บทพิสูจน์ 67 ปีแห่งความมุ่งมั่นของกลุ่มมิตรผล สู่การเป็นผู้นำด้านความยั่งยืนอันดับ 2 ของโลก ในอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์อาหาร จาก S&P Global
บทพิสูจน์ 67 ปีแห่งความมุ่งมั่นของกลุ่มมิตรผล สู่การเป็นผู้นำด้านความยั่งยืนอันดับ 2 ของโลก ในอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์อาหาร จาก S&P Global เพื่อการพัฒนาด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
“ทุกความตั้งใจของผู้บริหารและพนักงานกลุ่มมิตรผล รวมถึงการตั้งเป้าหมายที่ชัดเจน ท้าทาย และการลงมือทำให้เห็นผลจริง ตลอดระยะเวลาการดำเนินธุรกิจกว่า 67 ปีที่ผ่านมา เพื่อมุ่งสร้างอนาคตที่ยั่งยืน ทั้งหมดนี้เป็นพลังสำคัญที่ผลักดันให้เราสร้างผลงานที่ยอดเยี่ยม จากอันดับที่ 17 ในการเข้าร่วมประเมินปีแรกและสามารถไต่อันดับสูงขึ้นเรื่อยมาอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 จนสามารถพิชิตอันดับที่ 2 ของโลกในกลุ่มอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์อาหารมาได้ในปีนี้”
คุณบรรเทิง ว่องกุศลกิจ ประธานกรรมการบริษัทและประธานกรรมการบริหาร กลุ่มมิตรผล กล่าวถึงความสำเร็จของผลการประเมินด้านการพัฒนาเพื่อความยั่งยืนขององค์กร หรือ Corporate Sustainability Assessment (CSA) จัดอันดับโดย S&P Global ซึ่งกลุ่มมิตรผล ในฐานะผู้นำด้านการพัฒนาความยั่งยืนในภาคเกษตรอุตสาหกรรมของประเทศไทย ได้ก้าวสู่อันดับที่ 2 ของโลก ด้านการพัฒนาเพื่อความยั่งยืน (Sustainable Development)ในกลุ่มอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์อาหาร
การประเมินครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของกลุ่มมิตรผลที่สามารถก้าวกระโดดขึ้นมาติด 3 อันดับแรกของโลกได้สำเร็จ จากทั้งหมด 353 องค์กรที่เข้าร่วมประเมิน พร้อมยังครองอันดับ TOP 5% S&P Global ESG Score 2022 และได้รับเลือกเป็นสมาชิกในรายงานความยั่งยืน “The Sustainability Yearbook Member” ถึง 4 ปีซ้อน ผ่านเกณฑ์การประเมินในมาตรฐานเดียวกับ Dow Jones Sustainability Indices (DJSI) เปรียบเสมือนเครื่องยืนยันถึงความตั้งใจจริงของกลุ่มมิตรผลในการมุ่งสร้างองค์กรแห่งการพัฒนาความยั่งยืน ที่มีมาตรฐานและความโปร่งใสเป็นที่ยอมรับ ทัดเทียมกับบริษัทจดทะเบียนชั้นนำในตลาดหลักทรัพย์ และบริษัทชั้นนำระดับโลก เพื่อสร้างคุณค่าและส่งมอบอนาคตที่ยั่งยืนแท้จริงให้กับสังคม

67 ปี บนเส้นทางเพื่อความยั่งยืน และเป้าหมายใหญ่สู่องค์กร “NET ZERO” เพื่อทุกชีวิตที่มีคุณค่า
จากผลการประเมินดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า กลุ่มมิตรผลได้รับคะแนนเพิ่มขึ้นในทุกมิติของการพัฒนาเพื่อความยั่งยืน ไม่ว่าจะเป็นในด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม สะท้อนให้เห็นถึงการดำเนินงานที่เน้นลงมือทำและเห็นผลลัพธ์จริง มาตลอด 67 ปี ภายใต้แนวคิด “เปลี่ยนแปลงสิ่งที่ไร้ค่าให้เป็นสิ่งที่มีคุณค่า หรือ From Waste to Value Creation” ในการใช้ทรัพยากรหมุนเวียนอย่างมีคุณค่าโดยไม่สร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นแนวคิดที่ยึดถือปฏิบัติมาอย่างยาวนานจนกลายเป็นดีเอ็นเอของกลุ่มมิตรผล สอดคล้องและสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนแห่งสหประชาชาติ (United Nations Sustainable Development Goals: SDGs) อย่างครอบคลุมในทุกมิติ อาทิ
-
- ด้านเศรษฐกิจ การบริหารห่วงโซ่อุปทาน สร้างความโปร่งใสในการดำเนินธุรกิจและการพัฒนาความยั่งยืนร่วมกับคู่ค้าไปพร้อมกัน
- ด้านสังคม ที่มุ่งเน้นพัฒนาดูแลคุณภาพชีวิตของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกับองค์กร ไม่ว่าจะเป็น เกษตรกร ชุมชนรอบโรงงาน พนักงานในองค์กร คู่ค้า ลูกค้า ที่เห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม
- ด้านสิ่งแวดล้อม ด้วยการตั้งเป้ามุ่งสู่องค์กรที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี 2030 และมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2050 ผ่าน 6 แนวทางการดำเนินงาน ได้แก่
1) การผลิตและเลือกใช้พลังงานสะอาด 2) การพัฒนาต่อยอดสู่ธุรกิจผลิตภัณฑ์ชีวภาพ 3) การสนับสนุนให้เกษตรกรตัดอ้อยสด 4) การบริหารจัดการน้ำเสียและการจัดการขยะในโรงงาน 5) การปลูกป่าเพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวในการดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ และ 6) การชดเชยคาร์บอนเครดิต เป็นต้น
“การดำเนินธุรกิจเพื่อความยั่งยืนในมิติต่างๆ จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้แก่ธุรกิจเพื่อรองรับกับการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วได้ รวมถึงร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยดูแลสังคม เพราะเราอยู่ในภาคเกษตรอุตสาหกรรมที่อยู่ร่วมและเกี่ยวข้องกับผู้คนจำนวนมาก ตั้งแต่เกษตรกร ชุมชน ลูกค้า คู่ค้า รวมถึงสังคมและสิ่งแวดล้อม การพัฒนาที่ยั่งยืนของเราจึงมุ่งสร้างประโยชน์ให้แก่คนทุกกลุ่มอย่างแท้จริง” คุณบรรเทิง กล่าวเสริม
เพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนดังกล่าว กลุ่มมิตรผลยังให้ความสำคัญกับการวิจัยพัฒนาองค์ความรู้อย่างต่อเนื่องเพื่อนำเทคโนโลยีดิจิทัล และนวัตกรรมใหม่ๆ เข้ามาบริหารจัดการให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืนตลอดทั้งห่วงโซ่คุณค่าของธุรกิจตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ พร้อมผลักดันศักยภาพของภาคเกษตรไทยให้ต่อยอดสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ทั้งหมดนี้ สามารถช่วยผลักดันและร่วมเป็นอีกส่วนหนึ่งในการช่วยลดผลกระทบจากปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ที่ประเทศไทยและทั่วโลกกำลังร่วมกันเผชิญหน้า และพยายามบรรลุ เป้าหมาย Net Zero เพื่อโลกที่ดียิ่งขึ้นของลูกหลานในอนาคต โดยกลุ่มมิตรผลยังคงเดินหน้าสร้างการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืนแท้จริงอย่างมุ่งมั่นและมั่นคง พร้อมเป็นองค์กรไทยที่สนับสนุนและขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยสู่ความยั่งยืนในระดับสากล เพื่อทุกชีวิตที่มีคุณค่าและเติบโตอย่างยั่งยืนไปด้วยกัน
