื้อโควิด-19 เมื่อเดินทางมาถึง 3.เด็กอายุ 6-18 ปี ต้องได้รับการตรวจเชื้อโควิด-19 เมื่อเดินทางมาถึง


4.มีเอกสารรับรองการฉีดวัคซีนจากประเทศต้นทาง โดยวัคซีนจะต้องขึ้นทะเบียนตามกฎหมายของประเทศไทย หรือได้รับการรับรองโดย WHO 5.ติดตั้งแอปพิเคชั่นแจ้งเตือน 6.พำนักในโรงแรมที่พักที่ผ่านมาตรฐาน SHA+ ใน 14 คืน หลังจากนั้นสามารถเดินทางไปยังพื้นที่อื่น ๆ ในประเทศได้ 7.ตรวจเชื้อโควิด-19 ตามมาตรการควบคุมโรคของกระทรวงสาธารณสุข 8.ทำกิจกรรมท่องเที่ยวภายใต้มาตรการป้องกัน D-M-H-T-T-A-

ลุ้นรายได้ท่องเที่ยว 11,492 ล้าน

สำหรับแผนการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติช่วงเดือน ก.ค.-ก.ย. 2564 มีแผนดังนี้ เดือน ก.ค. เป็นการทำตลาดระยะใกล้ (สิงคโปร์ เวียดนาม ฮ่องกง เกาหลี ไต้หวัน และญี่ปุ่น ยกเว้น จีน) 6,000 คน ประมาณการรายได้ 284.40 ล้านบาท เดือน ส.ค. 15,000 คน ประมาณการรายได้ 743.40 ล้านบาท และ ก.ย. 23,000 คน ประมาณการรายได้ 1,151.40 ล้านบาท

ส่วนตลาดระยะไกล (อังกฤษ เยอรมนี รัสเซีย อิสราเอล กลุ่มประเทศ GCC หรือกลุ่มประเทศอาหรับ 6 ประเทศ ฝรั่งเศส นอร์ดิก และอเมริกา) แผนในเดือน ก.ค.ตั้งเป้านักท่องเที่ยว 23,700 คน ประมาณการรายได้ 2,597 ล้านบาท เดือน ส.ค.อีก 32,300 คน ประมาณการรายได้ 3,539 ล้านบาท และเดือน ก.ย. 29,000 คน ประมาณการรายได้ 3,177 ล้านบาท รวมนักท่องเที่ยวทั้ง 2 กลุ่มที่คาดว่าจะเดินทางเข้าประเทศ 129,000 คน รวมรายได้ 11,492.2 ล้านบาท

4 จังหวัดขอขยับไทม์ไลน์เร็วขึ้น

นอกจากนี้ยังมีพื้นที่นำร่องอื่น ๆ 4 จังหวัด เสนอเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติแบบไม่กักตัวพร้อมกับภูเก็ตในเดือน ก.ค. จากไทม์ไลน์เดิมจะเริ่ม 1 ต.ค. ประกอบด้วย จังหวัดกระบี่ (เกาะพีพี ไร่เลย์ เกาะโหง) เกาะสมุย เกาะพะงัน เกาะเต่า, จ.สุราษฎร์ธานี เสนอจำกัดพื้นที่และท่องเที่ยวระบบปิด 0+3+4 คืน ส่วน จ.พังงา-เขาหลัก เสนอขอไม่กักตัวตั้งแต่เดือน ส.ค. เช่นเดียวกับ จ.เชียงใหม่ (อ.เมือง แม่ริม แม่แตง ดอยเต่า) เสนอกักตัว 0+7 คืน +sealed routes (กักตัวในโรงแรมเป็นเวลา 7 คืน โดยสามารถออกนอกห้องพัก และออกไปทำกิจกรรมใน sealed routes ที่กำหนดได้

และในเดือนตุลาคม จ.กระบี่ เกาะสมุย จ.เชียงใหม่ จ.ชลบุรี (พัทยา บางละมุง และสัตหีบ) เสนอขอไม่กักตัว ส่วน กทม. ชะอำ หัวหิน และบุรีรัมย์ เสนอหลักการเปิดพื้นที่รับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ได้รับวัคซีนแล้ว

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ