ดัชนีเชื่อมั่นธุรกิจท่องเที่ยวไตรมาส 2 ฟื้นตัว แต่ยังอยู่ในระดับต่ำ

ดัชนีท่องเที่ยว
ภาพจาก Jack TAYLOR / AFP

สทท.เผย ดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบธุรกิจท่องเที่ยว ไตรมาส 2/2565 ฟื้นตัวขึ้น แต่ยังอยู่ในระดับต่ำ

วันที่ 30 มิถุนายน 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายชำนาญ ศรีสวัสดิ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบธุรกิจท่องเที่ยว ไตรมาส 2/2565 อยู่ที่ระดับ 53 สะท้อนถึงสถานการณ์การท่องเที่ยวที่ดีขึ้นกว่าไตรมาส 1 ที่ผ่านมา แต่ยังอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าปกติมาก หากเทียบกับปี 2562

โดยค่าดัชนีคาดการณ์สถานการณ์ท่องเที่ยวโตรมาส 3/2565 อยู่ที่ระดับ 62 สถานประกอบการเปิดบริการน้อยกว่าไตรมาสที่ผ่านมาเหลือเพียง 86% เนื่องจากราคาวัตถุดิบและค่าครองชีพที่สูงขึ้นมาก บวกกับหมดระยะของ โครงการเราเที่ยวด้วยกัน และ คนละครึ่งเฟส 4 ส่งผลให้ประชาชนชะลอการใช้จ่ายอีกครั้ง



นายชำนาญกล่าวว่า ในไตรมาส 2 นี้ จำนวนการจ้างงานของผู้ประกอบการที่ปิดกิจการขยับขึ้นเป็น 80% เมื่อเทียบกับช่วงก่อนโควิด-19 โดยคาดว่าผู้ประกอบการท่องที่ยวมีความต้องการแรงงานเพิ่มในไตรมาส 4/2565 แน่นอน ขณะนี้ 80% ของโรงแรมทั้งหมดมีรายได้เข้ามาไม่ถึงครึ่งหนึ่งของสภาวะปกติ

โดยมีอัตราการเข้าพักในภาพรวมทั่วประเทศอยู่ที่ 34% ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ต้องการให้ภาครัฐมีนโยบายการเดินทางเข้าประเทศที่ช่วยให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาประเทศไทยให้สะดวกมากที่สุด รวมถึงพบว่าในไตรมาส 3/2565 ประชาชนชาวไทยวางแผนเดินทางไปต่างจังหวัดมากถึง 63% ซึ่งเป็นสัดส่วนที่มากที่สุดในรอบ 2 ปี ตั้งแต่เกิดวิกฤตโควิด-19 ซึ่งการการสำรวจกระแสซอฟต์พาวเวอร์ของไทยที่นักท่องเที่ยวเห็นว่าควรส่งเสริม คือ อาหารไทย และ ศิลปะการต่อสู้

นายชำนาญกล่าวต่อว่า ตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติในครึ่งปีแรกได้มาถึง 2 ล้านคน ต่อจากนี้ สทท.ขอรับไม้ต่อดันให้ถึง 12 ล้านคนภายในสิ้นปี ตามเป้าหมายเดิมที่วางไว้ เพื่อรักษาการจ้างงานและขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคเอกชน แต่โจทย์นี้ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะเรากำลังต่อสู้กับ 3 สงคราม ได้แก่ 1.สงครามโควิด-19 ที่กำลังจะก้าวสู่ชัยชนะ 2.สงครามยูเครน-รัสเซีย ที่แม้เราจะไม่ได้มีส่วนร่วมโดยตรง แต่ผลกระทบต่อเศรษฐกิจ ทำให้ราคาน้ำมัน ทั้งน้ำมันดีเซล เบนชิน ไปจนถึงน้ำมันพืชแพงขึ้น เงินเฟ้อสูงขึ้น

และ 3.สงครามช่วงชิงนักท่องเที่ยว ที่เรียกได้ว่าเป็น Tourism War Game หลายประเทศเห็นตรงกันว่าการท่องเที่ยวคือกลไกในการฟื้นประเทศที่ดีที่สุด รวดเร็ว ใช้ทุนน้อย และกระจายรายได้สู่ประชาชนได้มากที่สุด จึงเร่งออกกลยุทธทุกรูปแบบมาแข่งกันเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว


“ภาคเอกชนและรัฐบาลจะต้องร่วมมือกันกระตุ้นการท่องเที่ยว ผ่านการดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาเที่ยวไทยแบบฮาร์ดเซล เพื่อเติมลูกค้า และนี่คือความท้าทายใหม่ที่พวกเราทั้งรัฐและเอกชนจะต้องจับมือกันเพื่อที่จะฟื้นไปด้วยกัน เนื่องจากแม้เห็นมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาเที่ยวไทยมากขึ้นแล้ว แต่เมืองท่องเที่ยวหลักเท่านั้นที่ได้ประโยชน์อย่างชัดเจนและเต็มที่ ทำให้ฝนยังตกไม่ทั่วฟ้า จึงต้องการกระจายตัวนักท่องเที่ยวมากขึ้น ซึ่งมองว่าธุรกิจท่องเที่ยวจะอยู่ได้จริง ๆ ต้องมีเข้ามาจำนวนไม่ต่ำกว่า 12 ล้านคน” นายชำนาญกล่าว

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ